เดือนมิถุนายน 2567 ถือเป็นเดือนสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์การเมืองของประเทศไทย เพราะมีประเด็นร้อนและคดีความที่สำคัญเกิดขึ้นถึง 4 เหตุการณ์ไล่เลี่ยกัน
4 เหตุการณ์ดังกล่าวประกอบด้วย “คดียุบพรรคก้าวไกล” “คดีวินิจฉัยนายกฯ เศรษฐาพ้นจากตำแหน่ง” “คดี ม.112 ของทักษิณ ชินวัตร” และ “การเลื่อนเลือก สว.”
สภานการณ์เหล่านี้เป็นเรื่องใหญ่ทุกเรื่อง จนเป็นที่จับตาว่า “มิถุนายนเดือด” นี้ จะจบลงอย่างไร?
จุดจบแต่ละคดีออกหน้าไหน ใครได้ประโยชน์?
รศ.ธนพร ศรียากูล ผู้อำนวยการสถาบันวิเคราะห์การเมืองและนโยบาย เปิดเผยในรายการ เข้มข่าวเย็น ช่วง Exclusive Talk ทางช่อง PPTV HD 36 ว่า เหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ ถ้าแยกพิจารณาแต่ละเรื่อง จะเห็นว่าคนที่จะแฮปปี้ที่สุดเป็นคนละกลุ่มกันหมด
เรื่องแรก คดียุบพรรคก้าวไกล คนที่ได้ประโยชน์สูงสุดคือนายใหญ่ ทักษิณ ชินวัตร และพรรคเพื่อไทย เพราะก้าวไกลคือศัตรูอันดับ 1 ยิ่งก้าวไกลอ่อนแอเท่าไหร่เพื่อไทยยิ่งได้ประโยชน์เท่านั้น นอกจากนี้ ปฏิบัติการดูดงูเง่าส้มเริ่มมีให้เห็นแล้ว วางแผนเรียบร้อย วันไหนวินิจฉัยพร้อมดูดทันที และส่วนมั่นใจว่า ก้าวไกลถูกยุบอยู่แล้ว
เรื่องสอง วินิจฉัยนายกเศรษฐา ลุงบ้านป่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ประโยชน์ที่สุด เป็นความฝันอันสูงสุดของท่าน หลังท่านเคยรักษาการนายกฯ มาก่อน งานนี้ความฝันจะเป็นจริง
เรื่องสาม นายใหญ่โดน ม. 112 ฟันธงว่าติดคุก ไม่ได้ประกันตัวด้วย แต่รับรองว่าไม่หนี แต่ไม่ออกไปไหน เรือนจำเขาก็อยู่ให้เห็นมาแล้ว คนที่ได้ประโยชน์คือฝ่ายอนุรักษ์นิยมคู่กรณีเก่า
ส่วนเรื่องสุดท้าย เลื่อนเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) พรรคการเมืองไม่แฮปปี้ เพราะส่งคนแทรกซึมไปลงสมัคร สว.เพียบ เช่น อดีตนายก สมชาย วงศ์สวัสดิ์ เขาวางคนไว้แล้ว คนที่พอใจมีแค่ สว.บางกลุ่ม ซึ่งช่วงนี้กำลังใกล้ช่วงจัดแถวที่นั่งในองค์กรอิสระ ซึ่งหลายคนจะหมดวาระ ดังนั้นเขาอยากรอให้วาระกรรมการองค์กรอิสระเรียบร้อยก่อน ให้ได้อยู่ต่อใน กมธ. ต่าง ๆ ไปอีก 7 ปีก่อน แล้ว สว.พวกไหนเข้ามาก็ไม่เดือดร้อน
มีสัญญาณทางตันทางการเมือง
พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) มองว่า สัญญาณทางตันมีในระดับหนึ่ง เพราะมีคนคิดทำให้เกิดทางตัน พยายามทำให้สถานการณ์อลหม่าน เพื่อหาทางยุติด้วยวิธีพิเศษ นั่นคือแนวคิดของฝ่ายที่ต้องการกลับไปเป็นแบบเดิม
สถานการณ์ขณะนี้คือ คดีก้าวไกล คดีทักษิณ คดีเศรฐา สัมพันธ์กันหมด โดยที่คดีนายกฯ เศรษฐาคือกุญแจสำคัญ เพราะถ้าถูกสั่งปลด ผลกระทบจะลามไปพรรคเพื่อไทย ถึงรัฐบาล ถึงผู้นำจิตวิญญาณอย่างนายทักษิณ พล.ท.ภราดรย้ำว่า “นายกฯ เศรษฐาเป็นปัจจัยหลักว่า จะเป็นทางออกหรือพาไปสู่ทางตัน”
อดีตเลขาธิการ สมช. บอกว่า แม้ได้ วิษณุ เครืองาม มาช่วยเรื่องคดีอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แต่ไม่มีใครมั่นใจ ซึ่งเรื่องนี้ต้องมั่นใจ 100% ว่ารอดถึงจะควรไปต่อ
“ถ้าไม่ 100% ถอยไปก่อน ลาออกไปก่อน เพราะถ้ารอดต้องมั่นใจ ถ้าไม่รอดชนักปักหลังอยู่ในประวัติ เพราะเหตุผลคือไม่ซื่อสตย์ ไม่มีจริยธรรม จะติดตัวไปตลอด” พล.ท.ภราดร กล่าว และเสริมว่า เสียงของฝ่ายตุลาการที่ผ่านมา ทั้งเรื่องการให้ทำหน้าที่ต่อ การรับเรื่องวินิจฉัยถอดถอนนายกฯ มาในลักษณะไม่เป็นเอกฉันท์ 5-4 เสียงบ้าง 6-3 เสียงบ้าง จึงประมาณยากว่าจะไปในทิศทางไหน
อดีตเลขาธิการ สมช. บอกว่า นายกฯ พยายามยืนยันว่า การแต่งตั้งทำตามกระบวนการ สุจริตใจ และตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องอย่าง “พิชิต ชื่นบาน” นั้นสุจริตมายาวนานแล้ว ครบ 10 ปีแล้ว ถือว่าถูกลงโทษพอควรแก่เหตุ
“แต่ไม่มีใครอ่านใจศาล 9 ท่านออก ถ้าเกิดท่านจะมองว่าวุฒิภาวะนายกฯ มีปัญหา สิ้นไร้ไม้ตอก หาคนไม่มีตำหนิไม่ได้หรือ? อาจมี 5 ท่านอ่านหรือตีความว่า วุฒิภาวะมีปัญหา มีเจตนาพิเศษ เพราะมีความสัมพันธ์กัน เราไม่สามารถพยากรณ์ทั้ง 9 ท่านได้เลย” พล.ท.ภราดร กล่าว
รศ.ธนพรเสริมว่า “ผมฟันขาดเลย ทางตันหรือการรัฐประหาร ถ้าจะเกิดก้าวไกลต้องร่วมเวย สร้างเงื่อนไขแบบที่เคยเกิดการเป่านกหวีด ก้าวไกลเขาไม่เอารัฐประหาร พรรคซึ่งได้ใจมวลชนคือพวกเขา เขาไม่เล่นเกมนี้อยู่แล้ว เขาจะสู้ทุกสนามเลือกตั้งที่เปิดโอกาส”
ส่วนตัว รศ.ธนพรเห็นต่างจาก พล.ท.ภราดร ว่า นายกฯ เศรษฐาน่าจะรอดล้านเปอร์เซ็นต์ “ผมไปตรวจสอบมาแล้ว กระบวนการข้อชี้แจงต่าง ๆ นายกฯ เตรียมเสร็จแล้ว ฝ่ายราชการต่าง ๆ ซึ่งต้องให้ศาลไต่สวน เขาเตรียมกันหมดแล้ว ยิ่งกว่าคำชี้แจง ซักซ้อมเรียบร้อยแล้ว ... ข้าราชการคนไหนจะกล้าให้ร้าย โดนย้ายเปล่า ๆ เอาชีวิตราชการมาเสี่ยง ไม่มีใครอยากเป็นฮีโร่เรื่องนี้”
รศ.ธนพร ให้ความเห็นว่า ตอนนี้นายกฯ เศรษฐารอด-ไม่รอดโอกาสอาจจะมี 50-50 และถ้าลาออกรอด 100% ยอมหลุดตำแหน่งแต่ยังได้เป็นแคนดิเดต เลือกมาใหม่ได้ ไม่ได้ถูกออก ก็เนเรื่องการดีลใหม่ เป็นเรื่องฝ่ายการเมือง ไม่เกี่ยวฝ่ายตุลาการแล้ว
ถ่านไฟเก่า “เพื่อไทย-ก้าวไกล” มีโอกาสจุดติดหรือไม่?
รศ.ธนพร มองว่า หากเกิดสถานการณ์เพื่อไทยกลับมาจับมือก้าวไกล “เจ๊งทั้งคู่”
เขาเสริมว่า “เพื่อไทยเจ็งไม่เป็นไร เพราะคะแนนนิยมตกต่ำไปแล้ว แต่ฝ่ายที่เจ๊งหนักกว่าถ้าสูตรนี้เกิดคือก้าวไกล เพราะ ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกลพูดเองว่า ‘ไม่มีทางได้เห็นในสภาชุดนี้’ ผมคิดว่าจุดยืนก้าวไกลชัดเจน”
ขณะเดียวกัน เป้าหมายการเมืองของก้าวไกลมุ่งเน้นยุทธศาสตร์ระยะยาว ต่างจากเพื่อไทยที่ดูเป็นช็อต เป็นการเมืองแบบเก่า ดังนั้น ถ้านายกฯ เศรษฐาไม่รอด และถ้าเกิดว่าก้าวไกลไม่ถูกยุบ จะเห็นก้าวไกลจัดตั้งรัฐบาลแข่งแน่นอน เพราะ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก็ยังเป็นแคนดิเดตอยู่
รศ.ธนพรบอกว่า ภูมิใจไทยจับมือกับก้าวไกลได้ เขาอาจไม่ได้อยากรวมกับก้าวไกล แต่การเจรจากับพรรคทำให้เขามีอำนาจต่อรองกับเพื่อไทยมากขึ้น
หัวใจคือประชาชน “เศรษฐา” มีดาบอาญาสิทธิ์แต่ไม่ใช้
พล.ท.ภราดร กล่าวถึงเรื่องของกฎหมายนิรโษกรรม ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนจับตาใกล้ชิดขณะนี้ โดยบอกว่า กฎหมายนิรโทษกรรม ข้างหลังมีแต่คนอยากให้ผ่าน ทั้งฝ่าย นปช. กปปส. กลุ่มพันธมิตร
ปัญหาของการเสนอนิรโทษกรรมตอนนี้คือ การมีแรงจูงใจทางการเมืองที่อาจทำให้รู้สึกว่าไม่เป็นธรรม
อดีตเลขาธิการ สมช. บอกว่า กฎหมายนี้ต้องรวมการกล่าวโทษกล่าวหากันไปมาด้วย ว่าเป็นธรรมหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้สัมพันธ์กับแรงจูงใจทางการเมือง ซึ่งไม่เป็นธรรม เช่นก่อนหน้านี้ที่มีผังล้มสถาบันออกมาโจมตีนักการเมือง สร้างสถานการณ์ให้เกิดการต่อสู้ เมื่อเรื่องจบกลับกลายเป็นเรื่องตลก เพราะไม่มีใครรู้ว่าผังนี้มาได้ยังไง แต่ทำให้เกิดการทะเลาะ
“ฉะนั้น กฎกมายต้องเป็นธรรม ต้องสร้างความสงบสุข ต้องเป็นไปตามหลักการ สัมพันธ์มาตราไหนอีกเรื่อง แต่ฐานต้องเป็นธรรม” พล.ท.ภราดร กล่าว
อดีตเลขาธิการ สมช. มองว่า อดีตนายกฯ ทักษิณมีโอกาสได้นิรโทษกรรมสูง แต่ที่ยุ่งเหยิงทุกวันนี้เพราะไม่มีประชาชนเป็นสมการอยู่ข้างหลัง มันไม่ควรเป็นการเสนอเฉพาะพรรคเพื่อไทย แต่ควรมีหลักการว่ามาจากเสียงประชาชน เป็นอำนาจของประชาชน ที่เลือกตัวแทนมานำเสนอกฎหมาย
“ปัญหาตอนนี้คือ ถ้ายึดประชาชนเป็นหลัก 3-4 เรื่องที่เราคุยกันมานี้ไม่ต้องเครียดเลย” พล.ท.ภราดร กล่าว
รศ.ธนพร บอกว่า พรรคเพื่อไทยถ้าอยากราบรื่น หยุดโหน หยุดออกมาให้สัมภาณณ์นู่นนี่ ใช้กลยุทธ์ตามน้ำ ถ้าพรรคอื่นวุ่นวาย ไม่อยากให้มีนิรโทษกรรม ก็ยุบสภา เลือกตั้งใหม่ เพราะพรรคพวกนั้นกลัวเลือกตั้งทุกคน ไม่ว่าจะพลังประชารัฐ รวมไทยสร้างชาติ หรือภูมิใจไทย
“ยุบสภาปุ๊บ ให้ประชาชนตัดสินเอง พรรคที่ไม่เห็นด้วยก็ไปหาเสียงว่าไม่เห็นด้วย สู้กันผ่านการเลือกตั้ง ... วันนี้เป็นประเด็นเพราะเพื่อไทยไปโหน จะช่วยนายเก็บอาการไว้บ้าง เพื่อไทยไม่มีศักยภาพอธิบายเรื่องเชิงศักยภาพอย่างนี้ พูดได้ไม่เต็มปาก ให้เป็นเรื่องของกระบวนการไป รแอยู่เฉย ๆ พอคณะกรรมาธิการสรุปเสร็จ ถ้าเข้าสภาก็ค่อยโหวตเห็นด้วย” รศ.ธนพรกล่าว
เขาบอกอีกว่า “เราไม่เชื่อว่ามันมีทางตัน ก้าวไกลไม่เอาทางตันแน่ ดังนั้นเพื่อไทยตั้งสติก่อน อย่าไปโหน ถ้าพรรคร่วมมีปัญหาไม่อยากช่วยนายใหญ่ ยุบสภาเลย ตายหมด นี่เป็นดาบอาญาสิทธิ์”
พล.ท.ภราดร เห็นด้วยว่า “ทางออกอยู่ที่มือนายกฯ เศรษฐา ถ้ามีสติปัญญา ไม่มีปฏิวัติ เริ่มต้นที่เศรษฐา แล้วสุดท้ายจะลงตัว ถ้ามีประชาชนอยู่ข้างหลัง ทุกอย่างจบ”
ทั้งนี้ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันต่อไปว่า สถานการณ์การเมืองไทยที่อาจถูกตัดสินได้จากผลลัพธ์ของคดีและประเด็นที่กำลังดำเนินอยู่นี้ จะมีบทสรุปอย่างไร หรือจะมีเส้นเรื่องที่เราคาดไม่ถึงเกิดขึ้นหรือไม่