นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึง กรณีการเตรียมเสนอร่างกฎกระทรวงลดจำนวนผู้ถือครองยาบ้าจาก 5 เม็ด เป็น 1 เม็ด ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาว่า การปรับจาก 5 เม็ด มาเป็น 1 เม็ด โดยผู้ถือ 1 เม็ด มีสิทธิขอบำบัดได้ สำหรับคนที่ติดยาเสพติด แต่คนที่ไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้ว่า ติดยาเสพติดก็ต้องถูกดำเนินคดี แต่คนที่พิสูจน์ตัวเองได้ว่าติดยา ก็อาจมีการตรวจปัสสาวะ
นายสมศักดิ์ บอกอีกว่า แม้จะถือ 1 เม็ด ก็จะถูกตรวจสอบตามประมวลกฎหมายยาเสพติดว่าซื้อยามาจากใคร และคนที่นำยามาขาย ก็ต้องถูกดำเนินคดีในฐานะเป็นผู้จำหน่าย ซึ่งมีโทษทั้งจำทั้งปรับ หรือเรียกได้ว่ามี 1 ผู้เสพก็ต้องมี 1 ผู้ค้า โดยเรื่อง ได้ถูกบรรจุในระเบียบวาระการประชุม ครม.แล้ว
ทั้งนี้เมื่อ ครม.เห็นชอบกระทรวงสาธารณสุข ก็ต้องผ่านให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบเสร็จก็ส่งให้ ครม.เห็นชอบอีกครั้ง กระทรวงสาธารณสุขจึงจะประกาศให้มีผลบังคับใช้ได้ ซึ่งคาดว่า กระบวนการทั้งหมดจะจบภายในเดือน มิ.ย. โดยจะมีประกาศกฎกระทรวงที่ชัดเจน
นอกจากนั้นยังมีเสียงสะท้อนจาก พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร อดีตผู้บัญชาการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งมองการปรับมาตรการดังกล่าวว่า การปรับการครอบครองยาบ้าเหลือเพียง 1 เม็ด ถือว่าดีกว่าการอนุญาตให้ครอบครอง 5 เม็ด แต่หากจะให้ดี คนเสพไม่สมควรที่จะครอบครองยาเสพติดเลยสักเม็ด เพื่อที่จะให้คนเหล่านี้ไม่ต้องครอบครอง รวมถึงหากเสพก็จะทำให้มีการเสพที่น้อยลง เพราะต้องแอบเสพที่บ้าน ไม่สามารถครอบครองติดตัวได้
ส่วนจะเป็นการเพิ่มจำนวนของผู้ต้องขังให้ล้นคุกหรือไม่นั้น มองว่า อย่านำคนเสพไปเข้าคุก แต่ต้องให้คนเสพยาเสพติดมีเรือนจำพิเศษ ที่ไม่เป็นเรือนจำมาตรฐานเหมือนเรือนจำทั่วไป แต่ให้อยู่ในสถานกักกันที่ใดก็ได้ เป็นการบังคับบำบัดเป็นเวลา 6 เดือนหรือ 1 ปี ให้ไปบำบัดหรือทำงานภายใน เพราะหากนำคนเหล่านี้เข้าไปอยู่ในเรือนจำ จะทำให้เรือนจำแออัดและรับไม่ไหว เพราะคนติดยามีเยอะ
จับตา! ศาล รธน.พิจารณาคดียุบพรรคก้าวไกล ลุ้นเปิดไต่สวนหรือไม่?