จากกรณีที่ ศาลรัฐธรรมนูญได้สั่งคู่กรณียื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานคดีชี้ขาดคุณสมบัตินายกรัฐมนตรี ของนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ได้แต่งตั้ง นายพิชิต ชื่นบาน เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญ ได้รับคำร้องของ 40 สว.ที่ยื่นเรื่องต่อนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานรัฐสภา เพื่อขอให้วินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสามประกอบมาตรา 82 ว่าความเป็นรัฐมนตรีของ
นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีผู้ถูกร้องที่ 1 และนายพิชิต ชื่นบาน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกร้องที่ 2 สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 18 มิ.ย. นี้นั้น
นายประพันธ์ คูณมี สมาชิกวุฒิสภา ได้ชี้แจงในเรื่องนี้ในรายการ “เปิดโต๊ะข่าว” ทางพีพีทีวี โดยชี้แจงถึงเหตุผลที่ สว. ต้องยื่นบัญชีพยานเพิ่มเติมว่า เป็นคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ท่านประสงค์อยากจะให้ส่งพยานเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นอยู่ที่ฝ่ายผู้ร้องว่าผู้ร้องประสงค์ที่จะส่งพยานเพิ่มเติมหรือไม่ ถ้าคิดว่าพอแล้วก็ไม่ต้องส่ง ถ้าคิดว่าอาจจะให้สมบูรณ์ครบถ้วนยิ่งขึ้น ผู้ร้องก็มีสิทธิ์ที่จะอ้างทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารเข้าไปในสำนวนคดีได้ เพื่อให้ข้อเท็จจริงกับศาลรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับที่ท่านอาจจะมีคำสั่งให้ทางฝ่ายผู้ถูกร้องยื่นด้วยเช่นกัน
สำหรับคำชี้แจงจากนายกฯ ในฐานะผู้ร้อง หรือ สว. นายประพันธ์ มองว่า คำชี้แจงของท่านยังไม่มีน้ำหนักมากเท่าไหร่ เพราะว่าอ้างว่า
1.ได้มีการตรวจสอบไปแล้วตามกระบวนการ ก่อนจะนำชื่อขึ้นทูลเกล้า
2.ท่านไม่รู้และไม่ควรรู้ว่าบุคคลนี้เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติต้องห้าม
3.เรื่องคุณสมบัติเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ จริยธรรม เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่เคยมีบรรทัดฐานในคำวินิจฉัยมาก่อน
4.เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นมา 15 ปีแล้ว และผู้ถูกร้องที่สองก็ไม่ได้ทำความผิดอะไรเพิ่มขึ้นมาใหม่
5.ท่านบอกว่าเรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริง เหตุที่ไม่ได้ไปหารือกฤษฎีกาในประเด็น (4) (5) ก็เป็นเรื่องข้อเท็จจริง จึงไม่สามารถที่จะไปขอหารือกับกฤษฎีกาได้ในปัญหาข้อเท็จจริง
แต่ว่าทั้ง 4-5 ประเด็นนี้ บอกได้เลยว่าแย้งได้หมด หักล้างข้อชี้แจงข้อกล่าวหาได้หมด
เมื่อถามว่า เรื่องที่ผ่านมาไม่เคยมีบรรทัดฐานเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต ซึ่งไม่เคยมีมาตรฐานมาก่อน ในกรณีนี้ต้องอธิบายอย่างไร
ประพันธ์ กล่าวว่า อธิบายง่ายมาก 1.รัฐธรรมนูญ 60 ได้บรรจุเรื่องจริยธรรมไว้ และใช้มาจนถึงปัจจุบัน
2.ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกามีระเบียบว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมประกาศใช้ เป็นการวางหลักในการ
พิจารณาคดีไว้แล้ว
3.ศาลฎีกาเคยตัดสินคดีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมมาเป็น 10 คดี แล้วเรื่องจริยธรรม
โดยที่ท่านบอกว่าเกิดขึ้นมา 15 ปีแล้ว เรื่องกระทำผิดจริยธรรมต้องเป็นเรื่องที่เกิดการกระทำแล้วถึงจะผิดจริยธรรม ถ้ายังไม่เกิดการกระทำจะไม่มีเรื่องผิด สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับปี เกี่ยวว่าคุณได้ฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงอันเป็นการขัดต่อคุณสมบัติรัฐมนตรีหรือไม่ คุณต้องสรุปข้อเท็จจริง นาย ก. เคยต้องคำพิพากษาจำคุกด้วยเหตุนี้ๆ ผู้ถูกร้องที่สองเคยถูกเพิกถอนใบอนุญาตทนายความเพราะฝ่าฝืนจริยธรรมแบบนี้ คุณต้องเอาข้อเท็จจริงสรุปไปให้กฤษฎีกา แล้วจากข้อเท็จจริงอันเป็นที่ยุติ ผู้ถูกร้องที่สองมีคุณสมบัติขัดต่อกฏหมายหรือไม่ ไม่สามารถที่เป็นรัฐมนตรีได้หรือไม่ตาม (1) ถึง (8) แล้วกฤษฎีกาก็จะพิจารณาข้อกฎหมายเองว่าจากข้อเท็จจริงการกระทำของบุคคลดังกล่าวนี้ น่าจะเข้าข่ายขัดคุณสมบัติตามกฏหมายรัฐธรรมนูญอย่างไรหรือไม่
เมื่อถามว่า หลังจากได้เห็นคำชี้แจงแล้วมีโอกาสที่รูปคดีจะออกมาในลักษณะว่าเป็นการบกพร่องโดยสุตริตหรือไม่
ประพันธ์ กล่าวว่า ไม่มีความบกพร่องโดยสุจริต เนื่องจากนายกฯเป็นผู้ที่มีหน้าที่ปฏิบัติราชการให้เป็นไปตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญตามคำปฏิญาณที่สาบานไว้ สองท่านเป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ความรับผิดชอบต้องมี จะมาแก้ตัวว่านายกรัฐมนตรีเป็นพ่อค้า เป็นนักธุรกิจ ไม่เคยจบทางด้าน
นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์จึงไม่อาจจะรอบรู้ในเรื่องระเบียบวิธีปฏิบัติ ซึ่งคำชี้แจงไปในทางแบบนั้น
พยากรณ์ฝนล่วงหน้า! มรสุมปกคลุมกำลังแรง-แนวโน้มฝนกระจายเพิ่มขึ้น
เลือก สว.กทม. มาสาย 17 คน “สนธิญา-เหรียญทอง-สันธนะ” ไม่ได้ไปต่อ