เตือน "อนุทิน" ส่อผิด ม.157 หากปล่อย "ชาญ พวงเพ็ชร์" ปฏิบัติหน้าที่!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อดีต ป.ป.ช. ย้ำมหาดไทยมีอำนาจเด็ดขาด! เตือน "อนุทิน" ส่อผิด ม.157 หากปล่อย "ชาญ พวงเพ็ชร์" เข้าปฏิบัติหน้าที่ นายก อบจ.ปทุมธานี

จากกรณีของนายชาญ พวงเพ็ชร ว่าที่นายก อบจ.ปทุมธานี ซึ่งมีแนวโน้มอาจจะถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ เนื่องจากยังคงมีคดีค้างเก่า ที่ป.ป.ช.เคยชี้มูลความผิดเกี่ยวกับการจัดซื้อถุงยังชีพเมื่อปี 2555 ซึ่งปัจจุบัน ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 มีคำสั่งประทับฟ้องคดีนี้แล้วนั้น

ล่าสุด นายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการเปิดโต๊ะข่าว ทางช่อง PPTV HD 36 ถึงกระบวนการทางกฎหมายของศาลในการสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

คอนเทนต์แนะนำ
ประวัติ "ชาญ พวงเพ็ชร์" หรือ"ลุงชาญใจดี" ดีกรีนายก อบจ.ปทุมธานี 4 สมัย

วิชา มหาคุณ พีพีทีวี
วิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช.เตือนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

โดยนายวิชา บอกว่า หลักการของกฎหมายนั้นชัดเจนแล้วว่าเผื่อมีการสั่งฟ้อง คือดำเนินการโดยอัยการก็ดี หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ส่งฟ้องไปแล้ว แล้วศาลประทับฟ้อง ซึ่งตามกฎหมายผู้ที่ถูกฟ้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ศาลไม่ต้องสั่ง จากการที่ศาลประทับฟ้องไว้ เพราะเจตนารมณ์ของกฎหมายคือจะได้ไม่ไปยุ่งเหยิงกับพยาน ไม่ไปวุ่นวาย ใช้อำนาจหน้าที่ทำให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่น หรือใช้อำนาจหน้าที่ไปกดขี่ ข่มเหง ไปทำการทุจริตต่อเนื่องไปอีก

ซึ่งสิ่งนี้คือเจตนารมณ์ของการร่างมาตรา 81 ซึ่งให้นำมาใช้ได้กรณีของศาลอาญา คดีทุจริตประพฤติมิชอบด้วย นอกจากการใช้กับศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามมาตรา 81 แล้ว เว้นแต่ศาลจะสั่งเป็นอย่างอื่น หมายความว่า ถ้าศาลจะไม่ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ก็สั่งได้ แต่ว่าต้องเป็นคำสั่งศาล แต่การหยุดปฏิบัติหน้าที่นั้น เป็นกฎหมาย เป็นอำนาจของกฎหมาย กฎหมายเขียนไว้ว่าเมื่อศาลประทับฟ้องแล้วต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่ต้องให้ศาลสั่งอีก

กรณีที่ให้ศาลสั่งเป็นข้อยกเว้น ถ้าศาลเห็นว่าไม่ไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ก็พิจารณาได้ว่าไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่ต้องสั่งเป็นคำสั่งชัดเจนว่าไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่

เมื่อถามว่า งานนี้ ป.ป.ช. อาจจะต้องร้องอีกรอบหรือไม่เพื่อให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ นายวิชา กล่าวว่า ไม่จำเป็น เพราะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วถ้าศาลประทับฟ้อง ที่เป็นประเด็นว่ากรณีนี้เป็นเรื่องของคนฟ้อง ซึ่งไม่ใช่อัยการสูงสุด แต่เป็น ป.ป.ช. ทั้งนี้เมื่อ ป.ป.ช.มีมติให้ฟ้อง แล้วฟ้องเสร็จศาลประทับฟ้องไว้ ก็ต้องใช้กฎหมายโดยอนุโลม เมื่อศาลประทับฟ้องแล้วก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ ไม่ต้องขอ

เมื่อถามว่า แม้ว่านายชาญถูกชี้มูลก่อนเข้าดำรงตำแหน่ง ก่อนเลือกตั้ง และเมื่อชนะเลือกตั้งเสร็จจะเข้าตำแหน่งปัจจุบันก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ใช่หรือไม่ นายวิชา กล่าวว่า เป็นอีกจังหวะหนึ่ง ที่เมื่อก่อนไม่เคยมีการชี้ว่าถ้าออกจากตำแหน่งหน้าที่แล้ว กลับมาปฏิบัติหน้าที่อีกจะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ซึ่งทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นก็เห็นประเด็นนี้ว่ามีการลักลั่นหรือไม่ เพราะว่ากลับเข้ามาดำรงตำแหน่งแล้ว ไปยุ่งเหยิงกับพยานได้ ไปกดขี่ข่มเหงข้าราชการ แล้วไม่ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่หรือ เขาจึงปรึกษาไปที่คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการกฤษฎีกาก็วางหลักว่า ถึงจะกลับเข้ามาต้องใช้ระบบเดิมเพราะว่าเป็นกรณีของการที่ถ้าปฏิบัติหน้าที่อยู่ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ เมื่อออกไปแล้วแต่ว่ากลับเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ก็ต้องถือตามมาตรา 81 เหมือนเดิม

ชาญ พวงเพ็ชร FB / ชาญ พวงเพ็ชร์
นายชาญ พวงเพ็ชร ว่าที่นายก อบจ.ปทุมธานี

เพราะฉะนั้นจึงเป็นความเห็นของกฤษฎีกา ซึ่งกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ที่เป็นคนที่กำกับดูแลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ ต้องการให้มีการตีความให้ชัดเจนว่าจะกลับมาอีกหรือไม่ ปัญหาคือเกิดข้อสงสัยสำหรับตัวจำเลยบ้างหรือไม่ ว่าจะหยุดหรือไม่หยุด โดยอ้างกรณีเข้าดำรงตำแหน่งครั้งที่สอง ก็ต้องย้ำด้วยกฎหมายการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งกล่าวไว้ว่าอำนาจในการควบคุมดูแลและให้พ้นจากตำแหน่ง เป็นอำนาจของกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือนายอำเภอ แต่ถ้าหากว่าผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่แน่ใจให้สอบสวนหาความจริงให้ชัดเจนได้ ว่ากรณีนี้เป็นภัยอันตรายร้ายแรงถ้าหากยังให้อยู่ในตำแหน่งต่อไป แล้วท่านไม่กล้าสั่ง สามารถให้รัฐมนตรีมหาดไทยสั่งให้พ้นจากตำแหน่งได้เป็นกรณีที่สุด นี่คือการใช้อำนาจบริหาร เป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงที่สุดให้พ้นจากตำแหน่งได้เลย

“หากมีการฝืนเข้าไปทำงาน ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ กระทรวงมหาดไทยมีอำนาจเด็ดขาดเหนือการปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งระบบ ตอนนี้อยู่ในอำนาจของคุณอนุทินโดยบริบูรณ์” นายวิชากล่าว และว่า หากกรณีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และนายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ไม่ทำตามแนวทางนี้ไม่ได้ เพราะจะเป็นการไม่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ ถ้าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ถือว่า ผิดมาตรา 157 ทันที ซึ่ง ป.ป.ช. สามารถที่จะดำเนินการเพื่อไต่สวนให้หลุดจากตำแหน่งได้เลย และส่งฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองด้วย

ทั้งนี้นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจไม่ต้องทำอะไร โดยอาจจะเรียกผู้ว่าราชการจังหวัด มาบอกว่าดูแลให้ดี อย่าให้ไปนั่งปฏิบัติหน้าที่ ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วจะกลายเป็นว่าไม่ปฏิบัติตามกฎหมายการปกครองส่วนท้องถิ่น ส่วนฝ่ายของนายก็จะต้องดูว่าทำตามที่ได้ตีความไว้หรือไม่ ซึ่งต้องไม่ให้ไปกระทำการผิดกฎหมายหรือละเมิดต่อการปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะต้องดำเนินการให้พ้นจากตำแหน่งได้ โดยอำนาจของทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ความจริงเขาควรจะรู้ตัวตั้งแต่แรกแล้ว เพราะว่ามีคดีทุจริตอยู่ แล้วศาลรับประทับฟ้องไว้แล้ว แล้วยังมีเรื่องต่างๆอีก ทุกอย่างอยู่ในมือของ ป.ป.ช.ทั้งนั้น แต่ว่า ป.ป.ช. จะไปร้องโวยวายบอกว่าประชาชนอย่าไปเลือก ก็ไม่ได้ เพราะว่าไม่มีกฎหมายห้าม ว่าถ้าถูกดำเนินคดีแล้ว จะลงเลือกตั้งไม่ได้

ยกเลิก  Duty Free ขาเข้า ภายในสนามบิน 8 แห่ง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ