ความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย เกิดจากรอยร้าวสะสม-เศรษฐาไร้บารมี?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักวิเคราะห์ชำแหละความขัดแย้งภายใน “เพื่อไทย” กรณี “วัน” เกิดจากรอยร้าว “เฉลิม-ทักษิณ” ที่มีมาแต่เดิม ส่วน “วรชัย” เกิดเพราะ “เศรษฐา” ขาดบารมี

ประเด็นการเมืองไทยยังคงร้อนแรงโดยเฉพาะภายในพรรคเพื่อไทยซึ่งเป็นพรรครัฐบาลเองแต่กลับมีความเคลื่อนไหวที่หลายคนไม่คิดว่าจะได้เห็น เช่น กรณี นายวรชัย เหมะ อดีต สส.พรรคเพื่อไทยและที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ นายกฯ เศรษฐา

หรือกรณี นายวัน อยู่บำรุง ซึ่งมีความใกล้ชิดกับพรรคเพื่อไทยมานาน จะลาออก ซึ่งส่งผลให้ ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้เป็นบิดา คนเก่าคนแก่ของพรรค ออกมาท้าให้ขับตนออกจากพรรค ทำให้เกิดคำถามกันอื้ออึงว่า เกิดอะไรขึ้นกันแน่ภายในพรรคเพื่อไทย?

คอนเทนต์แนะนำ
อุ๊งอิ๊งค์ ยอมรับตำหนิ "วัน อยู่บำรุง" จริง ยันไม่เคยคิดตะเพิด “เฉลิม“ พ้นเพื่อไทย

เบื้องหลังความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทย
นายวัน อยู่บำรุง ถูกเรียกไปตำหนิกรณีไปบ้านบิ๊กแจ๊ส

การเรียกตักเตือนที่มีนอกมีในมากกว่าที่เห็น

นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน วิเคราะห์ถึง 2 กรณีดังกล่าวที่เกิดขึ้นในรายการ เข้มข่าวเย็น ช่วง Exclusive Talk ทางช่อง PPTV HD 36

นายจตุพรตั้งข้อสังเกตว่า เหตุการณ์ที่นายวรชัยวิพากษ์การทำหน้าที่ของนายกฯ เศรษฐา ทั้งที่ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาของ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แต่ทาง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กลับไม่เคยเรียกนายวรชัยเข้าพบเลย

กลับกัน กรณีนายวันไปบ้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง หรือบิ๊กแจ๊ส หลังปิดหีบเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานี กลับถูกเรียกไปตำหนิ

“นี่คือการตีวัวกระทบคราด คุณวันไปหลังปิดหีบ และไม่ใช่แค่คุณวัน คุณเฉลิมก็ไป แต่ไม่มีการเรียกคุณเฉลิมคุย กลับเรียกคุณวัน เจตนาชัด” นายจตุพรกล่าว

เขาเสริมว่า ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านอยู่บำรุงกับพรรคเพื่อไทยมีรอยร้าวมาอยู่ก่อนแล้ว “ไม่ว่าจะเป็นจุดยืนของคุณเฉลิมว่าไม่เห็นดวยกรณีให้คุณเศรษฐาเป็นนายกฯ เสียงคำรามชั้น 8 ในพรรครับรู้ หรือในการหาเสียงเลือกตั้งไม่เห็นคุณเฉลิมเลย เลือกตั้งเสร็จ วันเลือกนายกฯ ก็ไม่ไปโหวต จนได้ยินเสียงจากชั้น 14 ว่ากวนโอ๊ยทั้งพ่อทั้งลูก”

นายจุตพรเล่าต่อว่า ก่อนหน้านี้ในการเลือกตั้งนายก อบจ.ปทุมธานีครั้งก่อนปี 2563 ร.ต.อ.ดร.เฉลิมก็ไปขึ้นเวทีหาเสียงให้บิ๊กแจ๊ส ชี้ชัดว่าบิ๊กแจ๊สกับบ้านอยู่บำรุงไปมาหาสู่ตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งครั้งล่าสุด แต่อยู่ในท่วงทำนองของความระมัดระวัง แต่ที่ครั้งนี้เป็นเรื่องเพราะหวัง “ตีวัวกระทบคราด”

“หลักใหญ่ใจความ รู้อยู่แล้วว่าคุณเฉลิมมีแผลใจและรักลูก จึงเรียกคุณวันมาตำหนิ อ้างว่าต้องปกครองภายใน แต่ถ้าคุณแพทองธารมีมาตรฐานเดียวกันต้องเรียกคุณวรชัยด้วย เพราะที่เขาทำมีผลกว้างกว่า กรณีคุณวันไม่ควรจะเกิดเพราะปิดหีบเลือกตั้งแล้ว”

ด้าน รศ.พรชัย เทพปัญญา อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง เสริมว่า “เรื่องคุณแพทองธารเรียกคุณวัน ผมคิดว่าพ่อสั่ง เพราะสองคนนี้เพื่อนกันสายเฮฮาเที่ยวปาร์ตี้กัน ผมถามว่า จะทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่หรือ เรียกพบกันเงียบ ๆ ส่วนตัวก็ได้ ผลสุดท้ายพอภาพใหญ่เสีย พรรคจะไปไม่รอด ถ้าคุณทักษิณไม่พอใจ เรียกคุณวันคุณเฉลิมไปบ้านก็ได้ จบ ไม่ต้องเป็นเรื่องใหญ่”

อาจารย์บอกว่า จริงอยู่ว่าตัวคุณเฉลิมเองอาจจะอยากไปพรรคอื่นแล้ว จากความบาดหมางตามที่นายจุตพรกล่าวถึง มีพรรครอรับแล้ว เพราะตอนนี้หลายพรรคพยายามรวมบ้านใหญ่เพื่อสู้กับก้าวไกล การได้ ร.ต.อ.ดร.เฉลิมไปอาจจะมีหลายคนหลายกลุ่มตามไปด้วย

“กรณีคุณวรชัยชัดเลย แรงกว่าคุณวันไปบ้านบิ๊กแจ๊สอีก คุณวันไม่ได้ขึ้นปราศรัยด้วยซ้ำ แต่คุณวรชัยไปออกนู่นนี่ ฉะนั้นทำไมเกิดเฉพาะกับคุณวันคุณเฉลิม เพราะกวนมาตั้งแต่ต้น แต่คุณวรชัยไม่มีอะไร” รศ.พรชัยกล่าว

นายจตุพรบอกว่า กรณีนายวรชัยวิจารณ์นายกฯ ไม่เชื่อว่าเป็นการพูดเอง ต้องพูดแทนใครสักคน และคนนั้นย่อมมีศักยภาพ เพราะนายวรชัยต้องรู้ว่าเป็นที่ปรึกษานายภูมิธรรมอยู่ การวิพากษ์นายกฯ เศรษฐาซึ่งเป็นคนจำเก่ง แปลว่าต้องมีภูมิต้านทาน

“ผมว่าน่าจะใหญ่กว่าคุณภูมิธรรม เพราะการวิขจาร์นายกฯ เศรษฐานั้น ถ้าคุณวรชัยไม่ได้อยู่ทำเนียบ อาจเป็นเรื่องปกติไม่ต้องคิดมาก แต่อันนี้เห็นหน้ากันอยู่ ยังต้องเจอกันอยู่ ผมว่าคนที่คุณวรชัยรับฟังมาน่าจะใหญ่กว่าคุณภูมิธรรม หรืออาจจะใหญ่กว่าคุณเศรษฐาด้วย” นายจตุพรกล่าว

ชำแหละความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทย
ร.ต.อ.ดร.เฉลิม อยู่บำรุง ท้าขับตนออกจากพรรคเพื่อไทย

“เฉลิมชัย” สร้างซีน?

รศ.พรชัยบอกว่า ด้วยความขัดแย้งที่สะสมมา เชื่อว่า ร.ต.อ.ดร.เฉลิมไม่อยากอยู่กับเพื่อไทยแล้ว เพราะระดับเขาถ้าสำคัญต้องได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว ฉะนั้นเขารู้แล้วว่าอยู่นี่ก็ไม่มีความหมาย ตำแหน่งคณะกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีมันไม่ใช่อาหารหลัก ฉะนั้นทุ่งหน้าเขียวขจีดินแดนบุรีรัมย์จึงดูยิ่งใหญ่เหลือเกิน

แต่อาจารย์เชื่อว่าต่อให้คุณเฉลิมอยากไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้ก็ไม่ใช่การหาเหตุสร้างซีนเพื่อให้ตนได้ออก “ไม่สร้างซีนหรอก เป็นความบังเอิญต่อเนื่องกันมา เหมือนหมาป่ากับลูกแกะ คุณวันเป็นแกะ หมาป่าคือพ่อคุณแพทองธารที่ไม่พอใจ หวังตีวัวกระทบคราด อยากให้พ่อไปแต่ไม่กล้าทำอะไรพ่อ เลยเล่นลูกแทน”

รศ.พรชัยบอกว่า คุณเฉลิมตอนนี้ถ้าได้ทีพร้อมไปแน่นอน อยู่ที่ว่าเพื่อไทยกล้าขับออกจากพรรคหรือไม่ ถ้ากล้า คุณเฉลิมจะกลายเป็นพยัคฆ์ติดปีก แต่ส่วนตัวตนคิดว่าไม่กล้า น่าจะเอาเสือขังกรงไม่ให้ไป แต่ก็จะอยู่กันลำบากแล้ว “ถ้าผมเป็นคุณทักษิณต้องปล่อยไป ขับเลย เขาท้าขนาดนี้ ถ้าแน่จริงจะเก็บไว้ทำไม”

ต่พอขับออกเลื่อนสสบัญชีรายชื่อไม่ได้ ยกเว้นลาออก ก็จะเสียสสไปคน แต่ถึงเก็บก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ทำงานไม่ภักดีแล้ว

เตือน “เฉลิมชัย“ ห้ามถอยกลับไปเพื่อไทย

นายจตุพรเตือนคุณเฉลิมชัยว่า ต้องรู้แล้วว่ารอบนี้กลับเข้าพรรคไปเป็นหมาหัวเน่า คนในพรรคไม่มีความคิดเข้าบ้านริมคลองมาช่วยเคลียร์เลย

แต่ในทางการเมืองบางคนอาจคิดว่าคุณเฉลิมเป็นเสือเฒ่าใกล้หมดฤทธิ์ ทั้งที่เสือยังเป็นเสือวันยังค่ำ เสียงอาจแหบไปบ้างแต่ยังมีฤทธิ์เดชอยู่

นายจตุพรชี้ว่า วันที่คุณเฉลิมเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ นายทักษิณยังเป็นนักธุรกิจอยู่เลย จนพรรคพลังประชาชนมารวมกับพรรคไทยรักไทย ก็เดินสายปราศรัยทั้งประเทศด้วยกัน ทำให้เห็นชัดว่าส่วนตัวเฉลิมและนายทักษิณรู้จักกันมานาน

“คุณเฉลิมให้เกียรติในวันที่เขาตัวเล็กกว่า แต่เขาก็มีศักดิ์ศรีนักเลงของเขาอยู่ มีที่ทำได้ทำไม่ได้ ในกรณีบิ๊กแจ๊สเขารู้ว่าทำได้ เขาก็ไป ดังนั้นถ้าเห็นแก่หน้าเขาต้องไม่เรียกคุณวันมาตำหนิ เพราะคุณเฉลิมก็ไป เรียกคุณวันเท่ากับเรียกพ่อด้วย ... คนมีศักดิ์ศรีก็ต้องออกมาฟาด เตือนคุณเฉลิมถ้าใจอ่อนกลับไปก็เข้าไปตาย” นายจตุพรกล่าว

รศ.พรชัยเสริมว่า ถ้าตนเป็นคุณเฉลิมจะไม่กลับไปพรรคเพื่อไทย อาจจะตายได้ เพราะคุณเฉลิมอยู่นอกเงารัฐบาลพรรคเพื่อไท ไม่ได้อยู่ใต้บังคับบัญชา ไม่มีประโยชน์ต่าง ๆ เขาจะให้ต่อเมื่อคุณเฉลิมเชื่อฟังเขา

“และสังเกตมั้ย ก่อนคุณทักษิณมา ก่อนคุณแพทองธารเป็นหัวหน้าพรรค เพื่อไทยอยู่ด้วยความสงบนะ พอคุณทักษิณมา คุณแพทองธารเป็นหัวหน้าพรรค คุณเศรษฐาเป็นนายกฯ เละเทะไปหมด มันคือผู้มีอำนาจมาแสดงอำนาจบาตรใหญ่ เมื่อก่อนพรรคกลมเกลียวสามัคคีเป็นหนึ่งเดียว ดีอยู่แล้ว คุณมาทำลายสิ่งที่ดีงามในอดีต” อดีตคณบดีกล่าว

วิเคราะ์ความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อไทย
น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะ “เศรษฐา” ไม่มีบารมี

รศ.พรชัยบอกว่า เหตุการณ์ทั้งกรณีนายวรชัยและนายวัน เกิดขึ้นเพราะนายกฯ เศรษฐาขาด “บารมี”

“คุณเศรษฐาไม่เคยมีภาวะผู้นำมาก่อน เทียบ พล.อ.ประยุทธ์ หรือคุณทักษิณไม่ได้ บารมีโดยตำแหน่งเข้าใจได้ แต่บารมีที่เกิดตามธรรมชาติต้องมีด้วยจึงจะบริหารได้ ตอนนี้ผลที่เกิดมาไม่ได้เกิดภายในพรรคอย่างเดียว เกิดผลนอกพรรคด้วย” รศ.พรชัยกล่าว

อาจารย์เสริมว่า นายกฯ เศรษฐาเหมือนลอยเหาะมาโดยการอุ้มชูของนายทักษิณ ทำให้ต้องอยู่ภายใต้นายทักษิณ จะมีบารมีในพรรคได้อย่างไร ขนาดประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังต้องเป็นผู้ว่าการรัฐ เป็นวุฒิสมาชิก ชิงตำแหน่งแคนดิเดตรอบ 1 รอบ 2 สะสมบารมีกว่าจะได้เป็น การเหาะลอยมาทำให้บารมีไม่เกิด

นายจตุพรเห็นด้วยว่า นายกฯ เศรษฐาไม่มีบารมี เพราะตั้งแต่เป็นนายกฯ ไม่ว่าจะต่างประเทศหรือต่างจังหวัด ไปที่ไหนคะแนนนิยมมีแต่ลดลง

“ที่คุณวรชัยพูดเห็นด้วย นายกฯ เวลาลงพื้นที่คือลงไปเพื่อแก้ปัญหา ไม่ใช่ไปรับฟังปัญหา ตรงนั้นมันมีกลไกกระทรวงมหาดไทยอยู่ หรือไปต่างประเทศก็ต้องไปปิดการขาย ไม่ใช่ไปเป็นเซลส์แมน ถึงได้ขายอะไรไม่ได้ ไม่งั้นจะมีผู้แทนการค้าทำไม จะมีกรมเจรจาการค้าทำไม จะมีรัฐมนตรีพาณิชย์ทำไม จะมีทูตพาณิชย์ทำไม” นายจตุพรกล่าว

เขาเสริมว่า “นายกฯ ไปเป็นเซลส์แมนทั้งที่ควรไปลงนามตัดริบบิ้น ไปต่างจังหวัดควรไปแก้ไม่ใช่ไปฟัง ถ้าลงเพื่อไปฟังอย่างนี้ที่ไปเชียงใหม่ภูเก็ตบ่อย ๆ แปลว่าฟังไม่รู้เรื่องเลยสิ”

Samsung เปิดตัว Galaxy Z Flip6 - Fold6 พร้อมแหวนอัจฉริยะ "Galaxy Ring"

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ