วันที่ 2 ส.ค.2567 เวลา 16.00 น. ที่พรรคก้าวไกล นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วยนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ร่วมกันแถลงข่าวปิดคดียุบพรรคก้าวไกลเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีการ ประชุมปรึกษาหารือ และลงมติ รวมทั้งนัดฟังคำวินิจฉัยในคดีดังกล่าว ในวันที่ 7 ส.ค.นี้
โดยนายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้แถลงย้ำ 9 ข้อต่อสู้ของพรรคก้าวไกลที่เคยแถลงไว้
คือ 1.ย้ำว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องคดีนี้ไว้วินิจฉัย 2.การยื่นคำร้องในคดีนี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะ กกต.มุ่งหมายยื่นคำร้องยุบพรรคโดยไม่สนใจกระบวนการขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด 3.คดีนี้เป็นข้อหาที่แตกต่างจากข้อหาในคดีเดิม ตามคำวินิจฉัยที่ 3/2567 ศาลจะต้องวินิจฉัยข้อเท็จจริงในคดีนี้ใหม่ ไม่อาจกล่าวอ้างข้อเท็จจริงตามคำวินิจฉัยคดีเก่าได้
4.นอกจากการเสนอนโยบายแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แล้ว การกระทำอื่นๆ ของ สส.พรรคก้าวไกลไม่ได้เป็นการกระทำของพรรค 5.การกระทำตามที่กล่าวหาไม่ได้เป็นการกระทำที่เป็นการล้มล้างการปกครองหรือมีการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง และการนำเสนอนโยบายหาเสียงแก้มาตรา 112 กกต.ก็ไม่เคยสั่งให้พรรคแก้ไขเปลี่ยนแปลงนโยบาย หรือห้ามใช้หาเสียง 6.ศาลรัฐธรรมนูญไม่ควรยุบพรรคก้าวไกล เพราะการกระทำของพรรคไม่มีรุนแรงถึงขั้นยุบพรรค และศาลสั่งให้พรรคเลิกการกระทำไปแล้ว จึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องสั่งยุบพรรคอีก
7.แม้ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งยุบพรรคแต่ไม่มีอำนาจกำหนดระยะเวลาการเพิกถอนสิทธิการสมัครรับเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค 8.หากศาลเห็นว่ามีอำนาจกำหนดระยะเวลาเพิกถอนสิทธิฯ การกำหนดระยะเวลาดังกล่าวต้องอยู่บนหลักพอสมควรแก่เหตุ ไม่ควรเกิน 5 ปี ตามที่เคยใช้ใน พ.ร.ป.พรรคการเมืองปี 2550 และ 9.การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ต้องเพิกถอนเฉพาะกรรมการบริหารพรรคที่กระทำความผิดเท่านั้น ไม่ควรเหมารวมกรรมการบริหารพรรคที่ดำรงตำแหน่งในวันที่ศาลตัดสิน
จากนั้น นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่า มีเส้นแบ่งระหว่างคดีของพรรคก้าวไกลและพรรคอื่นๆ ที่ถูกยุบมาในอดีต โดยเป็นระเบียบข้อบังคับของกกต. ที่กำหนดให้รวบรวมพยานหลักฐานในการพิจารณายุบพรรค ซึ่งเรื่องนี้เป็นเส้นแบ่งระหว่างคดีนี้กับคดีอื่นของพรรคที่ถูกยุบในอดีต อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 2549 มีพรรคการเมืองถูกยุบทั้งหมด 33 พรรค นักการเมืองถูกตัดสิทธิ 249 คน มีแค่ 1 พรรคที่รอดยุบพรรค และยกคำร้อง เพราะกระบวนการยื่นคำร้องไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเหมือนกรณีที่พรรคก้าวไกล ไม่มีโอกาสรับทราบข้อกล่าวหา และไม่มีโอกาสชี้แจงต่อกกต. จึงรู้สึกเสียโอกาส
Apple UK ลบคลิปแล้ว! ปมโฆษณาดรามาประเทศไทย
นายพิธา บอกอีกว่า พรรคก้าวไกลเห็นว่าการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั้น เป็นการนำระบอบประชาธิปไตยและสถาบันพระมหากษัตริย์มาดำรงอยู่คู่กัน โดยอำนาจอธิปไตย์เป็นของประชาชน ขณะเดียวกันก็มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของรัฐ โดยพระองค์ไม่ทรงใช้อำนาจทางการเมืองและการปกครองด้วยพระองค์เอง จึงดำรงความเป็นกลางทางการเมือง มีพระราชฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนผู้ใดจะละเมดฟ้องร้องไม่ได้ การผสานสถาบันพระมหากษัตริย์และประชาธิปไตยให้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกันจึงเป็นโจทย์สำคัญของการธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข
ความพยายามที่จะทำให้ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมีลักษณะหยุดนิ่งตายตัว พัฒนาเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ย่อมเป็นอันตรายต่อระบอบการปกครอง เพราะจะทำให้สูญเสียความยืดหยุ่น และความสามารถในการปรับสมดุลให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขทางสังคมใหม่ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย เสียโอกาสเชื่อมสิ่งเก่ากับสิ่งใหม่ เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาธิปไตยและสถาบันแปลกแยกต่อกัน การปกปักรักษาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขจึงไม่สามารถบรรลุด้วยได้การใช้อำนาจกดปราบทั้งการใช้กำลังและกฎหมาย แต่ต้องสร้างสมดุลให้ได้สัดส่วนเหมาะสมกับยุคสมัย เพื่อให้ระบอบนี้มั่นคงยั่งยืน
เพราะหลายปีที่ผ่านมาการนำความจงรักภักดีมากล่าวหากันในทางการเมือง นำไปสนับสนุนหรือเกี่ยวพันกับการรับประหาร รวมทั้งการแสดงความจงรักภักดีแบบล้นเกินเพื่ออำพรางการแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตนของคนบางกลุ่ม ประกอบกับสภาพแวดล้อมทางการแบบใหม่ตามยุคสมัยกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการเมืองและความรู้สึกนึกคิดแบบใหม่ที่สังคมไทยอาจไม่คุ้นเคย แต่แทนที่ผู้มีอำนาจจะคลี่คลายแรงตรึงเครียดในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป้นประมุข และสร้างฉันทามติใหม่ตามยุคสมัย กลับใช้อำนาจกด บังคับประชาชนมากยิ่งขึ้น ใช้มาตรา 112 อย่างเข้มงวดรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
สส.พรรคก้าวไกลจึงเสนอให้ปรับปรุงแก้ไข มาตรา 112 โดยเจตนาฟื้นฟูสายสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนและสถาบัน สร้างสมดุลใหม่ที่ได้สัดส่วนระหว่างการคุ้มครองพระเกียรติยศและคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาดุลยภาพและความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งนี้การจะธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขจะดำรงอยู่อย่างมั่นคงได้ จะต้องโอบรับความคิดเห็นที่มีอยู่อย่างหลากหลายในสังคม รับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกัน อดทนอดกลั้นรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง และใช้กระบวนการทางประชาธิปไตยแก้ปัญหาความแตกต่างขัดแย้งในสังคมอย่างมีวุฒิภาวะ โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ภายใต้ร่มพระบารมี ที่มีองค์พระมหากษัตริย์เป็นศูนญ์รวมจิตใจประชาชนโดยไม่แบ่งแยก ซึ่งจะเป็นการธำรงไว้ซึ่งระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขให้ยืนยงสถาพรสืบไปเยี่ยงนานาอารยประเทศ
หลังจากนั้นสื่อมวลชนถามว่า มีการประเมินคำวินิจฉัยศาลหรือไม่ นายพิธากล่าวว่า คงไม่ก้าวล่วงประเมิน แต่เรามั่นใจในข้อเท็จจริงและมั่นใจในข้อกฎหมายทั้ง 9 ข้อ ทั้งนี้เรายืนยันข้อเท็จจริงและข้อกฏหมายในฝั่งของเรา และเชื่อว่าพรรคก้าวไกลจะได้รับความยุติธติธรรม และมีบรรทัดฐานเป็นไปตามหลักสากล ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่กังวล และเชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินตามข้อกฎหมายและข้อเท็จจริง
ผ้าคลุมรถกันความร้อน และ 4 ไอเทมที่ช่วยทำให้รถดูสวยใหม่ตลอดเวลา
ชมภาพ : "ชัยธวัช" ชี้ ศาลฯไม่ควรยุบก้าวไกล “พิธา” เชื่อ จะได้รับความยุติธรรม