รศ.เจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการทางกฎหมาย และประธานหลักสูตรนิติศาสตร์ วิทยาลัยบัณฑิตเอเชีย วิเคราะห์ ถึงความสุ่มเสี่ยงของรัฐมนตรี ที่อาจผิดจริยธรรมตามมาตรฐานศาลรัฐธรรมนูญว่า รัฐประศาสโนบาย หรือ วิธีปกครองบ้านเมืองทุกประเทศ ต้องการขจัดปัญหายาเสพติดให้หายไป เพราะถือว่าเป็นภัยต่อมวลมนุษยชาติ จึงจะเห็นว่า บริษัทส่วนใหญ่ก็จะไม่รับคนที่เกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดเข้ามาทำงาน
นอกจากเรื่องยาเสพติด ก็มีเรื่องของการทุจริต ค้าอาวุธเถื่อน ค้ามนุษย์ และ คนที่ทำร้ายมนุษยชาติ เช่น การฆ่าคน หรือ กดขี่ทำให้คนไม่ได้รับความเป็นธรรมโดยมองว่า ทางการเมืองก็เหมือนกัน ต้องไม่ให้คนที่มีชนักติดหลังเรื่องเหล่านี้ เข้ามาดำรงตำแหน่ง เกี่ยวข้องกับการบริหารประเทศ
“ลุงป้อม” ประกาศพรรคพลังประชารัฐ ร่วมรัฐบาล"แพทองธาร"
อย่างกรณี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เคยมีคดีสารเสพติด นอกราชอาณาจักร มองว่า ขณะนั้นศาลรัฐธรรมนูญ อาจจะดูแค่เพียงมาตราเดียวว่าขาดคุณสมบัติหรือไม่ แต่ไม่ได้ พิจารณาเรื่องของจริยธรรม ส่วนนี้ควรจะพิจารณาเพิ่มเติม เช่นเดียวกับ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่มีคดีทุจริตการสอบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องจริยธรรมอย่างแน่นอน ใช้คำว่า “นานาอารยะประเทศ ไปถามใครก็ได้ จะยอมให้คนในลักษณะนี้มาทำงานสำคัญของบ้านเมืองหรือไม่”
ส่วนตัวหากวิเคราะห์ว่าใครจะเข้าข่ายผิดจริยธรรมและขาดคุณสมบัติ ในการดำรงตำแหน่งทางการเมือง หากวัดจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก 5 คน ก็เป็นไปได้ว่า ร.อ.ธรรมนัส กับ นายสันติ มีโอกาส หลุดมากที่สุด แต่หากเอามาตรฐานบ้านเมืองเกณฑ์จริยธรรมระดับสูง ก็เป็นไปได้ว่าอาจหลุดทั้งหมด 4 คน
กรณีนายชาดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงมหาดไทย เคยตกเป็นจำเลยในคดีจ้างวานฆ่า แต่ท้ายที่สุดศาลฎีกาก็ยกฟ้อง จะผิดจริยธรรมในอนาคตหรือไม่ รศ.เจษฎ์ บอกว่า กรณีนายชาดา ศาลยกฟ้องก็ถือว่าพ้นข้อกล่าวหา ซึ่งต่างจากเรื่องผิดจริยธรรม ของนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ตั้งคนมีคดีทุจริต พยามออกหนังสือกลบเกลื่อน ลักษณะนี้ถือว่า ขาดความซื่อสัตย์ สุจริตเชิงประจักษ์
เช่นเดียวกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ที่โดนข้อหาก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง สมัยที่เป็นแกนนำ กปปส. ก็มองว่าไม่เกี่ยวกับการผิดจริยธรรม
ส่วนกรณีของ น.ส.แพรทองธาร ชินวัตร เรื่องการทุจริต ข้อสอบรั่วไหล รศ.เจษฎ์ มองว่า หากมีหลักฐานชัดเจน สามารถมัดตัวได้ก็สุ่มเสี่ยงผิดจริยธรรม ส่วนกรณีที่ครอบครองที่ดินธรณีสงฆ์ เป็นไปได้ 2 แบบคือ มีความผิดไปเลย กับคืนที่ดินส่วนนั้น ซึ่ง 2 เรื่องนี้ยังไม่ได้พิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง แต่ก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องสุ่มเสี่ยง
เมื่อถามว่าหากท้ายที่สุด ผิดจริยธรรม หลุดจากการเป็นรัฐมนตรีทั้งหมด การเมืองไทยอาจเป็นรูปแบบของการใช้ทายาททางการเมือง โดยมีนักการเมืองเก่าๆที่มีคดีติดตัว ชักจูงอยู่เบื้องหลังแทน รศ.เจษฎ์ มองว่า ถ้าเป็นเพียงแค่ให้คำปรึกษาไม่ได้ออกหน้าออกตาอย่างเอิกเกริก ก็สามารถทำได้ แต่ไม่ใช่แบบนายทักษิณ ชินวัตร ที่ออกมาออกหน้าออกตาจัดตั้งคนด้วยตัวเอง จนคนมองว่าเป็นนักโทษเทวดา ซึ่งส่วนนี้มองว่าอาจทำให้ลูกหลานเดือดร้อนเมื่อถามว่าจะเดินหน้าประเทศอย่างไร ในเมื่อได้นายกฯ เตรียมจัดตั้งคณะรัฐมนตรี ก็มีการร้องเรียนเรื่องที่เคยมีชนักติดหลังอยู่ ท้ายที่สุดก็จะวนอยู่ที่เดิมหรือไม่ รศ.เจษฎ์ บอกว่าประเทศจะเดินหน้าได้ ถ้าเลือกคนที่มีการพิจารณาแล้วเป็นอย่างดีว่าไม่มีปัญหาในเรื่องคดี และผ่านเกณฑ์การคัดสรร จนเข้ามาดำรงตำแหน่ง ซึ่งไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแต่การเมืองไทย มักใช้เรื่องเงิน เรื่องพรรคพวกและผลประโยชน์ มากกว่า พิจารณาคน รับตำแหน่ง จากเรื่องคุณสมบัติที่ดี.