ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วยมูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า นายสยาม นนท์คำจันทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. นายกองตรี ดร.ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ พรรคกล้าธรรม และคณะ ลงพื้นที่ชุมชนหลังวัดริมคลองนางหงษ์ เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบเหตุเพลิงไหม้ชุมชนหลังวัดบวรนิเวศวิหาร บริเวณพระราม 6
โอกาสนี้ได้มอบถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น พร้อมติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างบ้านและการช่วยเหลือด้านงบประมาณสำหรับผู้ประสบภัยทั้ง 58 ครอบครัว รวมถึงเตรียมประสานจัดหาที่พักอาศัยชั่วคราว เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบมีที่พักระหว่างรอการก่อสร้างบ้านแล้วเสร็จ
ก่อนลงพื้นที่สำรวจชุมชนที่ไฟไหม้ ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวการเมือง โดยเฉพาะข่าวการพูดคุยกับนายทักษิณ ชินวัตร และกระแสจับขั้ว “แดง-เขียว-ส้ม” ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า ช่วงที่ผ่านมาแทบไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับครอบครัวและเดินทางไปต่างประเทศ จึงไม่มีการพูดคุยหรือดีลทางการเมืองกับใคร รวมถึงไม่ได้พูดคุยกับ นายทักษิณ ตามที่มีกระแสข่าว
ส่วนการวิเคราะห์เรื่องการจับขั้วทางการเมือง มองว่าเป็นเพียงการประเมินสถานการณ์ของนักวิชาการ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองในอนาคตเท่านั้น สำหรับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ต้องรอดูว่าจะเป็นการอภิปรายรายบุคคลหรือทั้งคณะ พรรคกล้าธรรมยังไม่มีข้อมูลที่จะนำไปอภิปราย เพราะการทำหน้าที่ฝ่ายค้านต้องอาศัยข้อเท็จจริงและหลักฐานที่รอบด้าน ไม่ใช่ใช้อารมณ์หรือความรู้สึก
เมื่อถูกถามว่าพรรคกล้าธรรมจะประกาศตัวเป็นฝ่ายค้านเต็มรูปแบบหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า สส.ของพรรคทำหน้าที่ฝ่ายค้านในสภาอย่างเต็มที่อยู่แล้ว แต่ในฐานะนักการเมืองก็ยังอยากให้โอกาสรัฐบาลได้แสดงฝีมือ หากวันหนึ่งรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ ค่อยมาพูดคุยกันอีกครั้ง
ส่วนคำถามถึงโอกาสการจับมือกับพรรคประชาชน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เรื่องที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งถือว่าผ่านไปแล้ว เพราะการเมืองอะไรก็เกิดขึ้นได้ เคยเป็นศัตรูก็กลับมารักกันได้ แต่ไม่ได้หมายความว่ามีการพูดคุยกันในเวลานี้ การตัดสินใจใด ๆ ของพรรคจะต้องหารือร่วมกันภายในพรรค ไม่ใช่การตัดสินใจของคนเพียงคนเดียว
ส่วนกรณีที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ระบุว่า หลาบแล้วกับการร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย แล้ว ร.อ.ธรรมนัส หลาบด้วยหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ควรนำคำพูดของบุคคลใดมาเปรียบเทียบกับพรรคกล้าธรรม เพราะทุกการตัดสินใจของพรรคต้องผ่านการหารือร่วมกันเสมอ
เมื่อให้ประเมินผลงานรัฐบาล ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ในฐานะที่เคยทำงานฝ่ายบริหารมาเป็นเวลานาน ขอไม่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เพราะเชื่อว่าประชาชนสามารถตัดสินผลงานได้ด้วยตัวเอง รัฐบาลชุดนี้มีพรรคการเมืองใหญ่และบุคคลที่มีประสบการณ์หลายคน จึงหวังว่าการบริหารประเทศจะดีขึ้น แต่หากไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ก็เชื่อว่าในที่สุดย่อมต้องเกิดการเปลี่ยนแปลง
ผู้สื่อข่าวยังถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างพรรคกล้าธรรมกับพรรคภูมิใจไทย ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า ที่ผ่านมาไม่ได้มีการพูดคุยกับใคร และเมื่อถูกถามต่อว่า หากมีการทาบทามให้ร่วมรัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร เจ้าตัวระบุว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แต่ย้ำว่าหากจะกลับไปทำงานฝ่ายบริหาร ต้องเป็นการเข้าไปทำงานเพื่อแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เข้าไปเป็นเพียงตัวประกอบ
ส่วนคำถามว่า หากกลับไปร่วมรัฐบาล จะต้องได้ดูแลกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า ไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่งหรือกระทรวงใดเป็นพิเศษ ขอเพียงเป็นงานที่สามารถสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน และประเทศชาติ ไม่ว่าจะอยู่ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ก็พร้อมทำหน้าที่เต็มที่