เมื่อเวลา 10.00น. วันที่ 22 พ.ย. 67 ที่บริเวณเชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานพรรคไทยภักดี พร้อมแนวร่วมกลุ่มคนคลั่งชาติ นำรายชื่อประชาชน 104,697 รายชื่อ ยื่นถึงนายกรัฐมนตรี ผ่านนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการเรื่องร้องทุกข์ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกเอ็มโอ ยูไทย-กัมพูชา ปี 2544 โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ คือ 1. ขอให้ยกเลิกเอ็มโอยู 44
2. เราสนับสนุนการเจรจาแต่ต้องอยู่ในบนหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศที่เหมือนกัน เพราะกัมพูชาลากเส้นตามใจชอบ และกัมพูชาต้องเข้าสนธิสัญญาอันครอส 1982 ก่อน และ 3. ผู้ใหญ่ที่เคยทำงานกระทรวงต่างประเทศ และเจรจาเรื่องทางทะเล ฝากมาว่าการอย่านำไปสู่การแบ่งผลประโยชน์ด้วยการขุดพลังงานทางทะเล เพราะจะทำให้ไทยเสียดินแดนทางทะเลแน่นอน ขอเตือนนายกฯในเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ
จ่อเปิดลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่สิ้น มี.ค.68 คาดมีถึง 25 ล้านคน
ศาลรัฐธรรมนูญ ไม่รับคำร้อง "ทักษิณ" ล้มล้าง ครอบงำ "เพื่อไทย"
นพ.วรงค์ กล่าวว่า หลังจากหลายภาคส่วนขยับ ประชาชนตื่นตัวมาก หากรัฐบาลยังเดินหน้า เชื่อว่าม็อบจะมาบุกทำเนียบฯ และมองว่าการตั้งคณะกรรมการร่วมทางเทคนิค (JTC) ไม่ได้ประโยชน์เพราะรัฐบาลชุดนี้ชอบยอมกัมพูชา นอกจากนี้ รัฐบาลยังโกหกประชาชน กรณีที่บอกว่าถ้ากัมพูชาไม่ยินยอม เราจะยกเลิกไม่ได้ ถ้าเรื่องแค่นี้ท่านทำไม่ได้ก็ลาออกไปเลย และขอท้ารัฐบาลดีเบตโดยที่ใครจัดก็ได้ เพราะรัฐบาลชอบพูดฝ่ายเดียวทำให้ประชาชนสับสน
"ประชาชนหวงแหนประเทศเพราะประเทศนี้ไม่ใช่ของใครคนหนึ่ง และไม่ใช่ของตระกูลใด ซึ่งคนไทยฝากถามว่าตระกูลคุณกับตระกูลทางกัมพูชา มีอะไรกันหรือไม่ทำไมถึงยอมกัมพูชาทุกอย่าง" นพ.วรงค์ กล่าว
ทั้งนี้ ขอชื่นชมผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) และกองทัพเรือที่แสดงความชัดเจน ในการลาดตระเวนตามเส้นตามเส้นเขตแดนที่ประเทศไทยประกาศเมื่อปี 2516 รวมถึงจะจัดเสวนาในวันที่ 3 ธันวาคมโดยเปิดให้ภาคประชาชนเข้าไปร่วมรับฟัง และสอบถาม ขณะที่รัฐบาลกลับไม่ทำอะไรเลย