วันที่ 28 ธ.ค.2567 รศ.ยุทธพร อิสรชัย อ.ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ ม.สุโขทัยธรรมาธิราช ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี กกต.ยุติเรื่องตามคำร้องขอให้ตรวจสอบการกระทำของพรรคภูมิใจไทยที่รับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด จากนายศุภวัฒน์ เกษมสุทธิ์ บริษัทศิลาชัย บุรีรัมย์ (1991) จำกัด และห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น
เนื่องจากข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏพยานหลักฐานว่าพรรคภูมิใจไทยได้รับบริจาคโดยรู้หรือควรรู้ว่าเงินบริจาคได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีแหล่งที่มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดย รศ.ยุทธพร มองว่า เหตุที่เกิดขึ้น คิดว่าเกิดจากการพิจารณาจากพยานหลักฐานและข้อกฎหมาย ของ กกต. แล้ว ซึ่งในความเป็นจริงควรต้องมีคำอธิบาย รายละเอียดต่างๆ ให้สังคมได้เห็น ไม่ใช่เพียงแค่การแถลงข่าวอย่างเดียว เพราะในเรื่องของกรณีการยุบพรรคที่ผ่านมาในไทย เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นเมื่อมีการยกคำร้องเกิดขึ้น ก็อาจทำให้มีคนบางกลุ่ม ตั้งคำถามได้ และถูกเอาไปเปรียบเทียบกับการยุบพรรคครั้งก่อนๆ ซึ่งตนเองมีความคิดเห็นว่า กกต.ต้องออกมาสร้างความ เข้าใจ มากกว่าเพียงแค่การแถลงข่าว
เมื่อถามว่า กรณีดังกล่าวสะท้อนนัยยะทางการเมืองอย่างไรบ้าง รศ.ยุทธพร มองว่า ในทางการเมืองจะเห็นได้ว่าเรื่องของการยุบพรรค มีการร้องกันมากหลายครั้ง ซึ่งการยุบพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการยุบพรรคใดก็ตาม คิดว่าเป็นปัญหาและอุปสรรค ต่อกระบวนในการพัฒนาประชาธิปไตยของไทย เพราะพรรคการเมือง ถือเป็นตัวแสดงทางการเมืองหลัก ในระบอบรัฐสภา
ดังนั้นถ้าพรรคการเมืองขาดความเข้มแข็ง จะส่งผลให้โอกาสที่ประชาชนคนไทยได้เห็นการเดินหน้าของประชาธิปไตยนั้นคงเป็นเรื่องที่ยาก พร้อมกับแนะนำว่าควรมีการแก้กฎหมายสำหรับพรรคการเมือง เพื่อแก้ไขปัญหาการถูกยื่นคำร้องขอให้ยุบพรรค และเพื่อยุตินิติสงครามด้วย
เมื่อถามว่ามติ กกต.ดังกล่าวจะมีการใช้อำนาจช่วยเหลือกันส่วนตัวหรือไม่ รศ.ยุทธพร ระบุว่า คงไม่สามารถยืนยัน หรือพูดอะไรได้ เพราะต้องมีหลักฐานก่อน ดังนั้น สิ่งที่สำคัญตอนนี้ คือ ตนเองอยากให้ กกต. ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดที่ชัดเจนมากกว่า ว่า วินิจฉัยอย่างไร มีข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริงอะไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดการเข้าใจผิดในสังคม และถูกประชาชนนำไปเปรียบเทียบกับกรณียุบพรรคครั้งก่อนๆที่ผ่านมา และ กกต. เองจะได้ไม่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ด้วย