จากกรณีศาลจังหวัดเชียงใหม่ ได้ออกหมายจับ นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยก้าวหน้า ผู้ต้องหาซึ่งดำรงตำแหน่ง สส. ในความผิดข่มขืนกระทำชำเรา Miss C. นักท่องเที่ยว สัญชาติจีน แจ้งความร้องทุกข์ว่าเกิดเหตุที่ โรงแรมแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 9 ม.ค. 2568
โดยเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ครั้งแรกที่ ชื่อของ “ไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์” หรือ “ปูอัด” ถูกพูดถึงในเรื่องอื้อฉาว โดยย้อนไปก่อนหน้านี้เขาเคยมีเรื่องอื้อฉาวในลักษณะเดียวกันมากก่อน
ย้อนไปช่วงปลายปี 2566 มีประเด็นเรื่องกล่าวหา นายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. พรรคก้าวไกล (ในขณะนั้น) มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ โดยมีผู้เสียหาย 3 รายด้วยกัน ทั้งนี้เรื่องดังกล่าว เป็นประเด็นร้อนแรงหลังจากมีผู้เสียหายมาร้องเรียนว่าเคยถูกนายไชยามพวาน คุกคามทางเพศ จำนวน 3 คน ซึ่งทั้ง 3 คน เป็นทีมงานที่มาช่วยหาเสียงให้กับพรรคก้าวไกล โดยผู้เสียหายทั้งหมดถูกนายไชยามพวาน คุกคามทางเพศคล้ายๆ กัน
โดยมีการตีสนิท แตะเนื้อต้องตัว ชวนไปเที่ยวกลางคืน ชวนดื่มแอลกอฮอล์ ชวนพูดคุยเรื่องแฟน เรื่องครอบครัว ชวนไปไหนมาไหนแบบสองต่อสอง และสุดท้ายก็ชวนไปมีเพศสัมพันธ์ โดยหลังจากเกิดเรื่องผู้เสียหายทั้ง 3 คน ได้รวมตัวกันนำเรื่องไปแจ้งกับทางพรรคก้าวไกลซึ่งเป็นต้นสังกัด
แต่เนื่องจากเรื่องร้องเรียนดังกล่าว ไม่มีหลักฐานที่ถูกกล่าวหา มีแต่เพียงคำบอกเล่าจากผู้เสียหายทำให้ในตอนต้น พรรคก้าวไกล มีมติคาดโทษ โดยตัดสิทธิ์พึงมีทั้งหมด และให้คาดโทษไปตลอดสมัยประชุม หากมีพฤติกรรมใดๆ ที่เข้าข่ายคุกคามทางเพศอีกจะต้องให้พ้นจากสมาชิกพรรค แต่หลังจากมีกระแสกดดันทั้งจาก สส.ภายในพรรค และจากกระแสสังคม ก็ทำให้พรรคก้าวไกล มีมติขับ นายไชยามพวาน พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคในที่สุด
โดยเรื่องราวอื้อฉาวที่เกิดขึ้น นายไชยามพวาน เคยออกมาแถลงข่าวชี้แจงว่าในรายละเอียด และโต้แย้งข้อกล่าวหาของผู้เสียหายทั้ง 3 ราย
กรณีผู้ร้องที่ 1
นายไชยามพวาน ชี้แจงว่า การผู้ร้องอ้างว่าตนใช้อำนาจคุกคามทางเพศนั้น ตนมีแชทที่ผู้ร้อง โดยในแชทตนกับผู้ร้องก็คุยกันตามปกติ ดูแลเหมือนทีมงานคนอื่นๆปกติ สนิทสนม มีการเล่นเปียโนให้ และในวันที่ตนชนะเลือกตั้งผู้ร้องก็ได้ส่งข้อความมาแสดงความยินดีกับตน หลังจากนั้นก็มีการคุยกันในแชทตามปกติ และทางบ้านของผู้ร้องก็เอ็นดูตน โดยได้ให้สูทมือสองและเนคไทของพ่อผู้ร้องให้กับตนด้วย พร้อมย้ำว่าหากเป็นการใช้อำนาจบีบบังคับและคุกคามทางเพศ ตนก็ต้องขอโทษจริงๆ และพร้อมที่จะยอมรับมติพรรค
กรณีผู้ร้องที่ 2
นายไชยามพวาน ชี้แจงว่า การที่ผู้ร้องอ้างว่าตนแอบถ่ายรูปตอนที่ผู้ร้องกำลังผูกเนคไทให้ ระหว่างอยู่ในห้อง 2 คน เป็นการคุกคามทางเพศ โดยรูปดังกล่าวเป็นคอนเทนต์ที่ผู้ร้องคิดขึ้น เพื่อโพสต์ในโซเชียลมีเดียว่า สส.หน้าใหม่ผูกเนคไทไม่เป็น ซึ่งยืนยันว่าผู้ร้องรู้ตัวว่าถูกถ่ายแน่นอน ผู้ร้องมีการสนทนากับตนตลอด และตอนนั้นไม่ได้อยู่สองต่อสอง มีคนอื่นอยู่ด้วย ส่วนกรณีสลิปเงินที่ตนให้เป็นเงินเดือนและเงินช่วยเหลือค่าครองชีพระหว่างว่างงาน ไม่ใช่การโอนเงินเพื่อกลบเกลื่อนความผิด
กรณีผู้ร้องที่ 3
นายไชยามพวาน ชี้แจงว่า การที่ผู้ร้องอ้างว่าตนแตะเนื้อต้องตัวเป็นการคุกคามทางเพศนั้น ตนทราบดีว่าเวลาลงพื้นที่หรือเวลาอื่นตนมีการสัมผัสตัวคนอื่นค่อนข้างมาก แต่ตนไม่มีเจตนาสัมผัสตัวใครเพื่อเป้าประสงค์ทางเพศ และการสัมผัสตัวผู้ร้องรายดังกล่าว เป็นการแตะเนื้อต้องตัวตามธรรมดาในฐานะเพื่อนร่วมงาน ไม่ได้ก้าวล่วงในส่วนไม่พึงประสงค์ แต่หากตนไม่ได้คิดให้รอบคอบถึงขอบเขตเหล่านี้ว่าแต่ละคนอาจมีขอบเขตในการยอมรับที่แตกต่างกัน ตนก็ต้องก็ขออภัย หากการกระทำของตนทำให้ผู้ร้องรู้สึกไม่สบายใจ และไม่ได้เปิดโอกาสให้ผู้ร้องสะท้อนความรู้สึกไม่สบายใจมากพอ ตนก็ต้องขอโทษและจะระมัดระวังตัวมากขึ้น
ข้อโต้แย้งผู้เสียหาย
ขณะที่ผู้เสียหาย ได้มีการโต้แย้งว่า การที่นายไชยามพวาน อ้างว่า ครอบครัวผู้เสียหายพาไปเลือกสูทและเนคไทเพื่อใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้น เพราะนายไชยามพวานพูดกับครอบครัวผู้เสียหายอยู่เสมอว่าไม่มีเงิน ครอบครัวของผู้เสียหายเห็นว่านายไชยามพวานมีความตั้งใจเข้ามาทำงานการเมือง จึงสนับสนุน
และครอบครัวของผู้เสียหาย มองว่า การที่นายไชยามพวานออกมาแถลงกล่าว เป็นการเล็งเห็นผลที่จะเปิดเผยว่าผู้เสียหายเป็นใคร การกระทำดังกล่าวถือเป็นการคุกคามและทำร้ายจิตใจของผู้เสียหายซ้ำ ส่วนการที่นายไชยามพวาน พยายามอ้างว่า มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เสียหาย โดยยกข้อความสนทนาในไลน์มายืนยันนั้น ครอบครัวของผู้เสียหายมองว่า ข้อความดังกล่าว ไม่สามารถตีความว่าผู้เสียหายคิดกับนายไชยามพวานเกินกว่าเพื่อนร่วมงาน
สุดท้ายครอบครัวของผู้เสียหาย ยืนยันว่า การคุกคามหรือการล่วงละเมิดทางเพศ ไม่ว่าในความสัมพันธ์รูปแบบใด เป็นเรื่องร้ายแรงและยอมรับไม่ได้ การเอื้อเฟื้อ การสนับสนุน หรือการมอบความใกล้ชิด หาใช่ใบอนุญาตให้ใครก็ตาม กระทำการคุกคามหรือล่วงละเมิดทางเพศบุคคลอีกฝ่ายได้