หลังจากฝ่ายค้านล็อกเป้ายื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว ซึ่งก็มีพรรคร่วมรัฐบาลเริ่มออกมาส่งเสียงสนับสนุนนายกฯ กันแล้วหลายพรรค
ไล่ตั้งแต่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่บอกรักนายกฯ ซ้ำๆมาตลอดหลายวันมานี้ ขณะเดียวกันวันนี้ก็มีแกนนำพรรคร่วมอีกหลายพรรคออกมาส่งเสียงสนับสนุนนายกฯ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้น
โดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม ให้สัมภาษณ์สื่อถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งฝ่ายค้านพุ่งเป้าที่นายกฯ คนเดียว นั้นว่า พรรคกล้าธรรม ทั้ง 24 เสียง ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมที่จะสนับสนุนนายกรัฐมนตรี 100 % และหากมีการพาดพิงที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็พร้อมที่จะลุกขึ้นชี้แจง และกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ถ้ามีตรงไหนเพิ่มเติม ก็จะช่วยนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว
นางนฤมล ยังแซวนักข่าว ว่า อาจมีเสียงสนับสนุนจากพรรคกล้าธรรมมาเพิ่ม แต่กี่เสียงนางนฤมล บอกว่าเดี๋ยวรอดูก่อน แต่เสียงที่จะมาเพิ่ม จะมาจากไหน นางนฤมลก็ตอบพร้อมกับหัวเราะ ว่า "ต้องมาจากในสภาสิคะ" ส่วนจะมาจากพรรคไหนนั้น ต้องรอดู วันที่ลงมติ
ขณะที่ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เชื่อว่า สส.ทั้งหมดของพรรคประชาธิปัตย์ทุกก๊วน จะยกมือสนับสนุนให้นายกรัฐมนตรี ซึ่งต้องรอการประชุมสส.พรรคก่อน หากเป็นมติพรรค ก็ต้องทำตาม ไม่สามารถฝืนมติพรรคได้
เมื่อถามว่าพรรคประชาธิปัตย์จะตั้งองครักษ์พิทักษ์นายกหรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน และเมื่อถูกถามถึงกรณีที่ปรากฏภาพ เดินคู่กับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จังหวัดสงขลาในช่วงเดียวกับการลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น นายเดชอิศม์ย้อนถามสื่อมวลชนว่า “แล้วมีอะไรครับ” พร้อมกับระบุว่าไม่ได้มีการพูดคุยอะไรกันเป็นพิเศษ ท่านไปพักผ่อน ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา และไม่มีการพูดคุยขอเสียงสนับสนุนจากพรรคประชาธิปัตย์ ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจแต่อย่างใด
ทั้งนี้หากนับจำนวนเสียง สส.ในสภาฯ ทั้งหมด 493 เสียง ในฝั่งรัฐบาล มี 318 เสียง ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 142 เสียง พรรคภูมิใจไทย 69 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 21 เสียง (จาก 25 เสียง ส่วนอีก 4 เสียงไม่โหวตให้นางสาวแพทองธาร) ซึ่งอาจจะต้องรอดูหลังมีมติพรรคอีกครั้ง
ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง พรรคไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง และพรรคกล้าธรรม 24 เสียง (ซึ่งเป็นเสียงจากพรรคเล็ก 4 เสียง และเสียงจาก สส.ที่ย้ายมาจากพรรคพลังประชารัฐ 20 เสียง)