วันที่ 30 มี.ค.2568 ที่กระทรวงมหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังหารือกับเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหวของจีนนั้นว่า ผู้เชี่ยวชาญฯได้ดูหน้างานแล้ว บอกว่าสิ่งที่ประเทศไทยได้ทำตอนนี้คือการกู้ภัยที่เป็นมาตรฐานและความชำนาญ จึงไม่ต้องให้คำแนะนำเพิ่มเติม เพราะใกล้ 48 ชม.แล้ว จะเปลี่ยนวิธีการไม่น่าจะเกิดประโยชน์อะไร แต่ต้องใช้ทุกนาทีจากนี้ใน 72 ชม.เร่งหาผู้รอดชีวิต
และหลังจากได้ประเมินสถานการณ์ แจ้งไปว่าเมื่อพ้น 72 ชั่วโมงไปแล้วต้องลุยเข้าไปหาและเคลียร์พื้นที่โดยเร็วที่สุด เพราะยังหวังว่ายังมีผู้รอดชีวิตอยู่ หากเลยช่วงเวลาดังกล่าวไปคาดว่าจะไม่มีผู้รอดชีวิต และต้องเคลียร์พื้นที่ไซต์งานให้เห็นชัดว่าไม่เหลืออะไรแล้ว ส่วนเรื่องผู้รับเหมาก่อสร้าง เราทำได้เพียงรับฟัง แต่ไม่สามารถเข้าไปในหน่วยงานได้ เพราะเกี่ยวข้องกับผู้รับเหมาจากบริษัทจีน จึงได้แจ้งให้รับทราบไป แต่การเข้าพบในวันนี้ ทางการจีนไม่ได้มาพบในฐานะผู้รับเหมา แต่มาในฐานะการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ไม่ได้มาค้นหาความจริง
เมื่อถามถึงกรณีชายใส่ชุดดำขนแฟ้มเอกสารในที่เกิดเหตุขึ้นรถกระบะนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้ได้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบในเรื่องของการก่อสร้างอาคาร สตง.ที่ถล่ม โดยมีวิศวกรใหญ่จากกรมโยธาธิการและผู้เชี่ยวชาญ ที่เชื่อถือได้ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน เพื่อทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏ ดังนั้นไม่ว่าจะหอบแฟ้มอะไรไปก็แล้วแต่ ผลจะออกมาอย่างไร แบบก่อสร้างเอกสารการประมูลงานในสัญญาต่างๆยังมีที่ สตง. แม้จะหอบเอกสารใดออกไปก็หนีไม่พ้น ไม่ต้องหาข้อมูลในวงกว้างเพราะอาคารดังกล่าวเป็นอาคารราชการ
ส่วนที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า กทม.มีการอนุมัติให้ก่อสร้างได้อย่างไรนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า โดยข้อเท็จจริงแค่แจ้งเพื่อทราบให้หน่วยงานเจ้าของงานทำการประมูลและจ้างผู้คุมงาน ส่วนแบบก่อสร้างผู้ออกแบบต้องเซ็นรับรอง ตอนนี้เน้นการสอบไปที่ผู้ออกแบบผู้คุมงานและผู้ก่อสร้าง ที่บอกว่าเป็นบริษัทจีนยังไม่ทราบในข้อเท็จจริง เพราะในสัญญาเขียนว่า Joint Venture บริษัทไทยและจีนร่วมค้ากันความรับผิดชอบ เรียกว่ารับผิดชอบร่วมกัน ถ้าบริษัทไทยไม่สามารถรับผิดชอบก็ต้องไล่บี้กับผู้รับเหมาจีน หากผู้รับเหมาจีนไม่มีความรับผิดชอบก็ต้องบี้กับผู้รับเหมาไทยต้องรับผิดชอบทั้งคู่ ไม่ต้องกังวล
อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน บอกว่า กรรมการชุดนี้มีวิศวกรใหญ่จากกรมโยธาธิการ มี ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย อาจารย์สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) และผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว และผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ และผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธเนศ วีระศิริ นายกสภาวิศวกรร่วมอยู่ด้วย โดย 7 วันจะรู้สาเหตุเบื้องต้นแน่นอน ซึ่งแผ่นดินไหวครั้งนี้พบว่ามีอาคารมากกว่า 95% ยังคงยืนอยู่ได้ แต่ส่วนที่มีความเสียหายถึงขั้นถล่มมีเพียงอาคาร สตง. เชื่อว่าจะสามารถหาข้อบกพร่องได้อย่างแน่นอน
นายอนุทิน ยังกล่าวในฐานะที่เคยทำงานด้านนี้มาว่า สาเหตุของการที่ตึกถล่ม การออกแบบเป็นตึกใหม่ ออกแบบหลังมีพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ที่คำนึงถึงปัจจัยแรงต้านแผ่นดินไหว เหตุใดถึงถล่มได้ จะอ้างว่าเพิ่งก่อสร้าง ปูนไม่เซ็ตตัวไม่ได้ ต้องตั้งข้อสงสัยเรื่องการออกแบบ ถ้าแบบออกถูกต้องหมด ซึ่งสามารถเช็คได้ ก็จะต้องรู้ว่าการก่อสร้างหากแบบออกถูกต้อง อาจหมายความว่าผิดพลาดที่วิธีการก่อสร้าง ต้องหาข้อบกพร่องให้เจอ
เมื่อถามว่าหนึ่งในผู้รับเหมาใช้นอมีนีคนไทยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี เพราะใช้คู่สัญญาไชน่าเรียลเวย์ กับ Joint Venture ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มองเรื่องการถือหุ้น แต่หากมีความผิดจุดใดต้องรับผิดชอบเต็มทั้งคู่ จนกว่าจะได้รับคืนความเสียหายกลับมาทั้งหมด เพราะสิ่งที่เสียไปคือโอกาส และ สตง. ยังไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ซึ่งถือว่าโชคดีหากตึกเสร็จก่อนแล้วเข้าไป ทำงานในสภาพที่ไม่แข็งแรง ก็เป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ส่วนการชดใช้ความเสียหายระบุในสัญญาอยู่แล้ว
นายอนุทิน ยังกล่าวถึงวิศวกรอาสาที่เข้าตรวจสอบตึกสูงในพื้นที่ต่างจังหวัดว่า มีโยธาธิการจังหวัด ที่จะเข้าไปตรวจอาคารสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล สวนการตรวจสอบอาคารในกรุงเทพมหานคร อาคารชุด อาคารสำนักงานจะมีวงรอบการตรวจทุกปีอยู่แล้ว เชื่อว่านิติบุคคลอาคารต่างๆ ต้องดำเนินการอยู่แล้วเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้พักอาศัย ส่วนในวันพรุ่งนี้ทางด่วนดินแดงในจุดที่เครนหล่น จะสามารถเปิดให้บริการได้