10 เม.ย. 68 พลเอกชนะทัพ อินทามระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม ในงานครบรอบ 25 ปี วันสถาปนาสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยระบุว่า ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้ให้นโยบายแล้วว่า จะต้องให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการแสวงหาความจริง
ซึ่งขณะนี้ตนได้สั่งให้มีรายงานและรายละเอียดมาให้ทราบแล้ว ส่วนเรื่องของแรงงานที่มีปัญหาอยู่ ผู้ว่าฯ สตง. ได้ประสานกับ กทม. ขณะที่เรื่องการว่าจ้างบริษัทยังต้องรอรายละเอียดจากรายงานอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน สตง. จะต้องมีการตรวจสอบภายใน ซึ่งมีคณะกรรมการควบคุมการตรวจสอบที่ตรวจสอบเป็นปกติอยู่แล้ว ส่วนการตรวจสอบประเด็นดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นจึงต้องดูรายงานก่อน ซึ่งจะต้องดูผลจากคณะกรรมการชุดที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นผู้แต่งตั้ง และจะต้องไม่ซ้ำซ้อนกัน
เมื่อถามย้ำว่าขณะนี้ผ่านมาเกือบ 2 สัปดาห์แล้ว ขั้นตอนหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร พลเอกชนะทัพตอบว่า ต้องรอผลจากคณะกรรมการชุดของรัฐบาลก่อน ถึงจะมาดูรายละเอียดว่า สตง. จะต้องทำอะไรต่อบ้าง และที่ผ่านมาก็ได้คุยกับผู้ว่าฯ สตง. และญาติของผู้เสียหายแล้ว รู้สึกเสียใจ
ส่วนประเด็นการเชื่อมโยงกับนายทหารและบริษัทจีน ตนคิดว่าไม่ไข่เรื่องจริง ก็ให้มีการพิสูจน์กันต่อไป แต่ยอมรับว่ารู้จักกับนายทหารที่ถูกกล่าวอ้างและมีชื่ออยู่ใน บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เพราะทำงานอยู่ในกองทัพก็รู้จักกันหมด แต่ไม่ได้สนิทสนม คลุกคลี หรือไปช่วยเหลืออะไรกัน เอาเรื่องงานเป็นหลัก และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเด็นที่ถูกพูดถึง
ส่วนประเด็นที่ บริษัท ไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 เคยถูกกระทรวงอุตสาหกรรมตรวจสอบเรื่องการใช้เหล็กไม่ได้มาตรฐานและได้สั่งให้หยุดดำเนินการ สตง. เคยพูดคุยเรื่องนี้กันหรือไม่ พลเอกชนะทัพบอกว่าตนในฐานะประธานฯ ยังไม่เคยได้รับรายงานเรื่องนี้
ส่วนหลังจากนี้จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อย่างไรในฐานะผู้ตรวจเงินแผ่นดิน แต่กลับเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นเสียเอง พลเอกชนะทัพระบุว่า ต้องดูว่าความรับผิดชอบมีแค่ไหน อย่างไร จะโยนมาทั้งหมดก็ไม่ได้ ตนและกรรมการขาวสะอาดทั้งหมด ไม่มีประวัติด่างพร้อย ทุกคนทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
เมื่อถามว่ามีการกำชับเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอย่างไรในการตรวจเงินแผ่นดิน เพราะมีกระแสข่าวว่ามีการรับเงินใต้โต๊ะ พลเอกชนะทัพระบุว่าตนได้มอบนโยบายไปแล้วในการปฏิบัติหน้าที่ ทำหน้าที่โดยซื่อสัตย์สุจริตตามพระบรมราโชวาทของรัชกาลที่ 9 ว่าเงินแผ่นดินคือเงินของประชาชน
ส่วนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผู้ว่าฯ ได้พูดคุยหรือไม่ว่าจะรับผิดชอบอย่างไร พลเอกชนะทัพระบุว่า เรื่องการบริหารในเรื่องเกี่ยวกับสำนักงานผู้ว่าจะมีสิทธอำนาจ กรรมการเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้ ซึ่งตอนนี้ให้ผู้ว่าสรุปข้อมูลรายงานให้กรรมการทราบ เนื่องจากสถานการณ์บีบบังคับในการเตรียมข้อมูลหากผู้ว่าพร้อมเมื่อไหร่ก็ให้มารายงาน