Top-PL-Oct26 Top-PL-Oct26

อภิปรายงบฯ เดือด "เท้ง" จวก รัฐบาลใช้เงินเกินตัว ไร้ทิศทาง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อภิปรายงบปี 69 เดือด! "เท้ง" ถล่มรัฐบาล บริหารสะเปะสะปะ สนใจแต่ศึกในพรรคร่วม

ในการพิจารณาพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจากงบประมาณ พ.ศ.2568 จำนวน 2.79 หมื่นล้านบาท ที่มีนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานรัฐสภาเป็นประธาน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ได้ลุกขึ้นอภิปรายถึงภาพรวม ว่า ตนขอเริ่มในภาพรวมงบฯปี 69 เป็นปีที่สองติดต่อกัน ที่รัฐบาลเพื่อไทยตั้งงบขาดดุลสูงจนเกือบชนเพดาน  

 

 

รัฐบาล ช่างภาพพีพีทีวี
อภิปรายงบฯ เดือด "เท้ง" จวก รัฐบาลใช้เงินเกินตัว ไร้ทิศทาง

โดยกำหนดกรอบงบประมาณรายจ่ายไว้ที่ 3.78 ล้านล้านบาท ในขณะที่มีการประมาณการรายได้ของรัฐไว้เพียง 2.92 ล้านล้านบาท ส่งผลให้ต้องกู้ชดเชยขาดดุล 8.6 แสนล้านบาท  

ไม่เพียงเท่านั้นในปี 2568 เป็นปีที่รัฐบาลเพื่อไทยเคยทำสถิติถูกบันทึกไว้ว่ากู้เพื่อชดเชยการขาดดุลเป็นสัดส่วนต่อ GDP ที่สูงที่สุดในรอบ 36 ปี ตนอยากย้ำว่าสิ่งที่น่ากังวลในตอนนี้ ในเรื่องของการกู้ แต่คือเรื่องที่รัฐบาลกำลังใช้เงินเกินตัวโดยไม่มีแผนการลงทุนและการหารายได้มารองรับ ไม่มียุทธศาสตร์ มีแต่กู้ซ้ำ ๆ ไปลงกับโครงการเดิม ๆ ไม่ได้สร้างรายได้ไม่ได้สร้างอนาคตให้กับประเทศ แม้ปีนี้รัฐบาลจะเบ่งงบประมาณออกมาสูงจนเต็มเพดาน แต่งบประมาณที่ใช้ได้จริงมีพื้นที่งบประมาณเหลืออยู่น้อยเหมือนเดิม เหลือแค่ 1 ใน 4 ของงบประมาณทั้งก้อน 

"ด้วยสถานการณ์ภาพรวม ของประเทศไทยในตอนนี้ที่มีพื้นที่การคลังให้กู้ได้อีกไม่มาก ประชาชนจึงต้องการรัฐบาลที่รู้จักการใช้อำนาจไม่ใช่รัฐบาลที่เป็นแหล่งรวมของผู้แสวงหาอำนาจที่มารวมตัวกันเพื่อแสวงหาผลประโยชน์เพื่อให้ตัวเองดำรงอยู่ในอำนาจได้ต่อไป งบประมาณปี 69 จึงเป็นกระจกสะท้อนชั้นดีไปยังรัฐบาลชุดนี้ว่าเป็นรัฐบาลที่ไร้ทิศ ไร้ทาง และไร้ภาพ ไม่ได้จัดงบเพื่อหาทางออกให้กับประเทศแต่ปล่อยให้การบริหารราชการแผ่นดินเดินไปอย่างสะเปะสะปะอยู่ในระบบของราชการประจำ เพราะใช้เวลาไปกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคร่วมรัฐบาล ภายในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง ไม่ได้เอาสมาธิไปจดจ่ออยู่กับการแก้ไขปัญหาของประเทศ" นายณัฐพงษ์กล่าว 

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า สิ่งที่ตอกย้ำภาพนี้ได้ชัดเจนที่สุดคือ งบกลางเมื่อปี 2568 ที่มติ ครม. ออกมาบอกว่ากำลังจะเปลี่ยนงบดิจิทัลวอลเล็ต ไปใช้กับการลงทุนในระยะสั้น 1.57 แสนล้านบาท เหมือนจะคิดใหม่ทำใหม่ แต่เมื่อดูวิธีการที่จัดการจริงตอกย้ำว่ารัฐบาลไม่มีภาพอะไรในหัวเลย มันคือการโยนเงิน 1.57 แสนล้านบาท ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ส่งคำของบประมาณเข้ามาให้ทันภายใน 3 วันแม้จะมีการขยายกรอบเวลาวิธีการแบบนี้แสดงให้เห็นว่านโยบายของรัฐบาลไม่มีแผนไม่มีวิสัยทัศน์ร่วมไม่มีวิสัยทัศน์ระดับประเทศ ลองมาให้พวกเราจัดสรรงบประมาณน้ำประปาสะอาดทั่วทั้งประเทศขนส่งสาธารณะด้วยรถเมล์ EV ซึ่งมีหลายอย่าง ที่พัฒนาอนาคตของลูกหลานได้ดีกว่านี้ 

"นี่ไม่ใช่การกระจายอำนาจอย่างมียุทธศาสตร์แต่เป็นการกระจายภาระไปให้ท้องถิ่นคิดแทนรัฐบาล หรือไม่ผมก็ต้องคำถามว่าเป็นการกระจายผลประโยชน์ไปให้เฉพาะกลุ่มเครือข่ายที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล ที่เขารู้ข่าวล่วงหน้าถึงจะสามารถจะทำโครงการตามคำขอให้ทันภายในกำหนดกรอบระยะเวลาอันสั้นนี้ใช่หรือไม่ " นายณัฐพงษ์กล่าว 

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า พวกตนกล้าพูดได้ว่า การอภิปรายงบ 69 ในครั้งนี้บทอภิปราย เตรียมข้อมูลโดยใช้งบปี 68 เพราะไส้ในงบประมาณแทบไม่ได้เปลี่ยนเลย ซึ่งไม่ใช่เรื่องบังเอิญแต่เกิดจากความไร้สภาพของรัฐบาล การบริหารประเทศพรรคประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงขอใช้เวทีนี้ เพื่ออภิปรายให้ทุกคนเห็นว่าสังคมไทยยังมีความหวังประเทศไทยยังมีทางออก 

ในปีที่โลกปั่นป่วนอุณหภูมิโลก ที่ร้อนแรงการค้าที่รุนแรงเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง เรายังใช้งบประมาณสูตรเดิมที่ล้มเหลวมาอย่างต่อเนื่องหลายปี ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ที่ในงบปี 69 นี้จะจัดให้ผ่าน ๆ ไปอีกปีไม่ได้ สำหรับอุณหภูมิโลกที่ร้อนแรง ประเทศไทยมีโอกาสสูญเสีย GDP ได้สูงถึง 45% ภาคการท่องเที่ยวและภาคการเกษตร จะได้รับผลกระทบมากที่สุด สงครามการค้าที่รุนแรงกำแพงภาษีทรัมป์ จะกระทบการส่งออกสินค้าของไทยยังหลีกเลี่ยงไม่ได้ซ้ำเติมปัญหาการนำเข้าสินค้าราคาถูกและการสวมสิทธิ์จากต่างประเทศ 

การผลิตและการบริโภคโตสวนทางกัน แปลว่าเงินที่แจกไปไหลออกไปในทางอื่นไม่ได้ตกถึงมือผู้ผลิตไทยในประเทศ ไม่เพียงแค่เงินในไหลออก การส่งออกเองก็มีปัญหา ประเทศไทย กำลังเผชิญกับปัญหาด้านการคลังอย่างรุนแรงในอนาคตหากรัฐบาลยังลงทุนไม่ถูกจุดไม่มีเป้าหมายในการใช้จ่ายงบประมาณที่ชัดเจน แล้วพวกเราจะฝากความหวังไว้กับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้อย่างไร

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวว่า 2 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 66 ถ้าเรามีรัฐบาล ที่มีสมาธิในการบริหารประเทศและให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น การปฏิรูประบบงบประมาณตนมีความเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เห็นเป็นรูปธรรมได้

ประเทศไทยไม่ได้ขาดเงิน แต่ต้องตั้งคำถามให้ถูกว่าเรามีทรัพยากรอยู่ในมือเท่าไหร่ และงบ 3.78 ล้านล้านบาท เป็นเพียงเงินก้อนหนึ่งเท่านั้น ถ้าอยากให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤตไปได้ รัฐบาลจะต้องบริหารเงินแผ่นดิน ที่อยู่ในหน่วยงานของรัฐทุกส่วนให้เป็น เช่น เงินในระบบรัฐวิสาหกิจ งบประมาณท้องถิ่น รวมแล้วจะทำให้รัฐบาลจะมีทรัพยากรในมือ 7-8 ล้านล้านบาท ต่อปี สิ่งที่ประเทสไทยขาดในตอนนี้ ไม่ใช่เงิน แต่เป็นวิธีการใช้เงินอย่างคุ้มค่า ซึ่งนายกฯ เป็นคนที่คุมสำนักงบ เมื่อท่านปล่อยให้ประเทศใช้งบ แบบไร้เป้าหมาย แบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราจึงต้องตั้งคำถามว่าประเทศไทย เรามีคนที่ทำหน้าที่ผู้นำรัฐบาล อยู่จริงหรือไม่ สถานการณ์ในตอนนี้ไม่ใช่วิกฤตทางการคลัง แต่เป็นวิกฤตทางการเมือง วิกฤตของสถาบันรัฐไทย ที่มีลักษณะการขูดรีด 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

ถ่ายทอดสด FIM Asia Road Racing Championship 2024

ถ่ายทอดสด FIM Asia Road Racing Championship 2024

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ