จากกรณีที่มีข่าวออกมา 2 ฝั่งคือ ฝั่งแรกคือฝ่ายความมั่นคงไทย เตรียมประกาศปิดด่านไทย - กัมพูชา 6 แห่ง เพราะเกรงว่าประชาชนสองประเทศจะกระทบกระทั่งกัน เนื่องจากกัมพูชาปลุกกระแสรักชาติ ไม่ซื้อสินค้าไทยนั้น ทางฝั่งรัฐบาล ออกมาเบรกข่าวกองทัพปิดด่าน โดยให้เหตุผลว่า ทางกัมพูชาร้องขอมา เพราะเกรงว่าจะกระทบการค้าขายตามแนวชายแดนและซ้ำเติมเศรษฐกิจภายในประเทศไทย ทำให้หลายคนมองว่า รัฐบาลกับกองทัพไม่ถูกกันหรือไม่ เพราะออกมาให้ข่าวกันคนละที แถมไม่ตรงกันอีก
ล่าสุดนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์โซเชียล ยืนยัน ทั้งรัฐบาลและกองทัพมีความเป็นเอกภาพ ปัดขัดแย้งกัน
โดย ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า เรียน สื่อมวลชน ทุกท่าน ตามที่มีข่าวกระจายกันในแวดวงสื่อสังคมออนไลน์ เรื่องความขัดแย้งระหว่างฝ่ายการเมืองกับฝ่ายทหาร ในการจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และส่งผลให้เกิดความเข้าใจผิดต่อปัญหาการจัดการระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการปิดด่านชายแดน
จึงขอยืนยันว่า ตัวเองกับกองทัพได้หารือร่วมกันหลายครั้ง และเห็นตรงกันว่าสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาลทั้งสองประเทศต่างพยายามหาทางออกในการคลี่คลายวิกฤติ โดยยึดผลประโยชน์ประชาชนและอธิปไตยของชาติเป็นสำคัญ เราจึงกำหนดขอบเขตในการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า และพยายามลดเงื่อนไขที่จะระงับยับยั้งมิให้เหตุการณ์ความขัดแย้งขยายตัวมากไปกว่านี้
สำหรับเรื่องการปิดชายแดนขณะนี้ รัฐบาลเห็นว่าท่าทีและการแสดงออกของทั้งสองประเทศ ยังเป็นการแสดงออกที่สามารถลดระดับความรุนแรงได้ เพราะการปิดด่านชายแดนแม้ไม่ใช่เรื่องการสู้รบทางตรง แต่กลับจะเกิดปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ ที่จะกระทบกับวิถีชีวิตประชาชน ทำให้สถานการณ์ยากต่อการคลี่คลาย
แต่ขณะเดียวกัน กองทัพก็ตั้งอยู่ในความระมัดระวังและไม่ได้ละเลยในการปกป้องตนเองและอธิปไตยเหนือดินแดน ขณะนี้รัฐบาล ร่วมกับกำลังเหล่าทัพและกระทรวงต่างประเทศ กำลังใช้กลไก JBC เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาตามขั้นตอนอยู่ในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดเวทีถกเถียงตามข้อเท็จจริงตามกฎหมาย
ภูมิธรรม ระบุอีกว่า จึงขอเรียนชี้แจงยืนยันว่า รัฐบาลและกองทัพมีความเป็นเอกภาพ และมีพันธะสัญญาที่มั่นคงในการรักษาความสงบสุขให้ประชาชนได้รับประโยชน์ และความปลอดภัยมากที่สุด ขอให้มั่นใจว่าเราจะหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้งที่จะนำไปสู่ความสูญเสียทั้งสองฝ่ายในทุกด้าน
ที่ผ่านมา เราร่วมกันใช้ความพยายามอย่างยิ่ง ทั้งการประชุม หารือ การศึกษาข้อมูลและผลกระทบด้านต่าง ๆ เพื่อจะให้การจัดการความขัดแย้งในครั้งนี้มีทางเลือกที่เหมาะสม จนสามารถดำเนินการให้ยุติลงด้วยวิถีทางตามหลักสันติภาพ และยุติธรรมในที่สุด เพื่อผลประโยชน์และความสงบสันติของประชาชนทุกฝ่าย