จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมืองในขณะนี้ ทั้งกระแสกดดันนายกรัฐมนตรีแสดงความรับผิดชอบจากการณีคลิปเสียงหารือ “ฮุนเซ็น” รวมทั้งกรณีพรรคภูมิใจไทยประกาศลาออกจากพรรคร่วมรัฐบาล ส่งผลให้รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยเหลือเพียง 261 เสียง จาก สส.ทั้งหมด 495 คน
โดยความเคลื่อนไหวทางการเมืองหลังจากนี้เป็นที่น่าจับตาดู 3 ความเคลื่อนไหวสำคัญ 1.ปรับครม.รัฐบาลเดินหน้าต่อ โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นฝ่ายค้าน 2.นายกรัฐมนตรี ลาออก ส่งผลให้ต้องมีการเลือกนายกฯคนใหม่ 3.ยุบสภา เปิดทางให้มีการเลือกตั้งใหม่
ทั้งนี้ พีพีทีวี จะพาทบทวนความจำหาก นายกรัฐมนตรีลาออก และต้องมีการเลือกนายกฯคนใหม่นั้น ใครบ้างที่มีสิทธิ์ถูกเสนอชื่อเข้าชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนต่อไป
โดยสำหรับการเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะเลือกจากผู้มีชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองแจ้งไว้ตามมาตรา 88 เฉพาะจากบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือ 25 คน โดยการเสนอชื่อต้องมีสมาชิกรับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือ 50 คน
สำหรับบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่พรรคการเมืองเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งปัจจุบันมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวม 5 คน จาก 4 พรรคการเมือง ประกอบด้วย
แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย (142 เสียง)
นายชัยเกษม นิติสิริ อายุ 76 ปี
แคนดิเดตจากพรรคภูมิใจไทย (71 เสียง)
นายอนุทิน ชาญวีรกูล อายุ 57 ปี
แคนดิเดตจากพรรครวมไทยสร้างชาติ (36 เสียง)
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา (องคมนตรี) อายุ 70 ปี
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อายุ 65 ปี
แคนดิเดตจากพรรคประชาธิปัตย์ (25 เสียง)
นายจุรินทร์ ลักษณวิศษฏ์ อายุ 68 ปี