ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ 18 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 เป็นพิเศษ วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.การรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ พ.ศ. .... ที่มี นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 เป็นประธานในที่ประชุม เมื่อที่ประชุมจะต้องลงมติในวาระรับหลักการ นายฉลาดได้ขอตรวจสอบองค์ประชุม
ต่อมา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หารือว่า กฎหมายนี้มีความสำคัญ ภาคประชาชนเฝ้ารอมานาน หวังว่าสมาชิกคงไม่กลับบ้านกันไปก่อน
และขอให้ประธานกดออดเรียกต่อไปนานๆ เชื่อว่าพวกเรารอได้ จะมีสมาชิกท่านใดวนรถกลับมาก็ยินดี พร้อมเสนอให้สื่อสารไปยังตำรวจรัฐสภาว่าล็อคลานจอดรถที่ชั้น B2 ไม่ให้ออกไป ขอให้จอดรถแล้วขึ้นมาร่วมการประชุมก่อน
ตามด้วย นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมนัดพิเศษที่ทางพรรคร่วมฝ่ายค้านใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก และขณะนี้เป็นการพิจารณาร่างกฎหมายที่ภาคประชาชนรวมชื่อกันเสนอมา ซึ่งตนเองเป็นสส. มา 6 ปี พบว่า น้อยครั้งมากที่กฎหมายลักษณะนี้จะได้เข้าสู่การพิจารณา ข้อตกลงในการประชุมวันนี้คือทุกพรรคการเมืองจะร่วมเป็นองค์ประชุม เพื่ออย่างน้อยให้ผ่านกฎหมายไปได้ 3 ฉบับ
"ข้อตกลงที่พูดกันนี้จะผูกพันไปถึงวันศุกร์ด้วย ซึ่งเป็นร่างของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แม้ว่า ครม. จะพ้นไป หรือสภาจะยุบไป หรือรัฐบาลกำลังจะเปลี่ยนก็ไม่ทราบ แต่เป็นร่างที่ ครม. เสนอเข้ามา ถ้าวันนี้ไม่ได้รับความร่วมมืออย่างที่ตกลงกัน ผมก็ไม่รู้ว่าร้อนรนอะไรกันมากหรือเปล่า ถึงได้หายกันไปเยอะขนาดนี้ ผมหมายถึงทุกพรรค ไม่ว่าพรรคไหนก็ตามที่ไม่รักษาข้อตกลงที่คุยกันก่อนหน้านี้ ถ้าวันนี้องค์ประชุมไม่ครบ ขอร้องประธานแสดงตัวเลขให้เห็นว่าพรรคใดที่เห็นว่า วิกฤตของพรรคตัวเองสำคัญกว่ากฎหมายของภาคประชาชน" นายปกรณ์วุฒิ กล่าว
ขณะที่ นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ สส. ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ระบุว่า ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้เสนอร่างมา เชื่อว่าทุกคนเห็นความสำคัญ และมั่นใจว่าสมาชิกกำลังเดินเข้าห้องประชุมมาไม่มีเจตนาจะทำให้การประชุมสะดุดลง แต่นายปกรณ์วุฒิ เสนอให้ประธานพักการประชุม นานเท่าไรก็ต้องรอ เพราะกฎหมายนี้สำคัญมาก แต่นายอัครเดช แย้งว่า พักการประชุมทีไรกลับมาคนน้อยกว่าเดิมทุกครั้ง ทำให้ นายฉลาด กดออดเรียกสมาชิกเข้ามาในห้องประชุมอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุกับสมาชิกว่า "ใช้ความพยายามกันหน่อยครับ ช่วยกันครับ"
จากนั้น นายธีระชัย แสนแก้ว สส. อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เมื่อเช้าเห็นว่าในข้อตกลง MOU ไม่ได้บอกว่ามีกฎหมายสำคัญ ตนเองเห็นด้วย เพราะตนเองก็เสนอกฎหมายจากภาคประชาชน และตอนนี้พวกเรากับพรรคประชาชนก็พร้อมเป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว เอาไงก็เอากัน ตั้งแต่เป็น สส. มา ตนเองก็ไม่เคยเป็นฝ่ายค้าน จะขอลองเป็นดูสักที
ต่อมา น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันนี้ สส. พรรคเพื่อไทยต้องการจะลงมติ องค์ประชุมไม่ครบเพราะไม่มีพรรคภูมิใจไทยอยู่ จึงอยากขอให้พรรคประชาชนช่วยโทรตามพรรคภูมิใจไทยมาก็ได้ ขณะที่ นายวัชระพล ขาวขา สส. อุดรธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตอนทำ MOU ไม่ได้ตกลงกันหรือว่าต้องอยู่เป็นองค์ประชุม
ทำให้ นายชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส.ระยอง พรรคประชาชน กล่าวว่า ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชนต่างก็มี สส. จำนวน 140 กว่า ถ้าเราอยู่กันครบทั้งสองพรรคอย่างไรก็เกินครึ่งอยู่แล้ว
จากนั้นสมาชิกได้โต้เถียงกันไปอีกพักใหญ่ และมีความเห็นที่หลากหลาย มี สส. พรรคเพื่อไทย บางส่วนเสนอให้เลื่อนการลงมติไปเป็นวันศุกร์ที่ 5 กันยายน ขณะที่บางส่วนเห็นว่าควรพักการประชุมสักครึ่งชั่วโมง จากนั้น นายอัครเดช กล่าวว่า ขออนุญาตให้ความหวังกับสภาว่า ขณะนี้มีสมาชิกอีกประมาณ 60 คนกำลังเดินทางมา ขอให้เราหารือกันเพื่อรอไปก่อน
อย่างไรก็ตาม นายฉลาด กล่าวว่า เพื่อให้การประชุมมีความราบรื่น และเรายังมีเวลาประชุมอีกจนถึง 5 กันยายน เผื่อใครไม่ต้องรอนาน เพราะเพื่อนสมาชิกอีก 60 คนไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ขอนำระเบียบวาระนี้ไปบรรจุในวันที่ 5 กันยายน พร้อมสั่งปิดประชุมทันทีในเวลา 18.00 น. แม้ว่าจะมีสมาชิกตะโกน และประท้วงไล่หลังมา
ขณะที่บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย เวลา 17.45 น. สส. ได้ลงจากห้องประชุมพรรค หลังนัดหมายหารือการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งบรรดา สส.ทยอยเดินทางมาที่พรรคไม่ถึง 30 นาที แต่ต้องเร่งเดินทางกลับสภา เนื่องจากว่าสภากำลังจะลงมติ ร่างพระราชบัญญัติการรายงานและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยและเคลื่อนย้ายสารมลพิษ หรือร่างกฎหมาย PRTR ซึ่งพรรคประชาชนและภาคประชาชนเป็นผู้เสนอ จึงมีเหตุจำเป็นให้ส.ส. พรรคภูมิใจไทยต้องเร่งโหวตร่างกฎหมายดังกล่าว เนื่องจากได้สัญญากับพรรคประชาชนไว้ ว่าจะโหวตสนับสนุน
อย่างไรก็ตาม นี่ถือเป็นสัญญาใจแรกของพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน หลังจากที่พรรคประชาชน เทเสียงโหวตสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี
แต่นายฉลาด ขามช่วง รองประธานสภาคนที่ 2 ได้สั่งปิดประชุมสภาฯก่อนที่ สส.พรรคภูมิใจไทยจะเดินทางไปถึง โดยเลื่อนการลงมติกฎหมายดังกล่าวไปวันที่ 5 ก.ย.นี้ เนื่องจากต้องรอสมาชิกมาแสดงตน ซึ่งสั่งปิดประชุม ภายหลัง สส.พรรคภูมิใจไทย เพิ่งเดินทางออกจากพรรคได้ไม่ถึง 5 นาที