แม่ค้าที่ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ ต่างแสดงคาดหวังว่า นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จะเป็นบุคคลที่ซื่อสัตย์ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองมากกว่าประโยชน์ส่วนตัว และจริงใจแก้ปัญหาให้กับประชาชน โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังคงตึงเครียด ให้สงบลงและกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว
โดยบอกว่า ตลอดกว่า 2 เดือนที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ประชาชนตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาต่างได้รับผลกระทบจากความไม่สงบที่เกิดขึ้น ต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง การค้าขายก็ลำบากเงียบเหงา รายได้ลดลง เพราะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่ยังไม่เป็นปกติ
นางอมรพรรณ แม่ค้าขายขนมในตลาดสดเทศบาลตำบลบ้านกรวด บอกว่า ไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคลว่า ใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี ขอแค่ให้ทำเพื่อประเทศชาติและจริงใจแก้ปัญหาให้กับประชาชน
ซึ่งหาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการโหวตเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีจริง ก็อยากจะฝากให้เร่งแก้ปัญหาชายแดนให้สงบลงโดยเร็ว และต่อยอดพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนดีขึ้นกว่าปัจจุบัน แม้จะเป็นนายกฯ แค่ 4 เดือนตามเงื่อนไขที่พรรคประชาชนเสนอ แต่ก็เชื่อว่าจะมีศักยภาพทำได้ หากมีการเลือกตั้งใหม่ ก็จะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเลือกเข้ามาบริหารประเทศต่อ
ส่วนพรรคเพื่อไทย ส่วนตัวมองว่า หลังจากเกิดเหตุการณ์สู้รบชายแดน และคลิปเสียงระหว่างอดีตนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร กับ ฮุน เซน จนนำไปสู่การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญให้พ้นจากตำแหน่ง ก็เชื่อว่าประชาชนโดยเฉพาะชายแดนไทย-กัมพูชา ได้หมดความเชื่อมั่นศรัทธาในตัวอดีตนายกฯ และพรรคเพื่อไทยไปแล้ว
ด้านนางพร แม่ค้าขายผัก บอกว่า ทุกวันนี้ใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวง ค้าขายก็ลำบาก ไม่กล้าจะลงของขายเหมือนเมื่อก่อน เพราะไม่รู้ว่าวันไหนจะรบกันอีก สถานการณ์ตอนนี้ไม่น่าไว้วางใจ
ส่วนตัวไม่ได้ยึดติดกับตัวบุคคลหรือว่าพรรคไหนจะมาเป็นนายกฯ ขอแค่ให้ซื่อสัตย์ทำเพื่อชาติบ้านเมือง และจริงใจแก้ปัญหาให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ใช่เข้าไปแล้วทำเพื่อประโยชน์ส่วนตัว