"ดร.ณัฏฐ์" ฟันธง! "ทักษิณ" โอกาสกลับไทยน้อย หลังบินรักษาตัวดูไบ

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ดร.ณัฏฐ์" ฟันธง ปม "ทักษิณ" อ้างบินรักษาตัวต่างประเทศ มีโอกาสกลับไทยน้อย ชี้เป็นเพียงเทคนิคเซฟตนเอง ไม่มาฟังคำพิพากษาคดีชั้น 14 วันที่ 9 ก.ย. นี้ เสี่ยงติดคุก

ในวันที่ 9 กันยายนนี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดฟังคำพิพากษา กรณีคุมขังนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คดีชั้น 14 ครบถ้วนตามคำพิพากษาหรือไม่ ในขณะที่นายทักษิณ เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวไปดูไบ สหรัฐอาหรับเมิเรตส์ และบอกว่าจะกลับไทยไม่เกิน 8 ก.ย. เพื่อไปศาลด้วยตัวเอง

เรื่องนี้ นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ให้ความเห็นว่า

นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ช่างภาพพีพีทีวี
นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน

กรณีใช้วิชาเทคนิคหลบเลี่ยงของจำเลยที่ไม่มาฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งหรือที่เรียกว่า “วิชามาร” มิใช่คดีของนายทักษิณเป็นคดีแรกในประเทศไทย แต่มีคดีอื่น ๆ อีกมาก เพียงแต่นายทักษิณ เป็นอดีตผู้นำทางการเมืองของไทยและเป็นผู้นำจิตวิญญาณของพรรคเพื่อไทยและกลุ่มผู้สนับสนุนเสื้อแดง ทำให้เป็นที่สนใจของประชาชน

แต่เป้าประสงค์หลัก การไม่มาฟังและไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้อง ไม่มาศาล เจตนาให้ศาลฎีกาฯ อ่านคำพิพากษาลับหลัง เพื่อเซฟตนเอง หรือ เป็นเทคนิค “ป้องกันตนเอง” เป็นหลัก

เทคนิคนี้ทนายจำเลยจะประเมินโอกาสแพ้ชนะคดี หากรูปคดียังไม่ชัดและเป็นคดีแรกในประวัติศาล ยังไม่มีแนวคำพิพากษาศาลฎีกา มองเกมในคดีจะมีโอกาสเพลี่ยงพล้ำ ส่วนใหญ่จะไม่มาฟังคำพิพากษา จะใช้เทคนิคให้ศาลเปิดอ่านคำพิพากษาก่อน ภาษาชาวบ้าน เรียกว่า จำเลยหนีตั้งหลัก ให้อ่านโพยก่อน เพราะกลัวติดคุก

หากผลคดีเป็นผลร้าย จะออกแนวอ้างว่า กระบวนการยุติธรรมบิดเบือน โดยรอตัดสินใจว่าจะกลับมาติดคุกหรือไม่ เพราะการอุทธรณ์ต่อที่ประชุมใหญ่ จำเลยต้องแสดงต่อเจ้าหน้าที่ศาลพร้อมคำฟ้องอุทธรณ์  ส่วนศาลจะให้ประกันระหว่างอุทธรณ์หรือไม่ เป็นดุลพินิจของศาล หากเป็นผลดี จำเลยรีบให้สัมภาษณ์ชื่นชมศาลทันที อ้างว่า  ศาลให้ความเป็นธรรมและยุติธรรมที่สุด ย่อมมีผลต่อการประเมินว่า จะกลับประเทศเพื่อมาฟังคำพิพากษาหรือคำสั่งหรือไม่ แต่โดยทั่วไป หากออกทรงนี้ก่อนวันตัดสิน โอกาสที่จะกลับมาฟังคำพิพากษาหรือคำสั่ง ย่อมมี “โอกาสน้อย”            

หลักปกติคดีอาญาทั่วไป หากทราบนัดฟังคำพิพากษาโดยชอบด้วยกฎหมาย  หากจำเลยไม่มาศาล ศาลจะออกหมายจับจำเลย โดยมีคำสั่งปรับนายประกันเต็มตามสัญญา โดยเลื่อนคดีออกไปเพื่อนัดอ่านคำพิพากษา โดยใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนนับแต่วันที่ศาลสั่งให้เลื่อน

แต่ในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีลักษณะพิเศษกว่าคดีอาญาปกติ เพราะเป็นคดีที่ใช้ระบบไต่สวนและดำเนินคดีอาญากับนักการเมือง ศาลฎีกาย่อมสามารถใช้ดุลพินิจ หากจำเลยทราบหมายนัดโดยชอบ โดยออกหมายจับ และอ่านคำพิพากษาได้ทันที โดยไม่ต้องเลื่อนคดีออกไป

นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน ช่างภาพพีพีทีวี
นายณัฐวุฒิ วงศ์เนียม หรือ “ดร.ณัฏฐ์” นักกฎหมายมหาชน

หากวิเคราะห์ เกมเทคนิคการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร โดยใช้ช่อง ศาลฎีกาฯ ไม่ได้มีคำสั่งห้ามนายทักษิณฯ ไปต่างประเทศ แม้จะอ้างว่าไปรักษาตัวต่างประเทศ เป้าหมายจะเดินทางไปประเทศสิงคโปร์

ต่อมาได้เปลี่ยนเส้นทางการบินไปดูไบ ไม่ว่าจะอ้างเหตุใดก็ตาม โดยมีบริวาร ร่วมด้วยเดินไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นการ์ดส่วนตัว แม่ครัว ล้วนบ่งบอกถึงการเดินทางไปพักอาศัยอยู่ในต่างประเทศใน “ระยะยาว” มิใช่ “ระยะสั้น” โอกาสนายทักษิณฯจะกลับมาภาย ในวันที่ 9 กันยายน 2568 “แทบไม่มี”

ข้ออ้างว่า “เจ็บป่วย” หากรักษาตัวในประเทศ ศาลย่อมตรวจสอบได้ง่าย แตกต่างจากไปรักษาตัวในต่างประเทศ โดยเฉพาะในรัฐ ที่ไม่มีสนธิสัญญาระหว่างไทยกับสหรัฐอาหรับเมิเรตส์ ทำให้ตรวจสอบยากขึ้น หรือแทบไม่ได้เลย ฝ่ายจำเลยอาจยกข้ออ้าง ขอเลื่อนฟังคำพิพากษาเป็นเหตุขัดข้องไม่มาศาล ศาลจะออกหมายจับไม่ได้

ดร.ณัฏฐ์ ยังบอกว่า แต่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ใช้มติเสียงข้างมาก โดยใช้ดุลพินิจไม่เชื่อข้อมูลจำเลยก็ได้

และบอกว่า ในแง่ทางการเมือง ข้ออ้างเจ็บป่วย เป็นการปลุกเร้าอารมณ์ให้ฝ่ายสนับสนุบหรือฝ่ายเสื้อแดง มีความเชื่อมั่นในตัวผู้นำ ทำให้เชื่อว่า ผู้นำจิตวิญญาณทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย จะกลับมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและมองว่า หากติดคุกระยะสั้น จะเป็นฮีโร่ของฝ่ายผู้นำจิตวิญญาณ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ