นักกฎหมายอิสระ ชี้ “ทักษิณ” ฮึดสู้! ยอมรับโทษ1 ปี เพื่อกลับมาเล่นการเมือง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นักกฎหมายอิสระ ชี้ “ทักษิณ ชินวัตร” ฮึดสู้! ยอมรับโทษจำคุก 1 ปีให้จบ เพื่อกลับมาเดินหน้าเรื่องการเมืองอย่างเต็มที่ ย้ำเข้าเกณฑ์ระเบียบการคุมขังนอกเรือนจำ!

จากกรณีศาลฏีภาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กลับไปจำคุก 1 ปี เนื่องจากเห็นว่าการบังคับโทษที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้น

ล่าสุด “อาจารย์นิว” วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ บอกว่า ตัวเองได้เห็นเหตุผลคำตัดสินของศาลฯ ที่ออกมาผ่านสื่อต่างๆ ความน่าสนใจอยู่ในประเด็นที่ 3 ที่ระบุไว้ว่า การนำตัวนายทักษิณ ไปรักษาตัวที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่

นักกฎหมายอิสระ ช่างภาพพีพีทีวี
วีรพัฒน์ ปริยวงศ์ นักกฎหมายอิสระ

โดยเหตุผลอาการที่ว่าป่วยวิกฤตเรื้อรังจริงหรือไม่ แล้วมีการขมวดปมตอนสุดท้ายว่า “นายทักษิณ ปฏิเสธการรักษาด้วยวิธีผ่าตัดเกี่ยวกับเรื่องหัวใจ แต่เลือกวิธีการทานยารักษาอาการ แล้วยังมีการผ่าตัดนิ้วล็อคกับไหล่ นั่นหมายความว่า นายทักษิณมีส่วนร่วมในการตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อในโรงพยาบาลตำรวจ ไม่ได้เป็นความเห็นของแพทย์และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เท่านั้น”

นายวีรพัฒน์ บอกว่า เรื่องนี้นักกฎหมายควรนำไปตีความกันต่ออีกว่า คนที่เป็นเจ้าของร่างกายตัวเอง ไม่มีสิทธิ์แสดงความยินยอม หรือความเห็นเวลาแพทย์จะรักษาร่างกายตัวเองเลยหรือ แล้วถ้ามีส่วนในการแสดงความเห็นจะถูกตีความว่ามีส่วนในการควบคุมแพทย์ใช่หรือไม่ และหากหลังจากนี้นายทักษิณมีอาการโรคหัวใจกำเริบจนต้องไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล หากแพทย์ขอความเห็นอีกว่าจะผ่าตัดหรือทานยา ถ้าตัดสินใจอะไรไปจะมีปัญหาแบบเดิมอีกหรือไม่ เรื่องนี้จึงถือเป็นเรื่องใหญ่ที่ต้องถกเถียงกันต่อ

เมื่อถามว่าคำตัดสินของศาลในวันนี้ การที่ศาลสั่งจำคุกนายทักษิณ แสดงให้เห็นว่า กระบวนการบังคับโทษมีการเอื้อประโยชน์กันจริงหรือไม่ นายวีรพัฒน์ บอกว่า จากที่เห็นสื่อนำเสนอข่าวคำพิพากษายังไม่เห็นเนื้อความส่วนไหน ที่ชี้ไปในทางทุจริต ส่วนเรื่องของแพทย์และเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ที่มีคำสั่งส่งตัวนายทักษิณไปรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจ จะมีความผิดอย่างไรนั้นก็ต้องไปว่ากันในชั้น ป.ป.ช. ซึ่งก็ต้องนำคำตัดสินของศาลฎีกาฯไปศึกษาต่อ ซึ่งส่วนตัวมองว่ามีแนวทางการต่อสู้เรื่องของเวชระเบียน และหลักฐานเกี่ยวกับอาการป่วย

นายวีรพัฒน์ มองว่า ในส่วนของโทษจำคุก 1 ปี ตามหลักการคือต้องกลับไปเข้าเรือนจำ แต่ตอนนี้มีประกาศกรมราชทัณฑ์ เรื่องระเบียบการคุมขังนอกเรือนจำ ซึ่งมีเกณฑ์สำคัญตรงที่ว่า ”ผู้ถูกคุมขังต้องมีโทษจำคุกที่เหลือไม่เกิน 4 ปี“ สมมุติว่า ผู้ถูกคุมขังมีโทษเหลือเพียง 1 ปี และไม่มีพฤติกรรมหลบหนี เป็นผู้ที่เคยทำประโยชน์แก่ประเทศชาติ นี่ก็อาจเป็นปัจจัยให้ คณะกรรมการที่พิจารณาเรื่องการคุมขังนอกเรือนจำ มีดุลย์พินิจให้ นายทักษิณคุมขังนอกเรือนจำก็ได้

นายวีรพัฒน์ บอกอีกว่า เรื่องการคุมขังนอกเรือนจำนายทักษิณรู้อยู่แล้วตั้งแต่ก่อนบินออกนอกประเทศ ไม่จำเป็นต้องดีลล่วงหน้าก่อนบินกลับมา ส่วนตัวมองว่า การเดินทางไปพบแพทย์เฉพาะทางของนายทักษิณ อาจเป็นการไปเตรียมเอกสารทางการแพทย์ ตรวจร่างการอย่างละเอียด และรับยา ให้พร้อมเผื่อได้รับโทษ

นายวีรพัฒน์ ยังบอกอีกว่า สิ่งที่ควรโฟกัส คือหลังจากได้รับโทษ โพสต์ของนายทักษิณ และ น.ส.แพทองธาร ไม่มีใครปฏิเสธผลการตัดสินของศาล สำนึกในพระมหากรุณาที่คุณ และบางช่วงบางตอนก็จะสะท้อนให้เห็นเรื่องการวางเกมการเมืองระยะยาว เมื่อจบระยะการรับโทษ 1 ปี เชื่อว่านายทักษิณจะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ เดินสายขึ้นเวที ไปพบปะผู้นำต่างประเทศ การกลับมาครั้งนี้เหมือนนายทักษิณฮึดสู้รับโทษให้จบๆ แล้วกลับมาเล่นการเมือง

นายวีรพัฒน์ หวังว่า นี่จะเป็นคดีสุดท้ายของนายทักษิณที่ต้องต่อสู้ให้แล้วเสร็จ ส่วนคดีของลูกสาวอย่าง นางสาวแพทองธาร โดยเฉพาะ เรื่องคลิปเสียงคุยกับฮุนเซน ศาลรัฐธรรมนูญก็พูดชัดเจนว่า การกระทำไม่ใช่เป็นการขายชาติ หรือทำลายกองทัพ ผิดเพียงการห่วงเรื่องคะแนนนิยมของตัวเอง ซึ่งถ้าให้พูดอย่างตรงไปตรงมา ส่วนตัวก็เห็นว่าไม่มีนักการเมืองคนไหนที่จะไม่ห่วงคะแนนนิยมของตัวเองอยู่แล้ว ฉะนั้น ถ้า ป.ป.ช.จะดูเรื่องเจตนาทุจริต แล้วจะเอาเรื่องการห่วงคะแนนนิยมมาพิจารณา มองว่า “ ป.ป.ช.ก็คงต้องเอาผิดนักการเมืองแทบจะทุกคนแล้ว”

สำหรับการเดินหน้าของพรรคเพื่อไทยส่วนตัวอาจารย์นิวมองว่าไม่ห่วงเรื่องการเป็นฝ่ายค้านเพราะระยะเวลารัฐบาล 4เดือนเป็นเวลาที่สั้นมาก สิ่งที่สำคัญของพรรคเพื่อไทยตอนนี้คือ การหาแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ