นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หนึ่งในแกนนำพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงความชัดเจนทางการเมืองของกลุ่ม สส. ว่าจริงๆ มีความชัดเจนตั้งนานแล้ว แต่ด้วยเรื่องมารยาท ยังมีเพื่อน สส.บางคนยังสังกัดอยู่พรรคเดิม ซึ่งเป็น สส.แบบแบ่งเขต แต่เราได้มีการหารือกันหมดแล้วเมื่อไม่กี่วันก่อน นอกจากนี้เรามีการไปประชุมและหารือกันที่ทำการพรรคภูมิใจไทย
ซึ่งตนและผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยโดยเฉพาะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เรามีความรู้จักกันมาเป็น 10 ปี บ้านเราอยู่ติดกัน และเราได้ทำงานด้วยกันตั้งแต่ ตนดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในสมัยรัฐบาลของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี โดย ณ เวลานั้น นายอนุทิน ดำรงค์ตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
เราทำงาน Covid มาด้วยกัน ซึ่งเรารู้ว่า นายอนุทิน เป็นคนทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง และมีฝีมือ ซึ่งสิ่งที่เราต้องตระหนักที่สุดก็คือเรื่องของชาติ บ้านเมืองโดยไม่มีผลประโยชน์ของตัวเอง จึงขอเรียนว่า ตนและทีมงานของตนในแต่ละจังหวัด จะไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย
ส่วนของเราในตอนนี้นั้น จ.เพชรบุรี อาจจะมีครอบครัวอังกินันทน์ และทีมงาน สส.อีกหลายจังหวัด ซึ่งในแต่ละจังหวัดเราก็มีแกนนำอยู่แล้ว จะไปสมัครเป็นสามาชิกที่พรรคภูมิใจไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานและหารือกับ นายอนุทินและผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทย เหลือแค่ รอวันและเวลาเท่านั้น ทั้งนี้เรามีเวลาแค่ 4 เดือน ในการทำงานเพราะฉะนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องเร่งงานในส่วนของภารกิจที่ได้รับมอบหมายมา ในฐานะที่เราเป็นคณะรัฐมนตรี
ส่วนจะมีปัญหาเรื่องของพื้นที่ สส.ทับซ้อนหรือไม่นั้น ตนมองว่าไม่ทับซ้อน พร้อมยกตัวอย่าง นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ที่เป็น สส.นครศรีธรรมราช ก็เป็น สส.ของเรา ไม่ทับซ้อนกันอยู่แล้วเพราะเป็น สส.อยู่ ซึ่งตนมองว่าคนที่เป็น สส.ก็ต้องได้รับสิทธิ์ก่อนอยู่แล้วในทางการเมือง
ส่วนคนที่เป็น สส.บัญชีรายชื่ออย่างเช่นตน ก็อาจกลับไปลงพื้นที่ เพราะตนเป็น สส. ในพื่นที่มา 3 สมัยแล้ว และเราจะไม่ทำอะไรให้พรรคภูมิใจไทยหนักใจ จะไม่ทำอะไรให้เพื่อนของเราที่มาด้วยกันเสียสิทธิ์ เพราะเพื่อนที่มาด้วยกันต้องได้สิทธิ์ ซึ่งเป็นเรื่องยากที่เราจะไปคุยกับผู้ใหญ่พรรคภูมิใจไทย เรื่องของสิทธิ์ของคนที่เป็น สส.อยู่ ก็ควรได้สิทธิ์ตามนั้น เพราะมิเช่นนั้นการที่เรามาเป็นทีมเหมือนพี่เหมือนน้อง เหมือนกับที่นายกรัฐมนตรีพูดว่า การทำงานใน ครม.เราทำงานเหมือนพี่น้อง และในภาพการเมือง สส. ของตนก็เหมือนพี่กับน้อง เราทิ้งกันไม่ได้ และเราต้องเจรจากันในเรื่องนี้
เมื่อถามต่อว่าหาก สส. เดิมของพรรคภูมิใจไทย แพ้ สส. ของกลุ่ม นายสุชาติจะทำอย่างไร?
นายสุชาติระบุว่า ตนก็ต้องไปคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคภูมิใจไทยในเรื่องนี้ แต่เชื่อว่าเรายืนบนพื้นฐานของนักการเมืองด้วยกัน เข้าใจกัน ว่าคนเป็นต้องให้สิทธิ์ก่อน ส่วนคนที่สอบไม่ผ่านก็ต้องไปอยู่ในตำแหน่งอื่นของทางการเมืองแทน
ส่วนจะต้องมีการทำโพลหรือไม่?
ตนมองว่าพวกเราเป็น สส.กันแล้ว เราไม่ใช่สินค้า บางทีก็ต้องให้เกียรติ สส.เพราะเขาเป็น สส.อยู่แล้ว และศักยภาพเขาเหนือกว่า ผู้สมัครที่สอบตกอยู่แล้ว หากเขาต้องมาโดนทำโพลเขาจะรู้สึกอย่างไร เป็นสิ่งที่เราก็คุยกันในเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องจำเป็นและละเอียดอ่อน ต้องยอมรับว่าเราจะมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย มีความตั้งใจแต่แรกอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามตนคนเดียวมาได้อยู่แล้ว แต่เรามาทั้งที ก็ต้องมาทั้งหมดซึ่งเราก็ต้องมีการหารือในเรื่องของพื้นที่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ของพรรคภูมิใจไทยจะต้องไปแก้ไขปัญหาเอาเองในส่วนนั้น
ส่วนการที่นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ อดีตเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ย้ายไปด้วยนั้นจะมีปัญหาหรือไม่?
นายสุชาติ ระบุว่าไม่มีปัญหา ไม่มีประเด็น พรรคการเมืองเหมือนชายคาบ้านที่อบอุ่น วันนี้เราคิดว่าพรรคภูมิใจไทยเป็นที่ที่อบอุ่นสำหรับเรา และสำหรับตนเพราะตนลาออกจากพรรคแล้ว สามารถพูดได้ แต่หากเพื่อนของตนที่ยังเป็น สส.อยู่ ออกมาพูด ก็พูดได้ไม่เต็มปากเหมือนตน แต่ตนออกมาพูดในฐานะตัวแทนกลุ่มว่าพวกเราทุกคนก็มีความเห็นตรงกันแล้วว่า การทำการเมืองในคราวหน้าก็คงต้องไปอยู่ถ้าภูมิใจไทยโดยความเคารพรัก และนับถือกับทางหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย
ซึ่งนายกรัฐมนตรีมีความเมตตากับตนในหลายเรื่อง ก็ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ในการแถลงข่าวอาจจะมองว่าท่าทีของเราอาจจะดูก้ำกึ่ง เพราะกังวลว่าจะทำให้ใครรู้สึกวิตกกังวลหรือไม่ จนเมื่อเช้าตนได้มีการยกหูโทรศัพท์หาเพื่อน ที่เป็นแกนนำของแต่ละจังหวัด ก็ยืนยันว่าจะย้ายไปทั้งหมดแล้ว
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อย้ายไปแล้ว เราก็เป็นสมาชิกพรรคของพรรคภูมิใจไทย แต่เราก็ยังขอดูแลเพื่อนเราเพราะพื้นที่ เช่น จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือจังหวัดเพชรบุรี ก็มีความสนิมสนมกับผู้นำ และไม่มีใครประสานได้ดีเท่ากับเรา แต่ถ้าเป็นจังหวัดอื่น ในภาคใต้เราอาจจะไม่ได้มีความถนัดเท่า แต่อย่างไรก็ตามการเมืองก็ขึ้นอยู่กับการยอมรับความเป็นจริงว่า ใครยอมรับตัวเองว่ามีศักยภาพแค่ไหน ส่วนของตนมีทั้งจังหวัดตะวันออก ตะวันตก ภาคใต้ ซึ่งเราเป็นกัปตันเรือเราก็ต้องพาเพื่อนไปให้ถึงฝั่ง
เมื่อถามว่าการเข้ามาครั้งนี้ จะต้องเข้ามาช่วยดูแลการเลือกตั้งในพื้นที่ตะวันออกใช่หรือไม่?
นายสุชาติระบุว่าแน่นอน ดูแลเต็มที่เลยรอบนี้ ตะวันตกซึ่งมีผู้ใหญ่ทางพรรคภูมิใจไทยที่เขาเป็นแกนหลักของพรรคภาคตะวันตก เราก็มาผสมกันแล้วมาแบ่งกันว่า เขาดูตรงไหนเราดูตรงไหนก็จะทำให้ดีขึ้น
ส่วนในพื้นที่ภาคใต้ก็อาจจะต้องมีการต่อสู้กับพรรคกล้าธรรมนั้น?
นายสุชาติ เผยว่าตนมองว่าทุกสิ่งทุกอย่างมันรู้อยู่แล้วว่า ศักยภาพใครเป็นใคร เช่นตนเป็นแชมป์อยู่ จะมาแข่งกับตนก็ต้องคิดเยอะนะ หรือเขาเป็นแชมป์อยู่แล้วตนไปแข่งตนก็ต้องคิดเยอะเช่นกัน
ส่วนจะมีการหลีกทางให้กันหรือไม่?
นายสุชาติระบุว่า คงไม่ต้องสู้กันแต่สรรพกําลังอาวุธที่เราจะไปสู้ หากเรามั่นใจเราก็ใส่เต็มที่ แต่สนามไหนเราไม่มั่นใจ เราก็ต้องสู้เพื่อป้องกันตัวเรา พร้อมยืนยันอีกครั้งว่าตนไปพรรคภูมิใจไทยแน่นอนเร็วๆ นี้ แต่ขอดีลกับผู้ใหญ่นิดหน่อย ในส่วนของบางเขตว่าจะทำอย่างไรต่อ เพราะหากไปก็ต้องไปกันหมด