นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนางสาวธนนนท์ นิรามิษ คู่สมรส นำคณะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคนใหม่ ได้แก่ นายทรงศักดิ์ ทองศรี , นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ และ นางสาวศศิธร กิตติธรกุล เดินทางมากระทรวงมหาดไทยเพื่อสักการะพระรูปสมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ
โดยมีนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย , รองปลัดกระทรวงมหาดไทย , อธิบดี และผู้บริหารกระทรวงฯ และผู้ว่าราชการจังหวัด อาทิ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมารอให้การต้อนรับ
ก่อนที่นายอนุทินจะเป็นประธานในการประชุมเพื่อมอบแนวทางการปฏิบัติราชการ ของกระทรวงมหาดไทยให้กับข้าราชการในสังกัด โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ในโอกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมทั้งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยทั้ง 3 คน พวกเรารู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอยากหาที่สุดไม่ได้ และเราจะทำงานสนองพระเดชพระคุณจนสุดความสามารถ เหนือสิ่งอื่นใดเรามีความยินดี ดีใจที่ได้กลับมาพบกับทุกคนอีกครั้งหนึ่งในกระทรวงมหาดไทย
"ในช่วงที่ผมพักร้อนไป 2 เดือนกว่าก็ได้ทราบว่ามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็นการโยกย้ายข้าราชการหรือความพยายามใช้อำนาจทางการเมือง ซึ่งสิ่งที่ได้เกิดขึ้นนั้นก็ถือเป็นเครื่องเตือนใจว่า ความเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ว่าผู้บริหารระดับสูง ใครจะมาใครจะไปสิ่งที่ข้าราชการฝ่ายประจำควรจะต้องยึดมั่นตั้งมั่นและยึดถือ ให้ไม่เสื่อมคลาย คือการมีความซื่อตรงต่อหน้าที่ การรักษาศักดิ์ศรีของข้าราชการ การคงเส้นคงวาและที่สำคัญคือการรักษาศักดิ์ศรีขององค์กร " นายอนุทินกล่าว
นายอนุทิน ยังกล่าวว่า ศักดิ์ศรีเหล่านี้จะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อพวกเราทุกคนปฏิบัติตามภารกิจหน้าที่ตามกฎหมายกฎระเบียบ และทำทุกอย่าง โดยมีประโยชน์ของประเทศ รัฐบาล และกระทรวงมหาดไทย และของประชาชนเป็นที่ตั้ง ตนมีความภาคภูมิใจได้ได้เห็นว่า ทุกคนได้ร่วมกันทำงานและยึดถือสิ่งเหล่านี้ร่วมกันมา สิ่งเดียวที่อยากจะขอจากท่านก็คือขอให้ท่านรักษาหลักการแบบนี้ต่อไป ขอให้เป็นวัฒนธรรมของกระทรวงมหาดไทยในทุกระดับ
"ขอให้เป็นวัฒนธรรมแห่งความเป็นมืออาชีพ มีความซื่อสัตย์สุจริตอย่างเคร่งครัด ไม่ต้องเกรงกลัวต่ออำนาจ ที่ไม่ถูกต้องหรือต้องไม่ถูกล่อใจได้ผลประโยชน์อื่นใด ที่ทำให้เจตนารมณ์และอุดมการณ์ ต้องโอนอ่อน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายข้าราชการหรือฝ่ายบริหาร เรามีจุดมุ่งหมายเดียวกัน คือจุดมุ่งหมายธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติศาสนาพระมหากษัตริย์และประชาชน " นายอนุทินกล่าว
นายอนุทิน ยังระบุว่า สำหรับนโยบายของกระทรวงมหาดไทยในระยะ 4 เดือนข้างหน้านี้ตนคิดว่า คนที่อยู่ในห้องนี้และได้ร่วมประชุม ก็ยังเป็นหน้าเดิมอาจมีเปลี่ยนแปลงบ้างในบางตำแหน่ง แต่ล้วนแล้วแต่เป็นบุคคลที่คุณหน้าคุ้นตามีความสนิทสนมรักใคร่ปรองดองกับตนเป็นอย่างดี ที่เคยทำกันมาเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาก็เป็นไปตามนั้น เพียงแต่ขอให้เร่งทำและให้ความสนใจเป็นพิเศษคือเรื่องปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ได้มีเจตนารมณ์ชัดเจนที่จะมุ่งรักษาอธิปไตย
"ดังนั้นเรื่องของการเปิดด่านไม่ว่าจะด่านชั่วคราวหรือด่านถาวร ยังไม่มีวันเกิดขึ้นจนกว่าการเจรจาที่เป็นประโยชน์ ต่อประเทศไทยและประชาชนชาวไทยจะเป็นที่ยอมรับ และเป็นที่พึงพอใจของประชาชนคนไทยทุกคน พวกเราทุกคนต้องใช้ช่วงเวลานี้ในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งอดทน และสนับสนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกัน " นายอนุทินกล่าว
ทั้งนี้นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ฝ่ายปกครองได้ทำหน้าที่สนับสนุนฝ่ายทหาร ฝ่ายกองทัพ เพื่อให้ได้ทำหน้าที่ในสมรภูมิชายแดน ป้องกันอธิปไตยของประเทศโดยที่ไม่ต้องมีความกังวล ว่าแนวหลังจะเป็นอย่างไร ฝ่ายปกครองจะต้องทำหน้าที่รักษาเยียวยาจิตใจดูแลให้ความสะดวก และปกป้องภัยอันตรายกับประชาชน ที่เป็นแนวหลัง
ซึ่งอาจมีเหตุการณ์ที่คาดการณ์ไม่ได้ ถ้าหากเกิดขึ้นขอให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการตามอำนาจที่มีอยู่ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นอธิบดีกรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัด มีความพร้อมในการให้ความดูแล ความสะดวกสบายและความปลอดภัยของประชาชน ตามแนวชายแดนทั้ง 7 จังหวัด ที่ติดกับประเทศกัมพูชา เมื่อไหร่ที่ประเทศมีภัยกระทรวงมหาดไทยคือคนแรกที่ถึงพี่น้องประชาชน
นายอนุทิน กล่าวว่า เห็นถึงการปฏิบัติงานของผู้ที่มีความวิริยอุตสาหะ รวมถึงการทำงานของผู้ว่าราชการจังหวัดที่ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ ความสามารถทุกอย่าง เพื่อแก้ไขปัญหาที่รุมเร้าประเทศ ปัญหาเหล่านี้ล้วนมีความเกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงมหาดไทย ทั้งความมั่นคงชายแดน ยาเสพติด รวมถึงภัยพิบัติ นี่คือเหตุผลที่ตนเคยประกาศไปว่าคณะรัฐมนตรีชุดนี้จะทำงานโดยไม่มีวันหยุด แต่ตนไม่ได้คาดหวังสิ่งเดียวแต่ขอให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์ของประชาชน เรามีสปิริตเดียวกันคือจิตวิญญาณของกระทรวงมหาดไทยคือการให้ความสำคัญ กับงานบำบัดทุกข์บำรุงสุข ทำให้ประชาชนมีความสมบูรณ์พูนสุข
โดยวันนี้ถือว่าได้มาพบกันครั้งแรก เรามีภารกิจ ถ้าไม่มีวันที่ผมไป ก็ไม่มีวันนี้ที่ผมกลับมา ขอให้ความรักความผูกพันของเรา ไม่ใช่เหมือนเดิมแต่ขอให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น รักษาความสัมพันธ์รักษาสายใยให้ความผูกพันที่เรามีต่อกันตลอดเวลา เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ร่วมกันด้วยความไว้วางใจ ด้วยความจริงใจไม่ใช่เพื่อตัวเราเองแต่เพื่อประเทศของเรา และเพื่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ซึ่งในสัปดาห์หน้ารัฐมนตรีได้รับทราบแล้วว่า จะมีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันจันทร์ที่ 29-30 กันยายน ทางกระทรวงมหาดไทย ก็คงจะเตรียมความพร้อมในเรื่องข้อมูล หากมีข้อสงสัยหรือข้อซักถามต่าง ๆ จากสมาชิกรัฐสภา
ก็ขอให้ทุกคนให้การสนับสนุน
โดยช่วงท้ายนายอนุทิน ยังย้ำ กับข้าราชการเหมือนเดิม ว่า ทุกอย่างไม่มีอะไรค้างคาใจกัน ไม่มีอะไรที่จะมาทักท้วง หรือว่ามาทวงสัญญาอะไรกัน ขอให้มองไปข้างหน้า ไม่ต้องมองไปข้างหลัง ขออนุญาตนำท่อนหนึ่งของเพลงเต๋อ เรวัต มอบให้กับทุกคนคือ "ที่แล้วก็แล้วไป ไม่ตะขิดตะขวงใจ ถึงอย่างไรก็จริงใจต่อกัน"