"ชลน่าน" เดือด! ถามนโยบาย ภท. 4 เดือนทำได้จริงหรือ?

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"ชลน่าน" เดือด! ถามนโยบายภูมิใจไทย 4 เดือนทำได้จริงหรือ? ชมกลยุทธ์การเมือง ผู้นำทางจิตวิญญาณสีน้ำเงินเหนือชั้น ประชาชนงง "รัฐบาลเนทิน -อนุวิน"

29 ก.ย. 68 ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1 วาระคณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว สส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยให้ความสำคัญกับการแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีโดยนายกรัฐมนตรี ที่เพิ่งแถลงนโยบายจบไปเมื่อสักครู่ เราได้มีการติดตามตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ยังไม่ได้มีการออกนโยบาย สิ่งที่เราให้ความสนใจในเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องสำคัญของประเทศชาติบ้านเมืองและประชาชนโดยเฉพาะในภาวะวิกฤติเยี่ยงนี้ ในภาวะที่สภาวะทางการเมืองไม่เป็นเป็นปกติเยี่ยงนี้

"ชลน่าน" เดือด! ถามนโยบาย ภท. 4 เดือนทำได้จริงหรือ? รัฐสภา
"ชลน่าน" เดือด! ถามนโยบาย ภท. 4 เดือนทำได้จริงหรือ?

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยได้เวลาในการอภิปรายทั้งหมด 6 ชั่วโมงในการอภิปราย 26 คนให้คุ้มค่าที่สุดในการอภิปรายซักถามนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย แน่นอนพวกเราจะรักษาการอภิปรายของเราให้ เป็นไปตามข้อบังคับและไม่ออกนอกกรอบอย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ในการอภิปรายหรือซักถามการอภิปรายนั้นไม่มีการลงมติสามารถคานได้และสนับสนุนได้แต่เรื่องสำคัญคือความเหมาะสมของนโยบายและความสามารถที่จะบริหารราชการแผ่นดินให้สำเร็จตามนโยบายตรงนี้ตนมองว่าเป็นเรื่องหลัก โดยเรามุ่งเน้น 3 ประเด็นหลักคือ

  1. นโยบายเหมาะสมหรือไม่ ทำได้หรือไม่ทำดีหรือเปล่าหรือทำเป็นหรือเปล่า  อย่างไรก็ตามเป็นการปรามาสความสามารถของคณะรัฐมนตรี แต่เรามองจากระยะเวลาที่จำกัดท่านสามารถทำได้หรือไม่ งบประมาณที่ใช้ในการคำแถลงจะเขียนไว้ ถือว่าเป็นการเขียนที่ครอบคลุมบทบัญญัติรัฐธรรมนูญทุกอย่างหาที่ติไม่ได้ตนขอชื่นชม  งบประมาณที่จะนำมาใช้เขียนไว้ชัดเจนว่าที่มาของเงินมาจากไหนและจะปฏิบัติตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยพ.ร.บ.โดยเฉพาะพ.ร.บ.งบประมาณประจำปีอย่างเคร่งครัด แต่จะเป็นอย่างนั้นหรือไม่ก็ต้องตามกันต่อ
  2. ผู้ที่จะมาบริหารด้วยความสามารถบริหารนโยบาย โดยเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยจะลงรายละเอียดให้รับทราบอีกครั้งว่าทำไมเราถึงเห็นว่านโยบายที่ นายกรัฐมนตรีแถลงนั้นจะไม่มีผลสำเร็จได้เลยหรือสำเร็จได้ก็อาจจะเป็นโมฆะ เพราะผู้บริหารนโยบายเป็นผู้ที่มีความไม่เหมาะสมและมีคุณสมบัติต้องห้ามที่ไม่สามารถที่จะทำนโยบายนี้ได้
  3. โอกาสของประชาชนที่จะสูญเสียไปจากการดำเนินการนโยบายของรัฐบาลชุดนี้ ใน 3 เรื่องนี้ เราได้มีการวางและกำหนดเส้นทางหลักในการอภิปรายไว้

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวต่อว่า 4 เดือนที่ท่านบอกว่าจะยุบสภาตนมั่นใจว่าท่านยุบสภาแน่เพราะหากไม่ยุบท่านจะเสียหายเยอะมากแต่หากท่านยุบ แล้วคิดว่าได้คะแนนมหาศาลท่านยุบแน่นอน ซึ่งเราเชื่อมั่นว่าท่านจะใช้4เดือนนี้ ดึง ถ่วง และยุบคดีที่เป็นปัญหาอยู่ และ หลังจากนั้นก็จะกลายเป็น 4 หายนะให้กับประเทศ

ตนมองว่านโยบายที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภาวันนี้แบ่งโดยรวมแล้วตามที่เห็น ด้วยข้อจำกัดเรื่องของเวลาและความเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยด้วยข้อจำกัดต่าง ๆ ที่ท่านได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติตามหน้าที่ภารกิจเฉพาะ ซึ่งตนขอใช้คำว่ารัฐบาลเฉพาะกิจที่จะต้องปฏิบัติตาม กฎเฉพาะการได้เท่านั้น แน่นอนว่าเราไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย เพราะเราไม่อยากให้สร้างประเพณีนี้ในระบบรัฐสภาของประเทศไทยเรา

แม้มีคนเถียงว่าทั่วโลกมีการ ทั้ง “แคนาดา-อิตาลี-ออสเตรเลีย” ใช่แต่หากไปดูในประเทศเหล่านี้ และเปรียบเทียบกับประเทศของไทยเรา ความเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยที่เขายอมให้มอบให้ งบประมาณบริหารประเทศ ไว้วางใจให้บริหารภารกิจเฉพาะเท่านั้น และออกนโยบายเฉพาะกิจ และออกนโยบายตามบทเฉพาะการ แต่สิ่งเหล่านั้นตนมองว่าเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้หรือหากทำได้ก็จะทำได้เฉพาะบทเฉพาะการกำหนดให้เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตนขอขอบคุณผู้นำฝ่ายค้าน ที่เปิดประเด็นและทวงสัญญากับนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ที่ว่านโยบายตาม MOA ต้องปรากฏชัด แต่สิ่งหนึ่งที่ตนอยากจะขยายให้เห็นชัด คือ “ท่านเขียนชัดแต่ท่านขยัก จัดทำประชามติ ในวันเลือกตั้ง ยุบสภาภายใน 4 เดือน” และตนถามว่าสิ่งที่บันทึกใน MOA ว่าจะจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นหายไปไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องตอบต่อรัฐสภาแห่งนี้

ทั้งนี้ เมื่อเป็นนโยบายเฉพาะกิจ สิ่งที่รัฐบาลนี้ต้องเน้นคือต้องใช้ความเป็นเฉพาะกิจให้เกิดประโยชน์มากที่สุด และถือเป็นโอกาส ที่ท่านจะได้คะแนนนิยมจากประชาชนเพื่อชนะเลือกตั้งในวันที่ 22 หรือ 29 มีนาคม 2569 ไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพื่อได้มาซึ่งคะแนนนิยมและผลการเลือกตั้งที่จะส่งท่าน สืบทอดอำนาจจาก 4 เดือนเป็น 4 ปี ประกอบกับผู้บริหารนโยบายหรือคนที่จะมามีความสามารถในการบริหารนโยบายตามที่ท่านจัดไว้ก็ย่อมตอบสนองต่อจุดนั้น  

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้กล่าวหารัฐมนตรีทั้งหมด แต่กระบวนการและด้วยความจำกัดการทำอย่างนี้ ท่านจัดบุคคลที่มา เป็นรัฐมนตรีจากบุคคลนอกเป็นภาพที่สวยงามมากและผลงานก็เป็นที่ประจักษ์ซึ่งตนชื่นชมและชื่นชอบจึงขอกราบขอบพระคุณในนามของประเทศไทยที่ท่านทำได้ดีอย่างมาก เป็นภาพที่สวยงามดาบกายสิทธิ์ และท่านสามารถแปลงดาบกายสิทธิ์นั้นเป็นกำไร และผลงานของท่านได้ อย่างสวยงามและทุกคนร้องว้าว

และนี่ถือเป็นการสร้างคะแนนนิยมที่เกิดประโยชน์สุดต้องชอบทำ ซึ่งถือเป็นกลไก อันแยบยล สวยงามอีกกลุ่มนึงที่มาสร้างคะแนนในพื้นที่คือคณะรัฐมนตรีที่จัดตั้งขึ้นมาเพื่อคะแนนในพื้นที่มีความสามารถในการบริหารจัดการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เพื่อนำไปสู่อำนาจใน 4 ปี

"ชลน่าน" เดือด! ถามนโยบาย ภท. 4 เดือนทำได้จริงหรือ? รัฐสภา
"ชลน่าน" เดือด! ถามนโยบาย ภท. 4 เดือนทำได้จริงหรือ?

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวต่อว่า จึงเป็นที่มาว่านโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้มีการแถลงต่อรัฐสภาแห่งนี้จะเป็นปัญหามากกว่าทางออกไม่ใช่ปัญหาธรรมดาแต่จะเป็นปัญหาที่เข้าขั้นหายนะหากเราไม่ตระหนักและไม่สำนึกเฝ้าระวัง จึงขอฝากผ่านประธานสภาไปยังประชาชนคนไทยว่าหากยึดตามตนก็จะเห็นภาพอนาคตและทุกสิ่งทุกอย่างที่ตนพูดมาทั้งหมดนั้นมันทำไม่ได้และพอทำไม่ได้แล้ว 4 เดือน ที่จะยุบสภาก็จะนำไปสู่ 4 เดือนแห่งการยุบคดี 

ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นประเด็นที่ตนจะนำเรียนต่อประธานสภาว่า ด้วยนโยบายที่สืบทอดอำนาจมันจะทำให้ภาพของประเทศเราและภาพการเมืองไทยในอนาคตมันจะประกาศขึ้นอย่างชัดเจนตามสิ่งที่เราคาดการณ์ไว้ คือ เรื่องของประชาธิปไตยที่เป็นสิ่งที่เราต้องการซึ่งท่านผู้นำฝ่ายค้านก็บอกยกประวัติยกแนวทางมาทั้งหมดว่าเราต้องการอะไร

เราต้องการประชาธิปไตยสมบูรณ์แบบแบบที่ประชาชนมีส่วนร่วมเป็นระบบรัฐสภาตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุขอย่างแท้จริง และ “ตนขอขีดเส้นใต้ร้อยครั้ง” ไม่ใช่ประชาธิปไตยแบบเปลือกเพราะเราทนมาตั้งแต่ปี 2475 แม้บางยุคสมัยจะแก่น ขึ้นมาบ้างแต่ก็ถูกทำลายหมด  

“เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเห็นก็คืออนาคตของประชาธิปไตยระบบรัฐสภาของเราถ้าท่านเข้ามาใช้อำนาจไม่ว่าจะเป็น4เดือนหรือหลัง4เดือนหลังจากยุบสภาในอนาคตอีก 4 ปี การกัดกร่อนประชาธิปไตยในระบอบรัฐสภาจะรุนแรงมาก” นายแพทย์ชลน่าน กล่าว

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวต่อว่า ตอนนี้การกัดกร่อนกลไกรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตยของเราด้วยภาพที่เห็นอยู่กลไกที่ได้มาซึ่งสมาชิกตนไม่ได้กล่าวหาใครแต่ข้อเท็จจริงปรากฏและมีหลักฐานในข้อกฎหมายด้วยการได้มาที่มีคนตั้งคำถามว่ามีการ“ฮั้ว”หรือไม่ และอนาคตข้างหน้าการเลือกตั้งที่จะขออำนาจจากประชาชน จะไม่ได้มาจาก ประชาชนที่แท้จริง แต่มาจากการจัดการตัวบุคคลนโยบายการบริหารจัดการการเลือกตั้ง และ“เงิน” จะเป็นปัจจัยสูงสุด ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ตนไม่ได้บอกว่าท่านซื้อเสียง แต่การจัดการด้วยอำนาจเงินไม่ว่าจะชอบด้วยกฎหมายหรือชอบด้วยกฎหมาย เราต้องพิสูจน์แต่นั่นคือปัจจัยหลักที่จะทำให้ผลของการมอบอำนาจของประชาชนและตนขอใช้ว่าเป็นการกัดกร่อนระบอบประชาธิปไตยในรัฐสภา 

อนาคตที่เราคาดหวังผู้นำฝ่ายค้านบอกตนต้องขอเน้นท่านว่าสิ่งที่ท่านต้องการที่สุดคือรัฐธรรมนูญท่านยอมแลกในการมอบอำนาจให้กับนายกรัฐมนตรีเพื่อต้องการรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนและต้องการให้ยุบสภาเพื่อให้ประชาชนตัดสินอนาคตประเทศชาติบ้านเมือง ซึ่งถือเป็นการแลกหากเป็นไปตามนั้นก็ถือว่าคุ้มค่า แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นตนมองว่ารัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะถูกร่างด้วยสภารัฐธรรมนูญ จะมาจากสีน้ำเงิน

และรัฐธรรมนูญฉบับนั้นจะเป็นสีน้ำเงินไม่ว่ากลไกใดจะผ่านร่างของพรรคเพื่อไทยหรือพรรคประชาชนหรือพรรคภูมิใจไทย ล้วนจะมีกลไกของการจัดการให้ได้มาซึ่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) ที่เป็นสีน้ำเงินได้ทั้งหมดซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องยากเพราะยากกว่านี้ก็ทำมาแล้ว หากเขาต้องการทำได้หมดและนี่คือสิ่งที่เป็นการคาดการณ์อนาคตของประเทศ

แน่นอนว่าภาคประชาชนประกาศชัดว่าถ้าสสร. เป็นสีน้ำเงินรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นสีน้ำเงิน ประชามติรณรงค์ทั่วประเทศไม่ผ่าน คำถามคือจะเข้าทางใครคำตอบคือเข้าฐานคนที่ไม่ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และกระบวนการเหล่านี้ก็จะวนแล้ววนอีก แล้วนี่คืออนาคตที่เราจะเจอ

อีกเรื่องที่เราจะเจอในอนาคตคือนโยบายเฉพาะกิจเพื่อการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเรื่องของการวางตำแหน่งแห่งผลทั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคณะรัฐมนตรีหรือคนไกลอื่นๆที่ว่างมาล้วนแต่ทำเพื่อการนี้

นายแพทย์ชลน่านกล่าวต่อว่า รัฐบาลที่มาจากเฉพาะกลุ่มเฉพาะที่หลายคนขนานาม ว่า” รัฐบาลอนุวิน“ ซึ่งก็ไม่ทราบว่ามาจากอะไรหรือ “รัฐบาลเนทิน” หรือ “รัฐบาลหนูเน” นั่นหมายความว่าอำนาจของนายกรัฐมนตรีไม่ได้ใช้อำนาจบริหารที่แท้จริง และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตและถือเป็น 4 หายนะ คือ 1. หายนะทางประชาธิปไตย 2.  หายนะทางความโปร่งใสและหนักนิติธรรม 3. พญานาคด้านการบริหารจัดการประเทศ 4. พยานะทางโอกาสของประชาชนชาวไทย 

อะไรที่ดี ๆ ที่เป็นนโยบายไม่ว่าจะเป็นรัฐรัฐบาลไหนทำก็ตามเราพร้อมสานต่อทำต่อไม่ว่าจะเป็นต่างพวกต่างพรรคต่างฝ่ายเราทำต่อ สิ่งที่ตนอยากขอบคุณคือท่านได้เขียนนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคไว้ในนโยบายของรัฐบาลเนื่องจากเป็นกฎหมายไปแล้วเป็นสิ่งที่ควรพึงกระทำแต่หลายรัฐบาลไม่อยากทำ แต่รัฐบาลขอเปลี่ยนชื่อ “จากหวยเกษียณ” เป็น “สลากคนออม“ เราไม่ว่ากันขอให้ประชาชนได้ประโยชน์เพราะตนมองว่าทุกอย่างที่ท่านทำทำเพื่อคะแนนนิยม

และตนมองไปถึง หายนะเรื่องของความโปร่งใสคนที่เข้ามารับตำแหน่งมีลักษณะผูกขาดตัดมาจากกลุ่มพวกถือเป็นตัวอย่างและตนไม่ได้เป็นการเก่าร้ายแต่เป็นกลไกลที่สามารถทำได้ ถ้าขัดความโปรงใส เพื่อพวกได้ถือว่าเป็นหายนะ รัฐมนตรีบางคนมีแผล มีกรรมเก่า เข้ามาบริหารในประเทศอยู่ณขณะนี้ คดีต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด 

อีกทั้งพญานาคทั้งเรื่องของโอกาสของประชาชนเพราะนโยบายดี ๆ ท่านปัดทิ้งปัดตกหมด ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สถิติการใช้ขึ้นมาอย่างต่อเนื่องแต่ท่านกลับยกเลิกไม่ทำต่อไปใช้อันเก่าซึ่งถือว่าชัดเจนเป็นการทำลายโอกาสของประชาชนและเป็นหายนะของประชาชน เพราะมองว่านี่เป็นนโยบายของพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยได้คะแนนแต่ท่านไม่ได้ และตนมองว่าพรรคการเมืองที่มี สส.กรุงเทพมากที่สุดเขาก็อ้าปากค้างว่าทำไมไม่เห็นผลประชาชน และตนมองว่านี่เป็นสิ่งที่ประชาชนพึงได้

จากสิ่งที่ตนกล่าวมาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการวางกำลังคนทั้งภาครัฐและราชการ การจัดวางอำนาจของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) การแสวงหาที่มาของสส. โดยไม่ต้องดูดแต่ไหลเข้า และ ท่านการเมืองแบบเหนือชั้นมากและต้องยอมทุกคนก้มหัวให้ท่านหมดเพราะเค้ารู้ว่าอยู่กับท่านแล้วปลอดภัยได้มาเป็นรัฐบาลแน่ในปีข้างหน้า

"ชลน่าน" เดือด! ถามนโยบาย ภท. 4 เดือนทำได้จริงหรือ? รัฐสภา
"ชลน่าน" เดือด! ถามนโยบาย ภท. 4 เดือนทำได้จริงหรือ?

แต่ท่านอย่าประมาทประชาชน เพราะ 4 เดือน ที่ท่านมายุบสภาแต่ท่านมายุบคดีท่านต้องพิสูจน์ เพราะขณะนี้แม้จะยังไม่ถึงมือท่านแต่คดีก็เริ่มยุบแล้วทั้งมหาดไทยอธิบดีกรมที่ดินออกมาแถลงชัดแยกยมากในนามของรัฐบาลรักษาการจะได้ไม่ต้องมาเปื่อนท่าน ยุทธศาสตร์การเมืองของท่านลึกล้ำจริง ๆ และผมไม่รู้ว่าออกจากสมองใครแต่ต้องยกให้จริง ๆ ต้องยอมเป็นลูกศิษย์และตนยอมกราบถ้าจะเป็นผู้นำจิตวิญญาณที่อยู่ข้างหลังมีนักวิชาการบอกว่าผู้นำจิตวิญญาณสีน้ำเงิน-แดง-ส้ม

คนที่ฉลาดหลักแหลมยุทธศาสตร์ล้ำลึกคือผู้นำสีน้ำเงิน ทั้งนี้จากที่ตนพูดมา 4 เดือนที่ทำมาจะได้ 4 ปี และบทสรุปของตนคือท่านจะกินรวบประเทศไทย พวกเราจะยอมให้มีผู้มากินรวบประเทศไทยหรือ อำนาจผู้แทนราษฎรเป็นของสีน้ำเงิน อำนาจสภา อำนาจวุฒิสภาของสีน้ำเงิน อำนาจองค์กรอิสระเป็นสีน้ำเงิน อำนาจราชการเป็นสีน้ำเงิน ทางประเทศทั้งประเทศน้ำเงินทั้งหมดท่านกำลังเอาปีกประเสริฐสีน้ำเงินลงมาคลุกกับการเมืองซึ่งหมายถึงเราไม่เคารพสีน้ำเงินซึ่งตนทนไม่ได้เพราะเราเป็นผู้คนที่อยู่ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

ทั้งนี้ ตนขอพูดในฐานะประช่ชนว่าอยากอยู่อย่างสงบสันติ อยากทำมาหากินอย่างสงบมีอิสระ ต้องการรัฐบาลที่มีความซื่อสัตย์คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนและสถาบันหลักของชาติ สร้างโอกาสให้กับประชาชน

ถ้าเป็นเช่นนั้นประชาชนอย่างตนเองจะขอบคุณทุกคนที่เป็นคณะรัฐมนตรี ท่านบอกว่าจะทำหน้าที่อย่างซื่อสัตย์สุจริตอย่าให้คำนี้กลับไปพันคอ ตนเองอยากเห็นรัฐมนตรีที่ทำเพื่อบ้านเมืองอย่างจริงจัง

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ