“ก่อแก้ว” ฉะ “อนุวิน กินรวบประเทศไทย” แซะ คดีฮั้ว สว.-เขากระโดง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

“ก่อแก้ว” ฉะ “อนุวิน กินรวบประเทศไทย” แซะ คดีฮั้ว สว.-เขากระโดง จบสวย อ้างหลักฐานไม่เพียงพอ เหตุ ตั้งคนสนิทครูใหญ่คุมบังเหียนยุติธรรม

ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วาระเรื่องด่วน 1 คณะรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ตามมาตรา 162 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ เป็นประธานในการประชุม

นายก่อแก้ว พิกุลทอง สส.พรรคเพื่อไทย ขึ้นอภิปรายนโยบายรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า เมื่อพิจารณานโยบายที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงไว้ก็รู้สึกว่าดูดี โดยเฉพาะคำมั่นว่าจะเร่งแก้ปัญหาประเทศ จะยึดมั่นในหลักนิติธรรม ขจัดทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างเด็ดขาด ยึดประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง

 

 

ภูทิใจไทย ทีวีรัฐสภา
“ก่อแก้ว” ฉะ “อนุวิน กินรวบประเทศไทย” แซะ คดีฮั้ว สว.-เขากระโดง

นายก่อแก้ว ย้ำประโยคที่ว่าจะยึดผลประโยชน์ประเทศเป็นที่ตั้ง และตั้งคำถามว่าสิ่งที่แถลงไปอย่างสวยงามนั้น การกระทำสอดคล้องกันหรือไม่ เราสามารถดูได้จากการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดนี้ บางคนไม่มีความเหมาะสม ไม่มีความสามารถ ไม่มีศักยภาพและไม่ขาวสะอาด บางคนเป็นนอมินีของผู้มีอำนาจตัวจริงในพรรคภูมิใจไทย 

นายก่อแก้ว ยกตัวอย่างรัฐมนตรีนอมินีบุรีรัมย์ ประกอบด้วย นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี คนสนิทของนายเนวิน ชิดชอบ ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคภูมิใจไทย จริง ๆ ตนลืมชื่อไปนานแล้ว แต่พอมีชื่อขึ้นมาก็นึกได้ว่าเป็นคนสนิทของครูใหญ่ รวมถึงข้อมูลข่าวสารในอดีตที่ตนคุ้นหู ว่าสมัยปี 2554 มีข่าวครึกโครม ใหญ่โต ชวนตะลึง เกิดเหตุปล้นบ้านปลัดกระทรวงคมนาคม โจรได้เงินสดไปกว่า 200 ล้านบาท ต่อมาโจรถูกจับได้เมื่อสารภาพกับตำรวจว่าที่จริงในบ้านนั้นมีเงินสดมากกว่า 500 ล้านบาท แต่โจรเอาไปไม่ไหว สื่อมวลชนจึงตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตนไม่ขอกล่าวถึง แต่คำถามหนึ่งที่ตั้งตามมาว่า หากบ้านปลัดกระทรวงคมนาคมมีเงินสดมากขนาดนั้นแล้ว บ้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมจะมีเงินสดมากขนาดไหน ซึ่งเสียดายที่ไม่มีการดำเนินการเรื่องนี้ต่อ จึงจบที่บ้านปลัดกระทรวงคมนาคม แต่นายกรัฐมนตรีก็ต้องรู้ว่าขณะนั้นใครเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

ต่อมาการแต่งตั้ง พลตำรวจตรีรุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ตั้งแต่บรรจุตำรวจครั้งแรกที่บุรีรัมย์ วนเวียนเติบโตที่นั่นและได้เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งการแต่งตั้งตำแหน่งในครั้งนี้ เป็นการแต่งตั้งแบบหวังผล ตนขอถามว่า ไม่มีคนอื่นแล้วหรือ ถึงกระทำโดยการชัดแจ้ง โจ่งแจ้งขนาดนี้ เพราะกระทรวงยุติธรรมเป็นกระทรวงสำคัญ ตามหลักเกณฑ์แล้วเวลาพรรคใดได้โควตา กระทรวงนี้จะให้แกนนำสำคัญของพรรคมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ซึ่งพรรคภูมิใจไทยมีบุคลากรที่มีคุณภาพมากมายที่เรารู้จักกันเยอะ เช่น นายทรงศักดิ์ ทองศรี นายนภินทร ศรีสรรพางค์ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายศุภชัย ใจสมุทร หรือนายภราดร ปริศนานันทกุล กลุ่มคนเหล่านี้ทุ่มเททำงานให้พรรคมายาวนาน แต่กลับไม่เอาและเลือกคนนอกที่มีความผูกพันในการสร้างผลงานคะแนนนิยมมาเป็นรัฐมนตรี คิดได้มุมเดียวว่ามีภารกิจพิเศษได้รับมอบหมายให้ดำเนินการบางเรื่อง บางอย่าง จนขอทำนายว่าในยุคที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คดีฟอกเงิน ซ่องโจรที่เกี่ยวพันกับคดีฮั้ว สว.จะถูกสั่งให้เดินหน้าเต็มที่และจะจบลงในยุคท่าน ด้วยเหตุผลว่าหลักฐานไม่เพียงพอ ไม่ฟ้อง ซึ่งวิธีนี้เป็นวิธีที่ตำรวจเมืองไทย มักจะใช้กันเวลานายสั่งให้เผาคดี ตนก็ขอแสดงความยินดีล่วงหน้ากับผู้ที่ถูกกล่าวหาทั้งหลาย

ซึ่งระหว่างการอภิปราย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กำกับการประชุม และกล่าวว่าให้ระวังการกล่าวถึงบุคคลภายนอกที่ไม่ได้อยู่ที่แห่งนี้ โดยไม่มีความจำเป็น เช่น กล่าวชื่อนายเนวิน ชิดชอบ เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดการประท้วง 

ต่อมา นายก่อแก้ว อภิปรายถึงนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ลูกชายของนายเนวิน ชิดชอบ ว่า กระทรวงนี้เป็นกระทรวงที่สำคัญ ดูแลโครงสร้างโทรคมนาคม การสื่อสารของประเทศ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่และหลายประเทศขับเคลื่อนได้ผลแล้ว แต่ประเทศไทยงึก ๆ งัก ๆ อยู่ ยังขับเคลื่อนเรื่องนี้ไม่ค่อยได้ดีรวมถึงการปราบปรามเฟคนิวส์ พนันออนไลน์ คอลเซ็นเตอร์ การฉ้อโกงทางออนไลน์ซึ่งเรามีปัญหาเยอะ เราต้องการรัฐมนตรีที่มาทำหน้าที่ทันทีทันใด ไม่ใช่มาศึกษางานอยู่ อย่าลืมว่าคอลเซ็นเตอร์สร้างความเจ็บปวดให้กับประเทศไทยมาหลายปี คนไทยสูญเสียไปกว่าปีละหลายหมื่นล้าน ซึ่งปลายสมัยรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เรื่องคอลเซ็นเตอร์หายไป แต่เมื่อถูกถอดถอนแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์กลับมาอีกแล้ว วันนี้เราต้องการรัฐมนตรีที่ทำหน้าที่ได้ทันทีและไม่มีเวลาศึกษางาน

โดยนายสนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นประท้วงว่า เวลานี้บุคคลที่กล่าวถึงซึ่งมีการแต่งตั้งยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่อะไรให้เสียหาย เพราะฉะนั้น ตามข้อบังคับ 45 เป็นการใส่ร้ายป้ายสีกันล่วงหน้า “อย่าคิดว่าทุกพรรคการเมืองจะทำเหมือนที่ท่านสังกัด ไม่ใช่นะครับ ขอให้อยู่ในประเด็น”

”นี่เป็นการแต่งตั้งด้วยระบบอุปถัมภ์ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก หากตั้ง ครม. กันแบบนี้ ให้รัฐบาลตั้งกระทรวงบุรีรัมย์ขึ้นมาเลยดีกว่า เป็นกระทรวงส่วนตัวเวลาผู้ยิ่งใหญ่บุรีรัมย์จะแต่งตั้งใคร ก็แต่งตั้งได้เต็มที่ ตัวท่านนายกเองก็เหมือนกัน เป็นเสี่ยใหญ่ในกรุงเทพฯ แต่ย้ายทะเบียนบ้านไปบุรีรัมย์ น่าจะย้ายทำเนียบไปบุรีรัมย์เลยดีไหม เอาที่เขากระโดงเลยครับ ให้ชัด ๆ ไปเลย เสี่ยเน เสี่ยหนูจะได้อยู่ด้วยกัน คู่กันไป“ นายก่อแก้ว กล่าว

นายก่อแก้ว ระบุว่า ตนไม่ได้บอกว่าจังหวัดบุรีรัมย์ไม่ดี จังหวัดบุรีรัมย์ดีและพัฒนาไปเยอะ ด้วยฝีมือผู้ยิ่งใหญ่แห่งบุรีรัมย์ เพียงแต่ว่าคนบางคนใช้อำนาจแบบนี้ เชื่อว่าประชาชนผู้เสียภาษีไม่ชอบใจและกังวล รวมถึงในบางกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีการพูดชี้นำในคดีฮั้ว สว. ว่าไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ขอให้นายกฯ ระวังนิดหนึ่ง เนื่องจากเป็นผู้นำฝ่ายบริหาร การพูดอะไรแบบนี้เป็นการชี้นำและกดดันข้าราชการ ผู้ปฏิบัติงาน ผู้รักษากฎหมาย ”เวลาพูดเอาสนุก เวลาท่านพูดท่านหน้าบานแต่ข้าราชการหน้าซีด ซึ่งสั่งกลาย ๆ ว่าผมต้องไม่ผิดนะ ผมต้องไม่ผิด“ แบบนี้ไม่เหมาะสม 

ต่อมา ประเด็นการย้ายอธิบดี DSI หากมีการย้ายก็มีปัญหากันแน่ ตนกับนายกรัฐมนตรีรู้จักกันมานาน เชื่อว่านายอนุทินเป็นคนดี แต่ทุกครั้งที่มาอยู่ในการเมืองจะไม่เป็นตัวของตัวเอง ขอเรียนไปถึงนายกฯ ว่าวันนี้มาถึงจุดสูงสุดของการเมืองแล้ว เป็นเกียรติประวัติต่อตัวเองและครอบครัว ด้วยแรงผลักดันอย่างยิ่งของคุณพ่อคุณแม่ที่แสนจะน่ารัก ซึ่งตนก็เคารพนับถืออย่างยิ่ง แต่การประสบความสำเร็จในตำแหน่งหน้าที่นายกรัฐมนตรีหรือไม่ ประชาชนจะชื่นชอบ ชื่นชมหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการประพฤติปฏิบัติของตัวท่านเอง เวลาเท่านั้นจะบอกได้ว่าเป็นอย่างไร หากเป็นตัวของตัวเองและบริหารประเทศด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ วางบนผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลักแล้ว ตนเชื่อว่าสังคมจะชื่นชมและเชิดชู แต่นายอนุทินปล่อยให้ใครบางคน บางกลุ่มมาครอบงำ ชี้นำใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีเพื่อผลประโยชน์ของพรรคการเมืองของพวกเขาเป็นที่ตั้งแล้ว โดยเฉพาะเพื่อเป้าหมายการกินรวบประเทศไทย ตนเชื่อว่าสังคมจะประนาม จะกล่าวขานว่าท่านไม่ใช่นายกฯ ตัวจริง “นายกฯ ตัวจริงไม่ใช่อนุทิน แต่เป็นอนุวิน กินรวบประเทศไทย”

โดยประธานสภาฯ ได้ขอให้นายก่อแก้วถอนการเสียดสีหรือประชดประชัน ที่พูดถึง อนุวิน เนื่องจากผิดข้อบังคับ 

 

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ