วันที่ 12 ต.ค. 68 ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี อดีตปลัดกระทรวงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และอดีตรองนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับสถานหารณ์ไทย-กัมพูชา
โดย ดร.ปลอดประสพ ระบุว่า ตนเป็นคนไทยที่ผ่านสงครามโลกครั้งที่ 2 มาแล้ว ไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะได้เจอ "สงครามผี" จริง ๆ เมื่ออายุ 80 ปี หลัง คุณกัน จอมพลัง จะนัดผีมาเจอกันอีกเป็นวันที่ 2 ที่บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว เห็นว่าจะพิเศษกว่าคืนแรกเพราะจะมีโดรนผีบินได้จริง ๆ
ดร.ปลอดประสพ บอกว่า สงสารชาวกัมพูชามาก เพราะโดยปกติก็เป็นสายมูอยู่แล้ว คราวนี้จะต้องมาเจอทั้งผี มีแสง มีเสียงเสียด้วย เดี๋ยวก็หัวใจวายตายกันบ้างหรอก
ส่วน คุณวีระ สมความคิด ก็ยื่นคำขาดว่า พ้น 31 ต.ค. 68 เมื่อไหร่ หากกัมพูชาไม่ออกไป ใครห้ามก็จะไม่ฟังแล้ว ขอบุกเดี่ยวแน่นอน เผยตนสงสารนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล จริง ๆ ติดตามดูวิธีการแก้สถานการณ์ก็เห็นเปลี่ยนแนวคิดเรื่อง MOU 43 และ 44 ไป 4-5 รอบแล้ว เล่นเอาบรรดาข้าราชการปวดหัวไปตาม ๆ กัน ส่วนนักวิจารณ์ข่าวก็เริ่มแซ่ซ้องว่า เป็นของปลอมหรือเปล่า จึงไม่กล้าตัดสินใจ
"ผมอยากทบทวนปัญหากัมพูชาสักนิด ผมมั่นใจว่า ศัตรูของคนไทยหรือประเทศไทย ไม่ใช่ประเทศกัมพูชาหรือชาวเขมร ศัตรูของเราคือ ฮุน เซน นายคนนี้แกตีหน้าเศร้าเล่าเรื่องเท็จได้ทุกวัน ผมเชื่อว่า หากไม่มีคนผู้นี้สักคน ปัญหาไทยกัมพูชาจะลงเอยจบลงอย่างมิตรประเทศเพื่อนบ้านอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นเราจึงอย่าไปถกเถียงเรื่อง MOU หรือการประชุม GBC RBC อะไรกันนักหนา เพราะเป็นของสมมุติทั้งนั้น ทุกอย่างมันอยู่ที่ ฮุน เซน คนเดียว" ดร.ปลอดประสพบอก
เขาเสริมว่า การกำจัด ฮุน เซน นั้นทำได้หลายวิธี เช่นที่ทำแล้วก็คือ ใช้รูปเป็นเป้ายิง ซึ่งด้วยแกเป็นคนถือโชคถือลาง แกจึงกลัวและโกรธคนไทยมาก
"แต่วิธีกำจัดที่ดีที่สุดก็คือ ให้ชาวเขมรไล่แกเอง ปิดด่านทุกด่านต่อไปอีกสัก 6 เดือน ผมว่าชาวกัมพูชาคงทนไม่ไหวและจะไล่แกในที่สุด สำหรับผู้ประกอบการชาวไทยก็อดทนและเสียสละหน่อยนะครับ ส่วนผู้มีอำนาจสีเทาทั้งหลาย ก็เช่นกัน รู้จักพอบ้าง จะดีมาก เพื่อบ้านเมืองของเรา" ดร.ปลอดประสพกล่าว