หลังจากที่นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศลาออก และจะเดินหน้าฟ้องผู้ที่เผยแพร่และแชร์ข้อมูลเท็จหลังถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์กัมพูชานั้น
ล่าสุดนางสาวรักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน ได้ติดตามประเด็นการตอบโต้ระหว่าง นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านการเงิน กับ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง โดยได้แสดงความเห็นว่า การลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ของนายวรภัค อาจจะยังไม่พอ
โดยระบุว่า "แค่การลาออกของคุณวรภัคคงไม่พอ เพราะการลาออกไม่ใช่จุดจบของเรื่อง แต่นายกคงต้องเร่งสั่ง ปปง. และ กลต ให้ดำเนินการต่อว่าสามารถขยายผลเอาผิดได้หรือไม่
ต้องดำเนินการต่อให้สิ้นสงสัย เพื่อให้ความเป็นธรรมกับคุณวรภัคด้วย ถ้าผิดต้องจัดการ ถ้าไม่ผิดจะได้อยู่อย่างไร้มลทิน ไม่มีข้อครหาใดใดอีก"
ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ในรายการเปิดโต๊ะข่าว ของพีพีทีวี โดยมองว่า เรื่องนี้ไม่ได้จบที่การนายวรภัค ประกาศลาออก ซึ่งเรื่องนี้มี 2 มิติ โดยมิติหนึ่งการที่นายวรภัคประกาศลาออก ก็ต้องแสดงความชื่นชมการมีสปิริต แต่อีกมิติในฐานะที่เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่ต้องเผชิญกับการวิพากวิจารณ์ของสังคม ควรจะต้องพิสูจน์เป็นการสาธารณะด้วย
อย่างกรณีที่มีความเชื่อมโยงว่าเคยมีภาพและชื่อของนายวรภัค ปรากฎในเว็บไซต์ ของบีไอซีกรุ๊ป ในฐานะที่ปรึกษากรรมการ แล้วต่อมาลบออก ซึ่งตนเคยแนะนำในช่วงที่อภิปรายในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไปแล้วว่า หากนายวรภัคยืนยันว่าไม่เคยมีตำแหน่งใดๆในบีไอซีกรุ๊ป หรือกำลังจะบอกว่า บีไอซีกรุ๊ปแอบอ้าง ก็ต้องฟ้องดำเนินคดี แต่เมื่อวาน ก็มีนักข่าวไปสอบถามว่า ที่นายวรภัคบอกว่าจะฟ้องดำเนินคดีกับนักข่าว หรือ คนเขียนบทความ แต่ต้นตอและสารตั้งต้น คือบีไอซีกรุ๊ปนายวรภัคจะฟ้องหรือไม่ ก็ปรากฎว่า ไม่มีการยืนยันใดๆ ว่าจะฟ้อง บีไอซีกรุ๊ป ที่แอบอ้าง
ซึ่งหากนายวรภัค ไม่ได้อยู่ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จะไม่ฟ้องก็ได้ แต่ในกรณีนี้นายวรภัค อยู่ในตำแหน่งสำคัญที่จะเอื้อประโยชน์ให้คุณให้โทษกับกลุ่มทุนต่างๆ จึงมองว่า ต้องชี้แจงให้กระจ่าง
นายวิโรจน์ ยังบอกว่า แม้หลายคนมองว่า เป็นการตัดตอน แต่จริงๆแล้วความรับผิดชอบต้องเดินต่อ รวมถึงนายอนุทิน ในฐานะนายกฯ ซึ่งแต่งตั้งนายวรภัค จะตัดจบแบบนี้คงไม่ถูก ซึ่งนายวิโรจน์ ใช้คำว่า "อยู่ดีๆตัดจบไปดื้อๆ เพื่อนพระเอกตายไปดื้อๆ แล้วก็ตัดจบไปเลย มันคงไม่ได้ถูกไหม เพื่อนพระเอกคนนี้ พระเอกก็ตั้งขึ้นมาเองนี่ใช่ไหม" ก็เป็นหน้าที่รัฐบาลต้องไปไล่ตรวจสอบอีกที และบอกว่า เรื่องนี้ให้พัก นายวรภัค ไปก่อนก็ได้
แต่มันมีข้อวิพากษ์วิจารณ์ที่ประชาชนพึงเชื่อได้อยู่แล้วว่า ขบวนการของการเคลื่อนย้ายทุนเทาข้ามชาติ เงินสีเทา เข้ามาฟอกในไทย นายทุนกัมพูชาไม่สามารถดำเนินการได้ตามลำพัง จะต้องมีคนไทย มีผู้อิทธิพล นายทุนหรือนักการเมือง คอยหนุนหลัง
คำถามคือ ทำไมนายอนุทินในฐานะนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่สั่งให้ ป.ป.ง. ดีเอสไอ หรือหน่วยงานในสังกัดลากคอ คนไทยกลุ่มนั้นออกมา แล้วเอามันเข้าคุกเอามาดำเนินคดี หรือจะปล่อยให้ต่างประเทศ หรือ สหรัฐอเมริกา เปิดชื่อมาก่อนหรือ
ซึ่งตอนนี้โลกกำลังให้โอกาสประเทศไทยในการเป็นพันธมิตรปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ แต่ถ้าเกิดเราทำแบบขอไปที จนทั่วโลกเขาทนไม่ไหวแล้วเปิดเผยรายชื่อว่ามีคนไทยบางคนไปเกี่ยวเข้ากับนายทุนเขมร ใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการที่สอง เราจะไม่ได้อยู่ในฐานะพันธมิตรในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์แล้ว แต่จะเป็นประเทศร่วมขบวนการแก๊งสแกมเมอร์แทน ทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าง ปปง.เก่งมากและ มีข้อมูลพร้อมอยู่แล้ว ขอแค่เพียงนายกฯสั่งเท่านั้น
เมื่อถามว่า หากรัฐบาลไม่ทำอะไร จะมีการอภิปรายเรื่องนี้หรือไม่ นายวิโรจน์บอกว่า ขอดูท่าที วันที่ 26 ต.ค.นี้ก่อน เพราะนายอนุทินจะไปประชุมอาเซียนซัมมิท ซึ่งนานชาติรอคำตอบว่าจะปราบสแกมเมอร์ในประเทศและให้ความร่วมมือกับนานาชาติอย่างไร