จากกรณีที่ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองโฆษกพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามไปยัง นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา พรรคกล้าธรรม และ น.อ.อ. อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม กรณีคลิปเสียงนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม
ล่าสุด น.อ.อ. อนุดิษฐ์ ชี้แจงต่อคำถามของ น.ส.ภคมน ในกรณีดังกล่าว โดยระบุว่า ต้องขอขอบคุณสำหรับคำถาม และข้อกังวลที่สะท้อนความห่วงใยต่อมาตรฐานการเมืองไทย
ผมขอเรียนชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา บนหลักการเดียวกับที่ผมยืนอยู่มาตลอดว่า พรรคกล้าธรรม ไม่มีนโยบายและไม่เคยมีการให้สัญญาใด ๆ เกี่ยวกับตำแหน่งรัฐมนตรีแก่นายชนนพัฒฐ์ คำพูดที่ปรากฏในคลิปเป็นความเห็นส่วนบุคคลของเจ้าตัว ไม่ใช่นโยบาย ไม่ใช่ยุทธศาสตร์ และไม่ใช่ท่าทีของพรรคกล้าธรรม
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า พรรคไม่เคยมีการพูดคุย หรือให้คำมั่นสัญญาเรื่องตำแหน่งทางการเมืองกับผู้ใด เพราะตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นดุลยพินิจของนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่เรื่องที่พรรคหรือบุคคลใดจะไปกำหนดล่วงหน้าได้
กรณีของนายชนนพัฒฐ์ อยู่ในกระบวนการตรวจสอบตามกฎหมาย ซึ่งพรรคกล้าธรรมมีจุดยืนชัดเจนตั้งแต่วันแรกว่า ไม่ปกป้อง ไม่แทรกแซง ไม่ขวางการตรวจสอบ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเคารพ สิทธิในการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาตามหลักนิติรัฐเช่นกัน ทุกอย่างต้องถูกตัดสินด้วยข้อเท็จจริงในคดี ไม่ใช่ด้วยกระแสหรือแรงกดดันทางการเมือง ประเด็นที่สังคมควรมองร่วมกัน คือ มาตรฐานเดียวกันของทั้งสภา
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า “ผมยืนยันเหมือนเดิมว่า เราไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าฝ่ายใด ถ้ามีข้อกล่าวหาทุกคนควรถูกตรวจสอบอย่างเท่าเทียม ในสภาปัจจุบันมี สส.หลายท่านที่อยู่ระหว่างการต่อสู้คดีของตนเอง แต่ยังปฏิบัติหน้าที่ได้ ดังนั้น ถ้าเราจะขอให้ใครใช้มาตรฐานหนึ่ง เราก็ควรใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกฝ่าย ซึ่งผมเข้าใจและรับฟังข้อกังวลของคุณลิซ่าอย่างจริงใจ”
“แต่ในฐานะผู้ทำงานการเมืองมายาวนาน ผมขอเรียนด้วยความจริงใจว่า การตัดสินความน่าเชื่อถือของพรรคจากคำพูดของใครคนหนึ่งในคลิป อาจยังไม่เป็นธรรมกับพรรคและบุคคลอื่นในพรรคที่ทำงานด้วยความตั้งใจสุจริต” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวต่อว่า หน้าที่ของตนคือยืนบนหลักการ กฎหมาย และความโปร่งใส ไม่ตามแก้ตัวแทนใคร และไม่เอาตัวเองไปผูกกับการกระทำส่วนบุคคลของใคร
น.อ.อนุดิษฐ์ ทิ้งท้ายว่า พรรคกล้าธรรมพร้อมรับผิดชอบต่อสังคม ถ้าข้อเท็จจริงชี้ว่ามีใครกระทำผิดจริง แต่ในขณะเดียวกัน เราต้องปฏิบัติตามข้อเท็จจริงและกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ตามแรงกดดันหรือการตีความเจตนาของคำพูดในคลิป