จากกรณีมีภาพถ่ายร่วมกันระหว่าง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง บุคคลสำคัญในรัฐบาล และ นายเบน สมิธ (เบนจมิน เมาเออเบอร์เกอร์) ล็อบบี้ยิสต์ชาวแอฟริกาใต้ ซึ่งถูกกล่าวหาเชื่อมโยงสแกมเมอร์-ฟอกเงินในกัมพูชา ผู้ซึ่งมีรายชื่อปรากฏใน ร่างกฎหมายของสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการปราบปรามเครือข่ายสแกมเมอร์ระหว่างประเทศ และถูกสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการอายัดทรัพย์มาก่อนนั้น
ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว ได้เปิดเผยในรายการ “เรื่องเล่าเช้านี้” ถึงกรณีดังกล่าวว่า เมื่อวานมีโอกาสคุยกับ นายอนุทิน ถามว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง นายอนุทิน บอกว่าเป็นภาพเก่าเมื่อปี 2557 จำได้คร่าวๆ หมายความว่าหลังรัฐประหาร เมื่อปี 2557 มีการเดินทางไปสิงคโปร์ แล้วก็ไปเจอกับคณะของ พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง “ผู้บัญชาการกองพลที่ 1” และมีการเจอกับนายเบน สมิธ ซึ่งก็จำได้ และจนมาเป็นข่าววันนี้ก็จำได้ว่าคนนี้คือนายเบน สมิธ แต่ยืนยันว่าไม่ได้คบหา
ตั้งแต่มีการอภิปรายถึงนายเบน สมิธ ตนก็รู้ และก็เป็นคนที่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่ามีความพยายามขอสัญชาติไทย และตนในฐานะรมว.มหาดไทย ก็ไม่ได้อนุญาตให้สัญชาติกับนายเบน สมิธ แต่อย่างใด นี่ก็นับว่าเป็นสิ่งที่จะยืนยันว่าไม่ได้มีการคบค้า และตนก็สงสัยด้วยซ้ำไปว่า หลังจากนั้นอาจจะเป็นส่วนที่ทำให้ถูกผลักออกจากกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ จากกรณีที่ไม่ได้ให้สัญชาติกับนายเบน สมิธ
ทั้งนี้ นายอนุทิน ยังระบุอีกว่า ปี 2557 ยังไม่มีประเด็นสแกมเมอร์เกิดขึ้นเลย และไล่เหตุการณ์ว่ามีการพบปะกัน นั่งรับประทานอาหารด้วยกัน แต่ไม่ได้มีการคบหา สิ่งที่จะพิสูจน์ก็คือในรัฐบาลตน ก็มีการยึดทรัพย์นายเบน สมิธ และเครือข่าย ตลอดจนสั่งให้ดำเนินการไปตามกฏหมาย