จากกรณีราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2568 นำไปสู่การจัดการเลือกตั้ง สส.เป็นการทั่วไปไม่น้อยกว่า 45 วันแต่ไม่เกิน 60 วัน ท่ามกลางการแก้ไขรัฐธรรมนูญและการทำประชามติที่ยังค้างคาอยู่นั้น
ล่าสุด นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงประเด็นการเลือกตั้ง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติ หลังจากมีการยุบสภา ไว้อย่างน่าสนใจ
โดยนายสมชัย ระบุว่า “ผ่านไป 3 เดือนไม่ไดักินสักเมนู การยุบสภาที่เกิดขึ้นในเช้าตรู่วันที่ 12 ธันวาคม 2568 มีผลทำให้
1. สภาผู้แทนราษฎร สิ้นสุดลงทันที ต้องเลือกตั้งใหม่ภายใน 45 ถึง 60 วัน โดยคาดว่าวันเลือกตั้งน่าจะเป็นวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 แต่วุฒิสภา ยังคงทำหน้าที่ต่อในส่วนของตนเองไม่ถูกยุบด้วย
2. การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ค้างในวาระสอง ตกไปด้วย แต่ ครม.ชุดใหม่สามารถเสนอให้รัฐสภาชุดใหม่พิจารณาต่อภายใน 60 วัน หลังจากมีการเรียกประชุมรัฐสภาครั้งแรก
3. การทำประชามติ ในทุกคำถาม พร้อมกันในวันเลือกตั้งไม่สามารถทำได้แล้ว เนื่องจาก กม.ประชามติ กำหนดว่า ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน ซึ่งหากจะทำ ครม. ต้องมีมติ ก่อนยุบสภา แม้ว่าเมื่อคืนทางรัฐสภาจะส่งมติให้ ครม. จะทำประชามติคำถามที่ 1 ให้ ครม. ก็ตาม แต่ ครม. จะอ้างรัฐธรรมนูญว่า ครม.รักษาการ ไม่สามารถอนุมัติสิ่งที่มีผลผูกพัน รัฐบาลชุดต่อไป
4. การเลือกตั้ง สส. จะใช้กติกาเดิมทุกอย่าง บัตรเลือกตั้งมี 2 ใบ หมายเลขผู้สมัครเขต และหมายเลขพรรคเป็นคนละเบอร์กัน พรรคที่ได้เลขตัวเดียว มีโอกาสได้ สส.บัญชีรายชื่อฟรี จากการกาผิดของประชาชน
5. รัฐธรรมนูญ ห้ามรัฐบาลรักษาการ ทำหลายอย่าง แต่ในเรื่องภัยพิบัติและความมั่นคง ยังสามารถทำได้ แต่หากต้องใช้งบสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินจำเป็นต้องขอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ดังนั้น พรรครัฐบาลยังสามารถใช้สถานการณ์วิกฤตให้เป็นโอกาสของตนได้อยู่ ซึ่ง กกต. ต้องกำกับดูแลไม่ให้เป็นไปเพื่อการหาเสียง
6. เมนูใหญ่ กระบวนแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้กิน เมนูย่อย คำถามประชามติคำถามที่ 1 ก็ทำพร้อมวันเลือกตั้งไม่ได้ มีแต่ของหวานปลอบใจ เป็น แห้วลอยแก้ว”