กระทรวงมหาดไทย มีการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทยผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกล (VCS) ไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 76 จังหวัด นายอำเภอ และหัวหน้าส่วนราชการ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล รมช.มหาดไทย,น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี,นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย,
นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกรุงเทพมหานคร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงมหาดไทย และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมเข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง
นายอนุทิน มอบนโยบายตอนหนึ่งว่า ขอขอบคุณบุคลากรของกระทรวงมหาดไทยทุกระดับ รวมไปถึงเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครทั่วประเทศ ที่ได้ร่วมกันปฏิบัติภารกิจดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงเทศกาลปีใหม่อย่างเข้มแข็ง โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย เสียสละเวลาความสุขส่วนตน เพื่ออำนวยความสะดวกในการสัญจร และดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน และขอถือโอกาสนี้สวัสดีปีใหม่พี่น้องข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยทุกท่าน ขอให้ประสบแต่ความเป็นสิริมงคล สามารถก้าวผ่านอุปสรรคและปัญหาทั้งปวง มีกำลังกาย กำลังใจที่เข้มแข็งในการปฏิบัติหน้าที่รับใช้ประเทศไทย และประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ ร่วมกันบันดาลความมั่งมีศรีสุข บำบัดทุกข์ บำรุงสุข
“ขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัด ข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) ในทุกพื้นที่ ตลอดจนสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความอดทนและเสียสละ เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน ในช่วงสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน ฝ่ายปกครองและเครือข่ายความมั่นคงในพื้นที่ ได้ทำหน้าที่พิทักษ์อธิปไตยและดูแลพื้นที่ส่วนหลังอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการดูแลประชาชนที่อพยพมายังศูนย์พักพิง ซึ่งสิ่งที่สำคัญยิ่งคือการเอาใจใส่ดูแลสภาพจิตใจ และให้กำลังใจแก่ผู้ได้รับผลกระทบ ขอชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่บริหารจัดการสถานการณ์และประสานงานกับฝ่ายความมั่นคงได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายอนุทิน กล่าว
พร้อมกล่าวต่อว่า เรื่องการเตรียมพร้อมรับสาธารณภัยและภัยพิบัติ ขอให้นำบทเรียนจากสถานการณ์ที่ผ่านมา อาทิ การเกิดอุทกภัยที่จังหวัดสงขลา มาถอดบทเรียนวางแผนป้องกันและเผชิญเหตุให้รัดกุมยิ่งขึ้น ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเตรียมความพร้อมให้สามารถสั่งการและปฏิบัติได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุ โดยเน้นการบูรณาการสรรพกำลังและการเยียวยาประชาชนให้รวดเร็วและครอบคลุม รวมถึงให้ความสำคัญสูงสุดกับระบบการแจ้งเตือนภัยและการสื่อสารกับประชาชน ในฐานะหน่วยงานภาครัฐ ความเดือดร้อนของประชาชน คือความรับผิดชอบของพวกเรา ส่วนเรื่องฝุ่นPM2.5 ขอเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดบังคับใช้กฎหมายและมาตรการต่าง ๆ อย่างเคร่งครัด และเข้มงวดเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมาโดยไม่มีข้อยกเว้น
นอกจากนี้ ในด้านการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก ยอดจำหน่ายสินค้า OTOP ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จสูงกว่าเป้าหมายถึงกว่าร้อยละ 20 หรือ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณกว่า 800 ล้านบาท ขอให้กรมการพัฒนาชุมชนเดินหน้าสนับสนุนผู้ประกอบการ ทั้งการให้ความรู้ การยกระดับทักษะ (Up-skill/Re-skill) และการนำเทคโนโลยีมาใช้ขยายช่องทางการตลาด เพื่อสร้างรายได้และความเชื่อมั่นในสินค้า OTOP ให้ดียิ่งขึ้นไป
นายอนุทิน กล่าวว่า ในเรื่องการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกฝ่ายถือว่าดูแลประชาชนเป็นอย่างดี ทั้งพื้นที่ส่วนหน้าที่กองทัพดูแล และพื้นที่ส่วนหลัง ที่ทางฝ่ายปกครองดำเนินการ แม้ขณะนี้ทั้ง 2 ฝ่ายจะยุติการโจมตีแล้ว แต่ต้องไม่ประมาท แผนดูแลประชาชนต่างๆ อาทิ แผนอพยพ แผนเผชิญเหตุ ขอให้ผู้ว่าฯ จังหวัดที่เกี่ยวข้องดูแลให้ดี ตนหวังว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกเป็นรอบที่ 3 ภายหลังมีการเจรจาหยุดยิงล่าสุด หากทุกฝ่ายรักษาข้อผูกมัดซึ่งกันและกัน ก็คงไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องเขตแดนต่างๆ ให้เป็นเรื่องของการประชุมคณะกรรมการร่วมอย่างเช่น JBC หรือ GBC ดำเนินการ ขณะที่การฟื้นฟูดูแลบ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชน ที่ถูกโจมตีจากฝ่ายตรงข้าม ขอให้เร่งทำการสำรวจ เพื่อเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยเร็ว
นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ในเรื่องการท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่ ตนได้รับรายงานว่า จังหวัดพื้นที่ท่องเที่ยว อาทิ กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต เกาะสมุย เป็นต้น มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเที่ยวมากมายในช่วงปีใหม่ มีความคึกคัก เหมือนแทบจะเป็นสภาวะปกติ โดยเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ต นักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ ก็ต้องขอบคุณผู้ว่าฯ ที่ดูแลอย่างดี ถือเป็นผลงานที่ดีในช่วงปีใหม่ สำหรับการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ภาพรวมปีนี้ถือมีอัตราการเกิดอุบัติเหตุเฉลี่ยลดต่ำลงกว่าที่ผ่านมา แต่ยังไงก็ต้องมาวางมาตรการใหม่ โดยเฉพาะการนับจำนวนการเกิดอุบัติเหตุที่ยังมีความสับสนกันอยู่ จะต้องกำหนดกรอบใหม่ ไม่ใช่พอเกิดอุบัติเหตุที่อาจแค่ไปเกี่ยวเนื่องกับอุบัติเหตุบนท้องถนน แล้วเอามานับด้วย ดังนั้นควรกำหนดแยกเฉพาะให้ชัดเจนตามความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งในช่วงสงกรานต์ที่จะถึงนี้ ก็คงจะต้องมาคิดวางมาตรการใหม่
นายกฯ และ รมว.มหาดไทย กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งที่จะมาถึงในวันที่ 8 ก.พ. 2569 นี้ ขอให้พวกเรามั่นใจว่าการเลือกตั้งเกิดขึ้นแน่นอน แม้ว่าสถานการณ์บริเวณพื้นที่ชายแดนจะเป็นอย่างไร ทราบมาว่าทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้หารือกับทหาร และฝ่ายปกครองแล้ว หากเกิดความไม่สงบขึ้น ได้เตรียมพร้อมรองรับสถานการณ์ไว้แล้ว เพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะเดียวกันขอให้ภาคราชการวางตัวด้วยความเป็นกลาง ปล่อยให้การเมืองเขาสู้กันไป ไม่ต้องไปเลือกข้าง ไม่ต้องไปช่วยใคร หรือไล่บี้ใคร หากพวกเราวางตัวเป็นกลาง ระบบราชการทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่ละฝ่ายก็สบายใจ ส่วนจะรักใครชอบใคร เป็นเรื่องในความเป็นประชาชนของท่าน ไม่มีฝ่ายการเมืองคนไหนไปถามว่ารักใครชอบใคร หรือจะเลือกใคร แต่ในภารกิจของราชการขอให้เป็นกลาง จะได้ไม่มีใครมายกอ้างว่าดูแล หรือไม่ดูแลกัน ทั้งนี้ ตนทำงานที่กระทรวงมหาดไทยมา 3 ปีแล้ว ในเรื่องการเมืองตนไม่เคยไปขอให้ใครช่วยอะไร เพราะตนแยกเรื่องการเมืองออกจาก เรื่องราชการชัดเจน เพราะไม่ใช่หน้าที่ของท่านที่จะต้องมารับผิดชอบในเรื่องการเมือง