นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ TDRI กล่าวว่า นโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองไม่มีอะไรได้มาฟรี ทุกนโยบายต้องมีแหล่งเงินรองรับ และต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบทางการคลัง เพราะฐานะการเงินของประเทศอยู่ในภาวะตึงตัวมากขึ้น
โดยการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 จะเป็นการเลือกตั้งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และอาจเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย เพราะหากประเทศไม่เปลี่ยนทิศทาง เศรษฐกิจไทยจะเติบโตต่ำลง ปัญหาสะสมจะรุนแรงขึ้น และประเทศอาจถดถอยลงไปมากกว่านี้
ขณะเดียวกัน ฐานะการคลังของไทยเริ่มมีความเสี่ยงสูง หนี้สาธารณะอยู่ใกล้ระดับ 65% ของ GDP พรรคการเมืองที่เสนอตัวเป็นรัฐบาลจำเป็นต้องเข้าใจข้อจำกัดทางการคลัง และออกนโยบายโดยมีความรับผิดชอบ ไม่เช่นนั้นจะเพิ่มความเสี่ยงต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว
โดยทีมวิจัย TDRI ได้ศึกษานโยบายและเสนอ 6 วาระสำคัญที่เห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องเดินหน้าอย่างเร่งด่วน ได้แก่
1.) การลดคอร์รัปชันและปัญหาสแกมเมอร์ หลังดัชนีความโปร่งใสของไทยลดลงต่อเนื่อง โครงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐมีปัญหาเงินทอนสูงถึง 20–30% ขณะที่ปีที่ผ่านมา มีประชาชนถูกหลอกลวงกว่า 320,000 กรณี หากรัฐบาลใหม่ไม่จัดการปัญหาคอร์รัปชันและสแกมเมอร์ตั้งแต่ต้น นโยบายด้านอื่นจะเดินหน้าได้ยาก
2.) การแก้ปัญหาปากท้อง สร้างงาน สร้างรายได้ ลดหนี้ ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะหนี้ครัวเรือนของไทยสูงถึง 90% ของ GDP ซึ่งสาเหตุสำคัญมาจากรายได้ที่เติบโตช้าและค่าจ้างแรงงานที่ไม่สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ช่วง 1 ปีแรก รัฐบาลต้องปรับแนวทางส่งเสริมการลงทุนของ BOI ให้เน้นการสร้างงานคุณภาพ ลดใบอนุญาตที่ไม่จำเป็น ระยะยาว ควรมีกลไกทบทวนกฎระเบียบแบบอิสระ ตั้งสถาบันหลักสูตรแห่งชาติ พัฒนาแพลตฟอร์ม Upskil
3.) การรับมือโลกร้อนและการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งTDRI เห็นว่า เป้าหมาย Net Zero ของภาครัฐยังช้ากว่าความต้องการของนักลงทุนต่างชาติ รัฐบาลใหม่ควรเร่งผ่านกฎหมายอากาศสะอาด พัฒนาระบบตรวจจับการเผาไหม้แบบเรียลไทม์ จัดทำแผน PDP ใหม่ และเปิดซื้อขายไฟฟ้าพลังงานสะอาดโดยตรง พร้อมยกระดับโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำและการเตือนภัยพิบัติในระยะ 4 ปี
4.) การเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ประเทศไทยพึ่งพาการส่งออกสูง ท่ามกลางโลกที่หันไปสู่การกีดกันทางการค้า รัฐบาลใหม่ควรเร่งเจรจาข้อตกลงการค้ากับสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป ควบคุมสินค้านำเข้าคุณภาพต่ำ และเตรียมความพร้อมเข้าเป็นสมาชิก OECD ในระยะยาว
5.) การปรับสวัสดิการและระบบสุขภาพรองรับสังคมสูงวัย เนื่องจากประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยสมบูรณ์ โดยมีประชากรอายุเกิน 65 ปีเกือบ 15% TDRI เสนอให้พัฒนาระบบ Long-term Care ปรับอายุรับบำนาญขั้นต่ำ และลดความเหลื่อมล้ำของระบบรักษาพยาบาล
และ 6.)การรักษาความยั่งยืนทางการคลัง เพราะหากปล่อยให้ภาระหนี้เพิ่มขึ้น อาจกระทบงบพัฒนาประเทศและเครดิตเรตติ้ง โดยรัฐบาลใหม่ต้องยึดกรอบวินัยการคลัง เปิดเผยข้อมูลหนี้และภาระผูกพัน ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ และปฏิรูปกฎหมายการเงินการคลังในระยะ 4 ปี
โดย TDRI จะทำหน้าที่ตรวจสอบต้นทุนทางการเงินของนโยบายพรรคการเมือง และอยากให้ภาคธุรกิจร่วมกันส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลใช้จ่ายอย่างมีวินัย เพราะหากขาดความรับผิดชอบทางการคลัง เศรษฐกิจไทยจะไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้