จากกรณีที่ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ผู้สมัคร สส. กทม. เขต 4 พรรคพลังประชารัฐ ร้อง กกต. ให้ตรวจสอบ นายเจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ และนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ ที่เต้นหาเสียงบริเวณสยามสแควร์ เมื่อวันที่ 3 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ว่าเข้าข่ายทำการโฆษณาหาเสียงด้วยการจัดให้มีมหรสพ หรือการรื่นเริงต่างๆ ที่อาจฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 73 (3) หรือไม่
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องนี้มี 2 อย่าง ทั้งเรื่อง “มหรสพ” ซึ่งจะดูง่ายกว่า ส่วนคำว่า “รื่นเริง” ซึ่งหมายความว่าทำให้สนุกสนาน แค่มีเรื่องของดนตรีเข้ามา ทั้งนี้ มีคำพิพากษาหรือมติที่ กกต.เคยวินิจฉัยไว้ อย่างผู้สมัครรับเลือกตั้ง เดิมเป็นศิลปินอยู่แล้วก็สามารถร้องเพลงโดยไม่มีดนตรีได้ เหมือนเป็นการโฆษณาตัวเอง อย่างนี้ทำได้ อย่าทำให้เป็นลักษณะงานรื่นเริง คือมีดนตรีประกอบ อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่เห็นรายละเอียดที่มีการร้องเรียนเรื่องนี้เข้ามา ว่าเป็นอย่างไร
เมื่อถามต่อว่า กรณีผู้สมัครอาจจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์เคยแต่งตัวไลฟ์สด หากทำแบบเดิม แต่ไม่มีดนตรีประกอบจะได้หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า ถ้าตามคำพิพากษาของศาลหรือคำวินิจฉัยของ กกต. ก็ไม่น่าจะเข้าข่าย อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่เห็นรายละเอียด เพียงแต่พูดตามข้อกฎหมาย เพราะจริงๆ ในการวินิจฉัยเรื่องต่างๆ ต้องดูหลายองค์ประกอบ
เมื่อถามย้ำว่า เรื่องที่เข้าข่ายความผิดนั้นต้องเป็นเรื่องที่มีการร้องเรียน หรือ กกต. เห็นแล้วจึงหยิบมาพิจารณาได้เลย นายแสวง กล่าวว่า เรื่องความผิดทุกเรื่องที่เราพูดกันมาในกฎหมายเรื่องเลือกตั้งมีทั้ง 1. ความปรากฏกับ กกต. และ 2.อาจจะมีคนมาร้องเรียน ซึ่งเราสามารถเอามารวมกันได้