กีฬาถือว่ามีความสำคัญอย่างมากต่อการพัฒนากีฬาชาติ เพราะเป็นเครื่องมือสร้างคน สร้างชาติ เสริมสร้างสุขภาพ พัฒนาทักษะทางสังคม สร้างความสามัคคี สร้างความภาคภูมิใจ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ
ไปส่องนโยบายด้านกีฬาของบรรดาพรรคการเมืองใหญ่ต่างๆ ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคกล้าธรรม พรรคไทยก้าวใหม่ และ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) และการออกเสียงประชามติจะจัดขึ้นใน วันเดียวกัน ณ หน่วยเลือกตั้งเดียวกัน โดยกำหนดในวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ.2569 ระหว่างเวลา 08.00 - 17.00 น.
เริ่มกันที่พรรคเพื่อไทย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ได้มีการนำคณะเข้าพบ “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ เพื่อรับฟังปัญหาการบริหารงาน และอุปสรรคของวงการกีฬาไทย พร้อมย้ำแนวทางพรรคให้ความสำคัญด้านกีฬาไม่แพ้ด้านอื่นๆ และได้ยืนยันสานต่อนโยบาย 1 สมาคม 1 รัฐวิสาหกิจ แตกยอด 1 อำเภอ 1 อคาเดมี สร้างฮีโร่กีฬาเพิ่มขึ้น
นโยบายกีฬาพรรคเพื่อไทย ที่เปิดเผยผ่านเว็บไซต์ทางการของพรรคโดยนโยบายทางด้านกีฬานั้นรวมอยู่ในส่วนของ “THACCA” (Thailand Creative Content Agency) ที่จะดูแล Soft Power อย่างเป็นระบบ ครบวงจรนโยบายกีฬาของพรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วย
1.ยกระดับมวยไทย ไปมวยโลก จัดทัวร์นาเมนต์มวยไทยกระจายไปทั่วโลก เพื่อให้มวยไทยเป็นกีฬาที่ทั่วโลกเข้าถึงได้ง่าย
2.สร้างโอกาสใหม่ เพื่อฟุตบอลไทย ยกระดับมาตรฐานฟุตบอลไทย พัฒนาลีกเยาวชนและยุวชนทั่วประเทศ พาบอลไทยไปเวทีโลก
เป้าหมายนโยบาย สร้างโอกาสใหม่ เพื่อฟุตบอลไทย
-ยกระดับมาตรฐานกีฬาฟุตบอลไทยให้ทัดเทียมนานาชาติ สร้างนักกีฬาสมัครเล่น ไปสูนักกีฬาฟุตบอลอาชีพระดับโลก
พัฒนาอย่างเป็นระบบ ( Ecosystem ) เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้
-ให้กับนักกีฬา ตลอดจนผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจ
โดยจะเริ่มดำเนินการหายได้เป็นรัฐบาลและจัดตั้งรัฐบาลภายใน 100 วัน โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นผู้รับผิดชอบ
3.ดึงการแข่งขันกีฬาระดับโลก ดึงดูดให้การแข่งขันและการจัดประชุมเสวนากีฬาระดับโลกมาจัดที่ประเทศไทย
4.ยกระดับศักยภาพนักกีฬาไทย สร้างศูนย์ฝึกกีฬาที่โรงเรียนใกล้บ้านโดยผู้สอนมืออาชีพ และยกระดับสวัสดิการนักกีฬาอาชีพและขยายสู่นักกีฬาสมัครเล่น
5. 1 กีฬา 1 รัฐวิสาหกิจพลัส (OSOS) จับคู่รัฐวิสาหกิจที่มีกำไรและหน่วยงานรัฐ-เอกชนมาสนับสนุนสมาคมกีฬา ซึ่งจะเริ่มดำเนินการหายได้เป็นรัฐบาลและจัดตั้งรัฐบาลภายใน 100 วัน โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นผู้รับผิดชอบ
6.ยกเครื่องกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เพิ่มความยืดหยุ่นให้กองทุนสามารถสนับสนุนนักกีฬาไทยได้อย่างเต็มที่ และสนับสนุนให้นักกีฬาไทยไปแข่งขันในเวทีต่างประเทศ
ต่อกันที่นโยบายกีฬาพรรคประชาชาชน ที่มีนาย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ "เท้ง" วัย 38 ปี หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นโยบายกีฬาเน้นบริหารการกีฬาอย่างมืออาชีพ สร้างเศรษฐกิจ และเชื่อมโยงกีฬากับการท่องเที่ยว โดยจะมีการจัดอีเวนต์มาตรฐานสากลในเมืองรองเพื่อกระจายรายได้ พร้อมอุดหนุนงบสร้างลีกอาชีพที่เข้มแข็งผ่านลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด
โดยนโยบายกีฬาที่ประกาศผ่านเว็บไซต์ของพรรค ประกอบด้วย 3 หัวข้อคือ ทำไมต้องแก้ปัญหา (WHY) เราจะทำอะไร (WHAT) และ ทำอย่างไรให้สำเร็จ (HOW)
ทำไมต้องแก้ปัญหา (WHY) โดยแยกเป็น 4 หัวข้อคือ
1.ความเปราะบางของอาชีพนักกีฬา: การขาดระบบลีกอาชีพที่เข้มแข็งทำให้นักกีฬาไม่มีความมั่นคงในรายได้ เส้นทางอาชีพสั้น และมักประสบปัญหาหลังเกษียณจากการเป็นนักกีฬา
2.โครงสร้างพื้นฐานไร้มาตรฐาน: สนามกีฬาและพื้นที่ออกกำลังกายจำนวนมาก ขาดการดูแลรักษา ทิ้งร้าง หรือก่อสร้างไม่เสร็จจากปัญหาการทุจริต จึงขาดพื้นที่ออกกำลังกายที่ได้มาตรฐาน ทั้งเพื่อการแข่งขัน การฝึกซ้อม และกิจกรรมนันทนาการของประชาชน
3.ระบบอุปถัมภ์และคอร์รัปชัน: การคัดเลือกนักกีฬาและการบริหารงบประมาณที่ขาดความโปร่งใส ทำให้ทรัพยากรไปไม่ถึงตัวนักกีฬาอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย
4.การสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ: ไทยยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จาก "การท่องเที่ยวเชิงกีฬา" (Sport Tourism) อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการจัดอีเวนต์ระดับโลกในเมืองรองเพื่อกระจายรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น
เราจะทำอะไร (WHAT)
พรรคประชาชนได้เสนอพัฒนาการกีฬาของประเทศไทย 4 ข้อ
1.ส่งเสริมกีฬาอาชีพในประเทศ ผ่านการอุดหนุนงบประมาณเพื่อสนับสนุนลีกการแข่งขันสำหรับกีฬาประเภททีมที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย เช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล
2.พัฒนาระบบเยาวชน ผ่านการสนับสนุนโรงเรียนกีฬาของรัฐ และอคาเดมีกีฬาของเอกชน และจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนในระดับชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เยาวชนได้มีเวทีสำหรับการแข่งขันเป็นประจำ
3.เชื่อมโยงกีฬากับการท่องเที่ยว สนับสนุนการจัดการแข่งขันกีฬาที่ทั้งนักกีฬาและประชาชนทั่วไปสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ จัดทั้งในเมืองหลักและเมืองรอง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เช่น งานวิ่ง ไตรกีฬา โดยจัดให้สอดคล้องกับมาตรฐานของการจัดงานกีฬาระดับสากล
4. ยกระดับสนามกีฬาให้ได้มาตรฐาน สำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติ และปรับปรุงสนามกีฬาเพื่อการนันทนาการให้ตอบสนองต่อการใช้งานของคนในท้องถิ่น
ทำอย่างไรให้สำเร็จ (HOW) พรรคประชาชน ได้เสนอ 4 หัวข้อที่้จะนำไปสู่ความสำเร็จ ประกอบด้วย
1. สนับสนุนงบประมาณเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้กับสมาคมกีฬาเป้าหมาย เพื่อสนับสนุนสโมสรกีฬาในสังกัด ทั้งนี้ อาจทำในรูปแบบการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสด และถ่ายทอดสดผ่านช่องโทรทัศน์ของรัฐ เพื่อให้สมาคมกีฬานั้นมีงบประมาณที่จะแบ่งผลประโยชน์ให้สโมสรกีฬาแต่ละแห่งใช้ในการบริหารจัดการทีม
2. จัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนระดับชาติเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เยาวชนมีการฝึกซ้อมและการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง โดยมีรายการกีฬาที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เช่น ฟุตบอล แยกออกมาต่างหาก
3. มืออาชีพจัดงานมาตรฐานสากล ใช้งบประมาณจัดจ้างเอกชนที่มีคุณสมบัติ ได้รับการรับรองโดยองค์กรระดับสากล ในการจัดการแข่งขันกีฬาเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว
4. จัดกลุ่มและฟื้นฟูสนามกีฬา ใช้งบประมาณในการปรับปรุงสนามกีฬาแต่ละประเภทให้สอดคล้องกับเป้าหมาย
ต่อกันที่นโยบายกีฬาของพรรคกล้าธรรมที่มี ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เป็นหัวหน้าพรรคและมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค ได้เผยแพร่นโยบายผ่านเพจเฟซบุ๊กของพรรค โดยพรรคกล้าธรรมเชื่อว่า “กีฬา” คือพลังในการพัฒนาคน และยกระดับประเทศ ด้วยการแบ่งเป็น 4 หัวข้อ คือ
1.สนับสนุนกีฬาทุกระดับ
2.เพิ่มโอกาสนักกีฬาไทยสู่เวทีนานาชาติ
3.ลงทุนอุปกรณ์ สนามซ้อม และโค้ชคุณภาพ
4.สร้างเส้นทางนักกีฬาอาชีพ ให้เกิดขึ้นจริง
ด้านนโยบายกีฬาพรรคไทยก้าวใหม่ ที่มี ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ที่ได้มอบให้ นางสาวจิตภัสร์ กฤดากร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อของพรรค เข้าพบ “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ซึ่งนโยบายด้านกีฬาของพรรคได้ "ชู "โรงเรียนปลอดภัย" ผลักดันนโยบายเล่นกีฬาต้องปลอดภัยและมีความสุข ย้ำให้ความสำคัญนักกีฬาคนพิการ นอกจากนี้เมื่อเลิกเล่นแล้วต้องมีอาชีพเป็นของตัวเอง ชี้ กีฬาช่วยลดความเหลื่อมล้ำ เพิ่มความเสมอภาค ความมั่นคง ให้กับคนไทย
โดยแยกเป็นหัวข้อหลักๆ คือ
1.มีแผนสร้าง "โรงเรียนปลอดภัยให้เด็กเล่นกีฬาอย่างปลอดภัย"
2.ให้ความสำคัญนักกีฬาคนพิการ
3.แผนสร้างอาชีพรองรับนักกีฬาหลังเลิกเล่นกีฬา
ขณะที่ นโยบายกีฬาของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้เข้าพบ "บิ๊กเอ" ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ ประธานโอลิมปิคแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการบริหารโอลิมปิคไทย โดยตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมและการพัฒนาศักยภาพด้านการกีฬา มีบุฟเฟ่ต์การศึกษา อีกทั้งยังให้การสนับสนุนเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่มี่ความสำคัญต่อการพัฒนานักกีฬา
แยกเป็น 4 ข้อประกอบไปด้วย
1.การปรับโครงสร้างของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ชัดเจน ทำงานคล่องตัว
2.บุฟเฟ่ต์การศึกษา ทำหลักสูตรตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ให้หลายหลายขึ้นทั้งเรื่องกีฬา การศึกษา และศิลปะ
3.การสนับสนุนเรื่องวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่มี่ความสำคัญต่อการพัฒนานักกีฬา
4.การสร้างฮีโร่ สร้างทายาทแชมป์จากรุ่นสู่รุ่น