วันที่ 22 ม.ค.2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และประธานคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาหาเสียงเลือกตั้ง สส. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการผ่านระบบออนไลน์ประชุมครั้งที่ 2 ซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้มีพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร สส.จำนวน 60 พรรคการเมืองมี 51 พรรคการเมืองที่มีนโยบายใช้จ่ายเงินที่ต้องแจ้ง กกต. และพรรคการเมืองที่ไม่นโยบายที่ใช้จ่ายเงินจำนวน 9 พรรคการเมือง
สำหรับการประชุมครั้งนี้เป็นการพิจารณาต่อเนื่อง โดยครั้งแรกได้พิจารณานโยบาย 5 พรรค และคณะกรรมการตรวจสอบมีมติให้พรรคชี้แจงข้อมูลและส่งเอกสารเพิ่มเติม ประกอบด้วย พรรคประชาชน จะต้องชี้เพิ่มเติม ได้แก่ นโยบายเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ นโยบายจัดการที่อยู่อาศัยทั้งระบบ นโยบายการแก้ปัญหาหนี้เกษตรกร โครงการเมกะโปรเจคยกระดับคุณภาพชีวิตทั่วไทย โครงการยกระดับ SMEs โดยการสร้างแต้มต่อด้วยคนละครึ่งและหวยใบเสร็จ รวมถึงโครงการนโยบายสินเชื่อสร้างตัว SMEs และกองเพิ่มผลิตคุณภาพ SMEs
พรรคประชากรไทย ต้องชี้แจงเพิ่มเติมได้แก่นโยบายสวัสดิการแห่งรัฐผู้สูงอายุ 5,000 บาทต่อเดือน และผู้พิการผู้ป่วยติดเตียง พรรคประชาไทให้ชี้แจงนโยบายค่าตอบผู้สูงอายุเดือนละ 3,000 พรรคไทยธรรมชี้แจงนโยบายสวัสดิการเบี้ยบำนาญอายุ 60 ปีขึ้นไป หรือ อายุ 60 ปี เดือนละ 4,000 บาท ที่มีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ และพรรคประชากรอาสาชาติชี้แจงเพิ่มเติมนโยบายให้ทุนการศึกษาเรียนฟรี ม.6 ถึง ปริญญาตรี 1 หมู่บ้าน 1 บัณฑิต และในวันนี้จะพิจารณารวม 23 พรรคการเมือง และรอพิจารณา 28 พรรค
ทั้งนี้นายแสวง ขอให้มีการเร่งพิจารณานโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและเป็นไปตามแนวทางที่คณะกรรมการฯได้วางแนวทางไว้ เพราะเวลานับถอยหลังลงทุกที
ด้านคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายฯ ได้ชี้แจงแนวทางและความคืบหน้าการพิจารณษว่าพรรคการเมืองที่ต้องใช้จ่ายเงินมี 51 พรรคการเมือง โดยการประชุมครั้งแรกได้พิจารณา 5 พรรค และวันนี้จะพิจารณา 23 พรรคการเมือง โดยแบ่งเป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องของ 5 พรรคการเมืองที่ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติม และพิจารณานโยบายของ 18 พรรคการเมือง
โดยหลังการประชุมในวันนี้แล้วจะเสนอเข้าที่ประชุม กกต.พิจารณาในวันที่ 30 ม.ค. โดยการประชุมครั้งหน้าจะมีการพิจารณานโยบายอีก 28 พรรคการเมืองโดยจะสามารถเสนอให้ที่ประชุม กกต.พิจารณาได้ในวันที่ 3 ก.พ. โดยหากในวันที่ 29 ม.ค. ไม่สามารถพิจารณานโยบาย 28 พรรคการเมืองไม่แล้วเสร็จ คณะกรรมการชุดนี้จะมีการประชุมพิจารณาเพิ่มเติมในวันที่ 2 ก.พ. โดยทั้งหมดจะสามารถเสนอเข้าที่ประชุม กกต.ได้ภายในวันที่ 3-4 ก.พ. นี้
ล่าสุด นายแสวง บุญมี ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติม ถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบนโยบายของพรรคการเมือง โดยเปิดเผยว่า ขณะนี้กระบวนการพิจารณานโยบายของพรรคการเมืองมีความคืบหน้าตามแผนงาน โดยจากเดิมที่มี 51 พรรค ขณะนี้เหลือเพียง 18 พรรคที่อยู่ระหว่างการพิจารณา คาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อเผยแพร่ให้ประชาชนทราบทั้งในส่วนของนโยบายและข้อสังเกตของคณะกรรมการ ซึ่งจะมุ่งเน้นเรื่องการเงินและหนี้สาธารณะเพื่อให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย โดยกำหนดให้สรุปข้อสังเกตพรรคละไม่เกิน 2 หน้า
ในการพิจารณานั้น กกต. ได้กำหนดให้พรรคการเมืองแจงรายละเอียดที่มาของเงิน 4 ประเภท เช่น เงินงบประมาณ เงินกองทุน หรือเงินกู้ เพื่อดูความคุ้มค่าและความเสี่ยงของโครงการ ทั้งนี้ กกต.ไม่มีอำนาจในการสั่งยกเลิกนโยบาย แต่จะทำหน้าที่เป็นผู้ให้ข้อสังเกตบนหลักการของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง โดยได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานผู้เชี่ยวชาญ เช่น กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย
ส่วนข้อกังวลเรื่องนโยบายที่ "เป็นไปไม่ได้" หรือ "อาจเข้าข่ายผิดศีลธรรม" อย่างการเสนอนโยบายของนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ นายแสวงกล่าวว่า ”ประชาชนฉลาดเลือก“ ส่วนบางนโยบายที่อาจมีความเสี่ยงหรือดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ ซึ่ง กกต. จะตั้งข้อสังเกตไว้เพื่อให้ประชาชนใช้ประกอบการตัดสินใจ ส่วนกรณีการร้องเรียนนโยบายที่อาจขัดต่อหลักศาสนาหรือศีลธรรม เช่น นโยบายที่เสนอให้ผู้หญิงมีสามีได้หลายคนนั้น นายแสวงกล่าวว่า กกต. รับเรื่องร้องเรียนทุกเรื่อง แต่ต้องพิจารณาตามกรอบที่กฎหมายวางไว้ และต้องดูว่านโยบายนั้นเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการของพรรค หรือเป็นเพียงความเห็นส่วนบุคคลของผู้สมัคร