วันที่ 25 ม.ค. 69 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ดรีมทีมเศรษฐกิจพรรคภูมิใจไทย ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ลงพื้นที่หาเสียงตลาดสามย่าน ให้สัมภาษณ์ว่ากระแสตอบรับค่อนข้างดี นอกจากมาเยี่ยมประชาชนแล้วยังได้รับฟังความคิดเห็นด้วย ถือว่าได้คอมเม้นต์ดี ๆ หลายอย่าง หลายคนรอคนละครึ่งพลัส ซึ่งตลาดสามย่านก็คึกคักตอนที่มีคนละครึ่งพลัส ตนเองก็บอกหลายคนว่าอย่าเพิ่งเก็บป้าย หากมีโอกาสได้กลับมาเป็นรัฐบาลก็ต้องออกแบบนโยบายให้มีความต่อเนื่อง
ซึ่งจริง ๆ นโยบายของพรรคก็เห็นอยู่แล้วว่าจะเอาโครงการบัตรสวัสดิการพลัสมารวมในคนละครึ่งพลัส ซึ่งจะทำให้มีความต่อเนื่องและเป็นนโยบายในส่วนของไทยแลนด์พลัสอยู่แล้ว จะสามารถทำให้คึกคักได้ต่อเนื่อง คนมาซื้อต่อเนื่อง ตนเองคิดว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ได้มาฟังความคิดเห็นในเรื่องของการลงทะเบียน โดยครั้งที่แล้วก็หยุดใช้มานานจึงต้องลงทะเบียนใหม่ แต่เชื่อว่าครั้งต่อไปหากมีโอกาส โครงการคนละครึ่งพลัสก็จะง่ายขึ้นเยอะ เพราะคนส่วนใหญ่ลงทะเบียนไว้แล้ว
เมื่อถามว่าประชาชนส่วนใหญ่ที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการเกิดจากการลงทะเบียนไม่ทันใช่หรือไม่ นายเอกนิติ เปิดเผยว่ามีทั้งส่วนที่ลงทะเบียนไม่ทัน เพราะครั้งที่แล้วระยะเวลาสั้น เข้ามาเป็นรัฐบาลมีเวลาแค่ 2 เดือนครึ่ง ก่อนที่จะยุบสภา แต่ก็ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี ร้านค้าตอบรับค่อนข้างมาก
เมื่อถามว่าขณะที่เดินพบปะประชาชนมีการสะท้อนถึงปัญหาด้านเศรษฐกิจเรื่องอะไรบ้าง นายเอกนิติระบุว่าสิ่งหนึ่งที่คิดว่าอยากให้กลับมาเพราะอยากได้รับความเชื่อมั่น เศรษฐกิจก็ค่อนข้างคึกคัก ตนเองก็ดีใจที่ประชาชนให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย
ส่วนกรณีการลงพื้นที่ตามตลาดหลายแห่ง ประชาชนเรียกร้องให้กลับมาทำโครงการคนละครึ่งพลัส นายเอกนิติบอกว่าเป็นจุดที่ทุกคนจำพรรคภูมิใจไทยได้ค่อนข้างดีโดยคำว่าคนละครึ่งพลัส ซึ่งจริง ๆ ในพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายอีกเยอะ ไม่ใช่แค่คนละครึ่งพลัสอย่างเดียว แต่ยังมีบัตรสวัสดิการพลัส สำหรับคนที่มีรายได้น้อยก็ไม่ต้องจ่ายคนละครึ่ง ซึ่งเมื่อนำมารวมกันก็จะยิ่งง่ายขึ้น
โดยผู้ได้รับสิทธิ์บัตรสวัสดิการก็จะสามารถนำมาใช้กับร้านค้าคนละครึ่งได้ด้วย ไม่ต้องใช้จ่ายแค่ร้านธงฟ้าอย่างเดียว ทำให้สะดวกขึ้น ร้านค้าก็จะสามารถขายได้ตลอดโดยไม่จำเป็นต้องรอเป็นช่วง ๆ นี่คือความตั้งใจ
และที่สำคัญก็พยายามบอกกับทุกคนว่าโครงการคนละครึ่งพลัสมีการสอนทักษะให้สามารถขายออนไลน์ได้ด้วย จะช่วยให้ขายของได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ขายในตลาด แต่สามารถขายผ่านออนไลน์ได้ และจากการลงพื้นที่วันนี้ก็เจอร้านค้าที่มีคนมาต่อคิวเยอะ ส่วนใหญ่เป็นไรเดอร์ นั่นคือตัวอย่างของการมีคำว่าพลัสในคนละครึ่ง
นายเอกนิติยังให้สัมภาษณ์ถึงนโยบายช่วงโค้งสุดท้ายว่าจะมีสิ่งเซอร์ไพรส์หรือไม่ โดยระบุว่า นโยบายของพรรคภูมิใจไทยคิดมาค่อนข้างรอบคอบ ไม่ได้ช่วยแค่คนในเมืองหรือพ่อค้า-แม่ค้า ในตลาดเท่านั้น แต่ยังช่วยเหลือกลุ่มผู้สูงอายุในโครงการสูงวัยพลัสที่จะทำให้กลุ่มคนเกษียณอายุได้มีทักษะในการประกอบอาชีพเพื่อเข้าสู่โลกการขายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะมีการเพิ่มทักษะการขายของและขายออนไลน์
นอกจากนี้ยังมีโครงการชุมชนพลัสที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีความคึกคักโดยไม่ต้องเดินทางเข้าไปประกอบอาชีพในกรุงเทพฯ เพื่อให้ลูกหลานได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัว
ส่วนมองอย่างไรกับนโยบายประชานิยมของบางพรรคการเมืองที่ออกมาในช่วงโค้งสุดท้าย จะกระทบกับระบบโครงสร้างเศรษฐกิจหรือไม่ นายเอกนิติบอกว่าพรรคภูมิใจไทยคิดนโยบายเศรษฐกิจออกมาอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงวินัยการเงินการคลัง และจะพยายามไม่ออกนโยบายที่จะส่งผลกระทบต่อวินัยการเงินการคลังและระบบเศรษฐกิจของประเทศ
นายเอกนิติบอกว่า นโยบายประชานิยมอาจได้เสียงของประชาชนแต่ไม่มีความรับผิดชอบ ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทยเป็นนโยบายที่ทำได้ คิดถึงความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์กับประชาชนจริง ๆ โดยพรรคภูมิใจไทยมีนโยบายที่เสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ใช้งบประมาณน้อยที่สุดโดยเน้นการเพิ่มทักษะ
ส่วนการออกนโยบายประชานิยมในช่วงโค้งสุดท้ายจะทำให้ชนะใจประชาชนได้หรือไม่ นายเอกนิติบอกว่าเสียงตอบรับของพรรคภูมิใจไทยที่ผ่านมา จากประสิทธิภาพการทำนโยบายค่อนข้างชัดเจน ตรงกลุ่มเป้าหมายและตรงใจพ่อค้า-แม่ค้า ตนเองเชื่อว่านโยบายนี้จะเป็นการตอบโจทย์พ่อค้า-แม่ค้า ได้ดีที่สุด เพราะสิ่งที่ได้ตอบรับมาคือชอบนโยบายนี้และอยากให้กลับมาอีก
ส่วนการใช้เงินงบประมาณ 3,200 ล้านบาท กับ 1 นโยบายคุ้มค่าหรือไม่ นายเอกนิติระบุว่าในหนึ่งนโยบายมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ของพรรคอื่นตนเองไม่อยากออกความเห็น แต่ของภูมิใจไทยเราคิดถึงความคุ้มค่า เพราะงบประมาณคือเงินภาษีของประชาชน ต้องใช้ให้คุ้มค่าและให้เกิดประโยชน์ ฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างชัดเจน
ส่วนที่นักวิชาการออกความเห็นประชานิยมทำให้โครงเศรษฐกิจวิบัติ นายเอกนิติขอไม่ออกความเห็น แต่ที่สำคัญพรรคภูมิใจไทยมั่นใจว่าทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้และทำให้คนไทยเก่งขึ้น เศรษฐกิจแข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังมีนโยบายอื่น ๆ ที่ดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งจะทำให้เงินสะพัดในเมืองไทย เพิ่มศักยภาพการแข่งขันให้กับประเทศแข่งขันได้ในระดับโลก