เลือกตั้ง 2569 : กาง 8 นโยบายภูมิใจไทย ใช้งบ 1.48 แสนล้าน มีอะไรบ้าง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

กางนโยบายพรรคภูมิใจไทยเลือกตั้ง 2569 ทั้งหมด 8 นโยบาย ใช้งบประมาณดำเนินการ 1.48 แสนล้านบาท เน้นนโยบายความมั่นคง - เศรษฐกิจ สานต่อคนละครึ่งพลัส ชูสร้างกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เผยแพร่ นโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณาพรรคภูมิใจไทย ที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบนโยบายฯ และ กกต.

โดยพรรคภูมิใจไทยนำเสนอยุทธศาสตร์นโยบายเพื่อการหาเสียงเลือกตั้งภายใต้แนวคิดการสร้างโอกาสและลดภาระให้แก่ประชาชน พร้อมประกาศนโยบายหลัก 8 นโยบาย ครอบคลุมด้านความมั่นคง สังคม และเศรษฐกิจ โดยมียอดวงเงินงบประมาณที่ต้องใช้รวมทั้งสิ้น 148,326,000,000 บาท ส่วนใหญ่มาจากงบประมาณแผ่นดินร้อยละ 97.84

เลือกตั้ง 2569 : กาง 8 นโยบายภูมิใจไทย ใช้งบ 1.48 แสนล้าน มีอะไรบ้าง ช่างภาพพีพีทีวี
เลือกตั้ง 2569 : กาง 8 นโยบายภูมิใจไทย ใช้งบ 1.48 แสนล้าน มีอะไรบ้าง

และบางส่วนมาจากการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (PPP) รวมถึงกองทุนหมุนเวียนต่าง ๆ โดยรายละเอียดของแต่ละนโยบาย ได้แก่

นโยบายด้านความมั่นคงและการบริหารจัดการรัฐ

กลุ่มนโยบายนี้มุ่งเน้นการปฏิรูประบบการทำงานของภาครัฐและการรักษาอธิปไตยเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ได้แก่

  • การคัดเลือกผู้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (รัฐมนตรีมืออาชีพ) เป็นนโยบายที่ไม่ต้องใช้วงเงินงบประมาณ โดยมุ่งเน้นความคุ้มค่าเชิงบริหารจัดการเพื่อให้ได้บุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญตรงกับภารกิจ ประโยชน์คือการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างตรงจุด ผลกระทบคือโครงสร้างการบริหารจะมีความชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยไม่มีความเสี่ยง
  • การสร้างกำแพงชายแดนป้องกันภัยรุกราน ใช้งบประมาณ 866 ล้านบาท (สำหรับระยะ 100 กิโลเมตรในปีแรก) จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี มีความคุ้มค่าในการเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประโยชน์คือป้องกันแรงงานเถื่อน สินค้าหนีภาษี และยาเสพติด อย่างไรก็ตามอาจมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตและการเดินทางข้ามแดนของประชาชน และมีความเสี่ยงในพื้นที่ก่อสร้างที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน
  • ทหารอาสา 100,000 คน ใช้งบประมาณ 22,700 ล้านบาทต่อปี โดยเกลี่ยงบประมาณที่ซ้ำซ้อนจากกระทรวงกลาโหม มุ่งหวังภาพลักษณ์กองทัพที่ทันสมัยจากการสมัครใจแทนการบังคับ ประโยชน์คืออาสาสมัครจะมีรายได้ 12,000 บาทต่อเดือน ได้รับสวัสดิการ ฝึกอาชีพ และมีโควตาเข้าเรียนโรงเรียนนายสิบ นโยบายนี้ช่วยลดการเกณฑ์ทหารและปรับปรุงอัตรากำลังใหม่โดยไม่มีความเสี่ยง

นโยบายด้านการศึกษา สังคม และสาธารณสุข

มุ่งเน้นการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และดูแลกลุ่มเปาะบางในสังคม ได้แก่

  • การศึกษาเท่าเทียม พลัส (เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลา) ใช้งบประมาณ 700 ล้านบาทในปีแรกจากการบริหารงบประมาณเดิมของ สพฐ. มุ่งยกระดับโอกาสทางการศึกษาผ่าน Online Learning Platform และระบบสะสมหน่วยกิต (Learning Passport) ประโยชน์คือลดค่าใช้จ่ายผู้ปกครองและเสริมทักษะที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงาน ผลกระทบคือเปลี่ยนบทบาทรัฐจากผู้ควบคุมเป็นผู้สนับสนุน แต่มีความเสี่ยงด้านความพร้อมด้านดิจิทัลของบุคลากรและท้องถิ่น
  • พยาบาลอาสา ดูแลผู้สูงวัย (1 หมู่บ้าน 1 พยาบาลอาสา) ใช้งบประมาณ 13,500 ล้านบาทต่อปี จากการเกลี่ยงบประมาณประจำปี มุ่งสร้างงานใหม่ 75,000 อัตราทั่วประเทศ ด้วยรายได้ 15,000 บาทต่อเดือน ประโยชน์คือผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและลดความแออัดในโรงพยาบาล อย่างไรก็ตามมีความเสี่ยงเรื่องความไม่เท่าเทียมของจำนวนผู้สูงอายุในแต่ละหมู่บ้านซึ่งอาจกระทบต่อคุณภาพการดูแล

นโยบายด้านเศรษฐกิจและพลังงานเพื่อลดค่าครองชีพ

มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นการหมุนเวียนของเศรษฐกิจฐานราก ได้แก่

  • ค่าไฟฟ้า หน่วยละ 3 บาท (สำหรับ 200 ยูนิตแรก) ใช้งบประมาณ 63,360 ล้านบาทต่อปี จากงบประมาณประจำปีและรายได้จากพลังงานสะอาด นโยบายนี้มีความคุ้มค่าสูงในการลดค่าใช้จ่ายให้ครัวเรือน 22 ล้านครัวเรือนทันที ประโยชน์คือยกระดับคุณภาพชีวิตและเพิ่มกำลังซื้อ ผลกระทบคืออาจส่งผลต่อการบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปีแต่ไม่มีความเสี่ยง
  • มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ผ่อนเดือนละ 300 บาท 60 งวด ใช้งบประมาณ 3,200 ล้านบาทต่อปี จากกองทุนพลังงานและ Green Finance, มุ่งส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียวและลดมลพิษ PM 2.5 ประโยชน์คือประชาชนมีพาหนะใช้ประกอบอาชีพในราคาถูก ผลกระทบคือสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศโดยไม่มีความเสี่ยง
  • คนละครึ่ง พลัส (ลดรายจ่ายผู้ซื้อ เพิ่มรายได้ผู้ขาย) ใช้งบประมาณ 44,000 ล้านบาท จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี, เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อน GDP และสร้างเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจกว่า 80,000 ล้านบาท ประโยชน์คือช่วยร้านค้ารายย่อยและกระตุ้นกำลังซื้อ ผลกระทบคือเสริมสภาพคล่องให้เศรษฐกิจฐานราก โดยมีความเสี่ยงต่ำเนื่องจากใช้ระบบดิจิทัลที่ตรวจสอบการทุจริตได้

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ