เมื่อคืนวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ลานอเนกประสงค์ข้างสำนักงานเทศบาลตำบลท่าระหัด อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคภูมิใจไทยจัดเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการจัดที่นั่งรองรับประชาชนกว่า 20,000 ที่นั่ง ขนาบสองฝั่งคลอง กินพื้นที่ยาวกว่า 2 กิโลเมตร และมีประชาชนร่วมรับฟังการปราศรัยเต็มพื้นที่ตลอดแนวเวที
ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางมาจังหวัดสุพรรณบุรีเป็นครั้งที่ 3 ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี โดยนายอนุทิน ปราศรัยขอบคุณประชาชนที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมย้อนเล่าถึงความผูกพันกับจังหวัดสุพรรณบุรี โดยกล่าวถึงนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตนเองให้ความเคารพและนับถืออย่างยิ่ง ย้อนถึงช่วงเวลากว่า 20 ปีก่อน ที่นายบรรหารได้เรียกพบเป็นการส่วนตัว ขณะตนยังเป็นนักการเมืองหน้าใหม่ และได้ฝากฝังให้ช่วยดูแลนายวราวุธ ศิลปอาชา พร้อมสะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ทางการเมืองที่มองไกลของนายบรรหาร ว่าตนเองจะได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี
นายอนุทิน กล่าวว่า แม้เส้นทางการเมืองของแต่ละพรรคจะเคยแยกกันเดิน แต่รากเหง้าทางการเมืองยังเชื่อมโยงกันมาโดยตลอด ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา รวมถึงนักการเมืองหลายคนที่เติบโตจากพื้นที่เดียวกัน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม จึงเห็นพ้องต้องกันว่าจะนำความแข็งแรงของแต่ละพรรค แต่ละจังหวัด มาผนึกกำลังกัน เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับประเทศทั้งประเทศ
พร้อมระบุว่า การพูดคุยและการตัดสินใจร่วมกันของทั้งสองพรรค เป็นไปอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีเงื่อนไขทางการเมืองซับซ้อน ผู้ใหญ่ของพรรคได้พูดคุยกันด้วยความเข้าใจ และยึดเจตนารมณ์เดียวกัน คือการทำงานเพื่อประชาชน โดยมีคำพูดที่ใช้สื่อสารกับประชาชนว่า “รวมกันอยู่ ภูมิใจไทย ชาติไทยพัฒนา” ซึ่งหมายถึงทุกฝ่ายได้ประโยชน์และเดินหน้าไปด้วยกัน พร้อมกันนี้ นายอนุทิน ยังกล่าวถึงลำดับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ของนายวราวุฒิ ศิลปอาชา ว่า หากขอขึ้นเป็นอันดับหนึ่ง ตนเองก็ยอม เพราะถือเป็นพี่น้องกัน
นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยในยุคนี้ยึดแนวคิดพลัสหรือการเสริมพลังซึ่งกันและกัน และเมื่อพรรคภูมิใจไทยรวมพลังกับพรรคชาติไทยพัฒนาในพื้นที่สุพรรณบุรี ก็จะนำไปสู่การพัฒนาที่มากขึ้น ทั้งในระดับจังหวัดและระดับประเทศ
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเองมีโอกาสมาสุพรรณบุรีอีกสองสามครั้ง และได้มาพบกับพี่ชายอีกคนหนึ่งที่ให้ความมั่นใจกับตนเองว่าสุพรรณบุรีต้องเป็นแชมป์ หัวหน้าแบ่งแยกไม่ได้ คนเดียวก็ไม่ได้ จะมาก็ต้องมาห้าคน สี่คนไม่ได้ สามคนไม่ได้ ถ้าไม่มาห้าคนก็ไม่ต้องเอาใครเลย โดยคนที่คอยเตือนสติตนเองก็คือนายก อบจ.สุพรรณบุรี นายอุดม กองฟ้า
นอกจากนี้นายอนุทิน ยังกล่าวถึงพี่น้องชาติพันธุ์ โดยระบุว่าหากไม่พูดถึงวันนี้คะแนนหายไป 100,000 คะแนน เพราะพี่น้องคือชาติพันธุ์เป็นคนไทยด้วยกัน สิทธิประโยชน์ต่างๆมีเหมือนกัน และพ่อแม่พี่น้องยังดำรงวัฒนธรรมอันงดงาม ทำให้เมืองสุพรรณเป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมประเพณีอันงดงาม
และได้กล่าวถึงการลงพื้นที่สองพี่น้อง ว่าตนได้ไปดูประตูน้ำ ที่กลายเป็นประตูดักผักตบชวา ซึ่งเป็นปัญหาที่กวนใจพี่น้องสุพรรณบุรี กระทบไปทั้งระบบเกษตรกรรม ตนจึงได้ถามนายวราวุธ ว่าเป็นรัฐมนตรีมา 2-3 สมัยไม่เคยของบประมาณมาจัดการหรือ จึงได้คำตอบว่าเคยขอไปแล้วแต่เขาไม่ให้เพราะอยู่คนละพรรคกัน พร้อมยืนยันว่าสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่เล็กที่สุดที่พี่น้องชาวสุพรรณจะได้ ในการตัดสินใจให้พวกเรามาอยู่ร่วมกันประตูน้ำต้องมีประสิทธิภาพ ระบบระบายน้ำต้องมีประสิทธิภาพ พร้อม ขอว่าไม่ต้องกังวล ตนจะผันงบประมาณมาดูแลส่วนนี้ ถึงแม้วันนี้ ต่อให้นายวรวุธจะไม่ได้มาร่วมกับพรรคภูมิใจไทยแต่แค่เอ่ยขอตนยินดีที่จะให้ เพราะอำนาจอยู่ที่ปลายปากกา
นายอนุทิน กล่าวทิ้งท้ายว่า “ดังนั้น วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พี่น้องชาวสุพรรณบุรีอย่าลืมเลือกตนเองและพรรคภูมิใจไทย มิฉะนั้นพวกเราจะเป็นหมากันหมด แต่จะเป็นหมาที่รับใช้คนสุพรรณบุรี เป็นเกียรติ เป็นศักดิ์ศรีของพวกเราทุกคน”