นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกรณีทหารไทยเหยียบทุ่นระเบิด ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 จังหวัดศรีสะเกษ ได้ให้กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือประท้วงอย่างไรหรือไม่ว่า มันเกิดอยู่ในพื้นที่ที่เราควบคุม ไม่ได้เกิดจากการปะทะ ซึ่งในพื้นที่ที่เราควบคุมได้มีการเก็บกู้ทุ่นระเบิดอยู่ จึงอาจมีเหตุที่ไม่ควรเกิดขึ้นได้
ดังนั้นต้องเพิ่มความระมัดระวัง เพราะพื้นที่ที่เรากลับไปควบคุม ยังมีความเสี่ยงอยู่ ซึ่งการเก็บกู้ทุ่นระเบิด อาจจะยังทำได้ไม่หมด โดยเส้นทางที่ทหารของเราเดินออกไป ก็ต้องมีการกำหนดเส้นทางที่ชัดเจนว่า อย่าออกนอกแนว อย่างตอนที่ตนไปลงพื้นที่ปราสาทตาควาย จ.สุรินทร์ จุดผ่านแดนถาวรช่องจอม จ.สุรินทร์ เขาก็ไม่ให้เดินออกนอกแนว ขีดเส้นไว้เลยเพราะยังมีความเสี่ยง ยังมีทุ่นระเบิดเก่าวางอยู่ ดังนั้นนี่ไม่ใช่เรื่องของการปะทะกัน
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกลุ่มวัยรุ่นกัมพูชามายั่วยุตามบริเวณชายแดน ทำให้เกิดความกังวลว่าอาจจะมีการปะทะรอบ 3 นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้เราลงนามกันในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ดังนั้นเรื่องการยั่วยุโดยประชาชนก็เกิดขึ้นได้ เราก็ต้องอยู่ในเขตของเรา เพราะการยั่วยุเกิดขึ้นในโชเชียลมีเดียด้วย
เมื่อถามว่า เราสามารถให้ความมั่นใจกับประชาชนได้ด้วยการสร้างรั้วแนวชายแดนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ดำเนินการแน่นอน รวมถึงการเสริมศักยภาพด้านอาวุธ และความแข็งแกร่งของกองทัพ ซึ่งตนได้เห็นชอบในหลักการไปแล้ว ให้ไปดำเนินการได้เลย
เมื่อถามว่า การศึกษายกเลิก MOU 44 ได้กำหนดกรอบเวลาไว้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และกระทรวงการต่างประเทศไปดำเนินการแล้ว ซึ่งไม่ต้องมีกรอบเวลาอะไร ถ้ารัฐบาลใหม่เข้ามาแล้วยกเลิกก็สามารถทำได้เลย
เมื่อถามย้ำว่า สามารถใช้อำนาจคณะรัฐมนตรี (ครม.) ยกเลิกได้เลยใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ใช่ครับ น่าจะไม่ต้องไปถึงสภาฯ เพราะเป็นแค่ MOU ส่วน MOU 43 ก็กำลังดำเนินการอยู่ในส่วนนี้ ถือว่าเป็นประโยชน์กับประเทศไทย เราก็ปักปันดินแดนของเราไป
เมื่อถามว่า มีความเป็นไปได้หรือไม่ในการปรับเนื้อหา MOU 43 เพื่อคุยกันใหม่ ในจุดที่มีความเห็นไม่ตรงกัน นายอนุทิน กล่าวว่า รอให้มีการพูดคุยเรื่องนี้กันให้ได้ก่อน ตอนนี้ใครอยู่ที่ไหนก็อยู่ตรงนั้น ซึ่งตามข้อตกลงหยุดยิงล่าสุด เขียนไว้ชัดเจนว่า ใครอยู่ตรงไหนก็อยู่ตรงนั้น ดังนั้นเหตุการณ์เหยียบกับระเบิดที่ จ.ศรีสะเกษ อยู่ในพื้นที่ที่เราควบคุมไม่เกี่ยวกับการปะทะ