นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (เอ็มโอยู) ฉบับที่ 44 หรือ MOU 44 ว่า ในหลักการรัฐบาลมีแนวทางจะยกเลิก โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมคณะรัฐมนตรีก่อน โดยต้องรอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พร้อมระบุว่าจะนำไปปรึกษาหารือกับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยย้ำว่าหลักการคือการยกเลิกเอ็มโอยูดังกล่าว และอาจต้องมีการพูดคุยกันในกรอบของความมั่นคงด้วย
เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามว่า นโยบายการยกเลิกเอ็มโอยูนั้น จำเป็นต้องมีการร่างกติกาใหม่ขึ้นมาเพื่อใช้ในการดำเนินงานของรัฐบาลหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ต้องไปพิจารณาว่ายังมีกติกาและกรอบกฎหมายระหว่างประเทศที่มีอยู่แล้วหรือไม่
โดยยกตัวอย่างว่า ในการเจรจากับประเทศมาเลเซีย ประเทศไทยไม่ได้มีเอ็มโอยู แต่ใช้หลักกฎหมายระหว่างประเทศในการดำเนินการ จึงต้องพิจารณาว่าหากมีการยกเลิกเอ็มโอยูแล้ว จะมีทางเลือกใดมาทดแทนได้บ้าง
เมื่อถามย้ำว่า การเจรจาไม่จำเป็นต้องใช้เอ็มโอยูเสมอไป แต่อาจใช้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศแทนได้ใช่หรือไม่ นายสีหศักดิ์ ระบุว่า สามารถใช้หลักกฎหมายที่มีอยู่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องมีความชัดเจนว่า เมื่อยกเลิกแล้ว ทางเลือกในการดำเนินการจะเป็นอย่างไร โดยย้ำว่าหลักการตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้ คือการยกเลิกเอ็มโอยู
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าโดยหลักการแล้วการยกเลิกเอ็มโอยูจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทั้งสองประเทศหรือไม่ นายสีหศักดิ์ ชี้แจงว่า หากอีกฝ่ายเห็นด้วยก็ถือว่าจบกระบวนการ แต่หากไม่เห็นด้วย ก็อาจจำเป็นต้องมีการเจรจากับฝ่ายนั้นตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ
ส่วนมีการเร่งรัดให้ฝ่ายการทูตดำเนินการหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการยกเลิกเอ็มโอยูว่า จะมีแนวทางและขั้นตอนอย่างไรบ้าง
สำหรับกรณีที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา พร้อมคณะผู้แทน เดินทางถึงกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เพื่อเข้าร่วมการประชุมครั้งแรกของคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) และมีกำหนดพบกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ รวมถึงผู้นำโลกคนอื่น ๆ
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า กัมพูชาเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ขณะที่ประเทศไทยไม่ได้เข้าร่วม เนื่องจากเป็นเวทีที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุดใหม่ พร้อมระบุว่าไม่มีประเด็นใดเป็นพิเศษ เพียงทราบว่าอีกฝ่ายคงไปกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และทางไทยก็ติดตามสถานการณ์อยู่
เมื่อถามว่า การเข้าร่วมเวทีดังกล่าวจะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบด้านข้อมูลหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทุกฝ่ายเข้าใจสถานการณ์แล้ว เนื่องจากประเทศไทยได้มีการชี้แจงข้อมูลผ่านช่องทางของตนเองมาโดยตลอด หากมีข้อมูลใดที่บิดเบือนอย่างตั้งใจ ก็จำเป็นต้องออกมาชี้แจง
โดยย้ำว่าขณะนี้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันได้มีการชี้แจงอย่างต่อเนื่อง ตนเองเมื่อเข้าร่วมเวทีต่าง ๆ ก็ได้ชี้แจงอยู่เสมอ หากมีรายงานว่ามีการกล่าวข้อมูลที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง ประเทศไทยก็ต้องชี้แจงในส่วนที่เกี่ยวข้อง
ส่วนกรณีที่ ฮุน มาเนต ส่งหนังสือถึง เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส เพื่อขอเข้าถึงเอกสารทางประวัติศาสตร์และข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับพรมแดน นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศได้ติดตามสถานการณ์ดังกล่าว โดยมองว่าเป็นสิ่งที่กัมพูชาอาจดำเนินการกับทั้งสองฝ่าย ซึ่งหากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมก็จะพิจารณาดำเนินการตามความเหมาะสม
ในส่วนกรณีเหตุเพลิงไหม้ตามแนวชายแดน นายสีหศักดิ์ ระบุว่า หน่วยงานในพื้นที่จะเป็นผู้ชี้แจงข้อเท็จจริง แต่หากมีประเด็นใดที่จำเป็น กระทรวงการต่างประเทศก็พร้อมดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ส่งนกรณีที่สภาความมั่นคงแห่งชาติเตรียมประชุมหารือในเร็ว ๆ นี้ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า จะมีการหารือในหลายประเด็นที่อยู่ระหว่างการติดตาม รวมถึงสถานการณ์ในเมียนมาและเรื่องด้านความมั่นคงอื่น ๆ ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการแลกเปลี่ยนข้อมูล พร้อมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่ด้วย