นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ พบหารือทวิภาคีกับ นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา ที่สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรก ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้หารือกับฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 48 ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์
โดยภายหลังการหารือทวิภาคีเสร็จ นายสีหศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ยังไม่ได้มีข้อยุติ เราพยายามที่จะคุยต่อจากที่นายกรัฐมนตรีของทั้ง 2 ประเทศได้คุยกันที่เมืองเซบู หลักการก็คือเราก็จะต้องพยายามเดินหน้าแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ สร้างบรรยากาศที่ดีขึ้น สร้างความเชื่อใจ
ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป แต่สำหรับวันนี้ ตนก็คิดว่า ความไม่เข้าใจก็ยังมีอยู่ คือเรื่องเขตแดนทางทะเลซึ่งกัมพูชาบอกว่าเราไปยกเลิก แล้วไม่ได้คุยกับเขา ซึ่งเขาไม่ได้เข้าใจเจตนารมณ์ของฝั่งเรา ไปพยายามตีความว่าเราตั้งใจยกเลิก เพื่อจะไม่เจรจา แต่ที่จริงแล้ว การยกเลิกของเรา เพราะเราเห็นแล้วว่า MOU 2544 ไม่คืบหน้าไปไหน เราอยากจะเปิดโอกาสให้มีการเจรจา และสร้างบรรยากาศใหม่ของการเจรจา แล้วเราก็เป็นสมาชิกอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ตอนที่เราทำ MOU 2544 กัมพูชายังไม่ได้เป็น ดังนั้น ต้องมีกรอบร่วมกัน
นายสีหศักดิ์ กล่าวต่อว่า ดังนั้น สิ่งที่เขาอยากดู เราก็อาจจะคุยทางเทคนิคก่อนว่าเขตแดนทางบก เราจะมีกรอบในการเจรจาอย่างไร เพราะสถานการณ์ก็เปลี่ยนแปลงไปแล้ว นอกเหนือจาก MOU 2543 เราก็มีแถลงการณ์ร่วม ครั้งที่แล้ว ทำการหยุดยิง แล้วเขตแดนทางบกจะไม่ใช่แก้ไขด้วยการปักปันอย่างเดียว มันมีประเด็นอื่นๆ ที่มันจะเกี่ยวกับความมั่นคงชายแดน ความร่วมมือชายแดน ก็ต้องเดินไปหลายด้านด้วยกัน
นายสีหศักดิ์ ระบุว่า เรื่องเขตแดนทางทะเล ท่าทีของเราก็ไม่ได้ขัดกัน เพียงแต่เราจะไปแนวไหน ของไทยคือเราคุยกันก่อนแล้วดูว่าคุยกันไม่ได้ ก็ไปดูกลไกอื่นๆ ที่อยู่ภายใต้อนุสัญญา ก็มีทั้งกลไกที่เรียกว่าการประนีประนอมโดยภาคบังคับ หรือการประนีประนอมโดยสมัครใจก็มี พอถึงที่สุดแล้วก็อาจจะไปตรงนั้นก็ได้ เพราะทั้งสองฝ่ายเห็นว่าการเจรจาไม่มีความคืบหน้า