PrincessBajrakitiya PrincessBajrakitiya

"กัมพูชา" ขีดเส้นไทย 3 สัปดาห์ ตั้งผู้ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ UNCLOS

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"กัมพูชา" ขีดเส้นไทย 3 สัปดาห์ ตั้งผู้ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ UNCLOS ด้าน“สีหศักดิ์” ไม่หวั่นลั่นเตรียมไว้แล้ว

จากกรณีสำนักข่าว เดอะพนมเปญโพสต์ รายงานระบุว่า นายปรัก สุคน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เปิดเผยว่า กัมพูชาได้เลือกผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ 2 คน เพื่อเป็นผู้ประนอมข้อพิพาท ตามข้อบังคับของกระบวนการไกล่เกลี่ย ภาคบังคับภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล หรือ UNCLOS ในฝ่ายกัมพูชาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว     

ไทยกัมพูชา ช่างภาพพีพีทีวี
"กัมพูชา" ขีดเส้นไทย ตั้งผู้ไกล่เกลี่ยภาคบังคับ UNCLOS “สีหศักดิ์” ไม่หวั่นลั่นเตรียมไว้แล้ว

คือ ปีเตอร์ ตักโซ-เยนเซน (Peter Taksøe-Jensen) เอกอัครราชทูตเดนมาร์ก ซึ่งมีประสบการณ์สูงในเวทีสากล และการจัดการข้อพิพาทเขตแดน นอกจากนี้ยังเคยเป็นผู้ไกล่เกลี่ยข้อพิพาท ติมอร์เลสเต - ออสเตรเลีย

ส่วนอีกคนคือ ศาสตราจารย์ "ฌ็อง-มาร์ก ตูเวอแน็ง" (Jean-Marc Thouvenin) นักกฎหมายระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นเลขาธิการสถาบันกฎหมายระหว่างประเทศแห่งกรุงเฮก และเคยเป็นทนายว่าความในศาลโลก และศาลกฎหมายทะเลระหว่างประเทศ

และกำลังรอการตอบรับจากฝั่งไทย ซึ่งจะมีเวลา 3 สัปดาห์ ในการแต่งตั้งผู้แทนอีก 2 คนเข้าร่วม กระบวนการหลังจากนี้ เมื่อทั้งสองฝ่ายแต่งตั้งผู้แทนฝ่ายละ 2 คน ครบถ้วนแล้ว คณะกรรมการทั้ง 4 คน จะประชุมร่วมกันเพื่อเลือกบุคคลที่ 3 ที่มีความเป็นกลางมาทำหน้าที่เป็นคนที่ 5 ในฐานะ "ประธานคณะกรรมาธิการประนอมข้อพิพาท" เพื่อทำหน้าที่ศึกษาข้อเท็จจริง เสนอแนะ และจัดทำข้อเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล บนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ


ปรัก สุคน ยังได้เชิญคณะทูตานุทูต และตัวแทนองค์กรระหว่างประเทศประจำกรุงพนมเปญ เข้ารับฟังการชี้แจง โดยระบุว่า กัมพูชารู้สึกเสียดายที่รัฐบาลไทยตัดสินใจยกเลิก MOU 44 เพียงฝ่ายเดียว และยังหยิบยกกรณีศึกษาความสำเร็จระหว่าง ติมอร์-เลสเต และ ออสเตรเลีย ซึ่งเคยใช้กลไก UNCLOS จนบรรลุข้อตกลงปักปันเขตแดนทางทะเลร่วมกันได้สำเร็จในปี 2561 มาเป็นแนวทางเทียบเคียง

ด้านนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่เพิ่งเดินทางถึงกรุงปารีส สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อเข้าร่วมการประชุม คณะมนตรีขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนาระดับรัฐมนตรี ให้สัมภาษณถึงเรื่องนี้ว่า การนำเสนอหลายอย่างของฝ่ายกัมพูชา ผ่านถ้อยแถลงไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยเหตุผลที่ฝ่ายไทยยกเลิก MOU 44 เพราะไม่มีความคืบหน้าหลังผ่านมากว่า 20 ปี เจตนาของไทยเพื่อให้มีการเริ่มต้นการเจรจาในเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล

ขณะที่ฝ่ายกัมพูชา กลับพูดว่า ฝ่ายไทยยกเลิก เพราะตั้งใจที่จะไม่ทำตามพันธะกรณี ซึ่งเราคิดว่า เมื่อทั้ง 2 ประเทศเข้าเป็นภาคี UNCLOS แล้ว ก็น่าจะเจรจากัน และควรให้โอกาสในการเจรจาระดับทวิภาคีก่อน แต่ถ้าไปไม่ได้ อาจตกลงกันว่า จะไปสู่กลไกต่าง ๆ ซึ่งมีตั้งแต่การประนีประนอมโดยสมัครใจ หรือจะไปสู่กระบวนการประนีประนอมภาคบังคับก็ได้ แต่ควรให้โอกาสการเจรจาระหว่างกันก่อน

และข้อเท็จจริงก็คือ การประนอมภาคบังคับมันใช้เวลา อย่างกรณีประเทศติมอร์-เลสเต กับออสเตรเลีย ก็ใช้เวลาเกือบ 2 ปี เท่ากับว่าอีก 2 ปี เราจะไม่สามารถกำหนดเขตแดนทางทะเล หรือพัฒนาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างกันได้ ดังนั้น เจตนาของฝ่ายกัมพูชาจึงเป็นที่สงสัยว่า คงต้องการกำหนดเงื่อนไขของเขา และการสร้างความได้เปรียบให้กับฝ่ายกัมพูชา

และในเมื่อตัดสินใจในเส้นทางนี้ กัมพูชาก็ต้องรับผิดชอบด้วย เพราะขณะที่กัมพูชาไม่เปิดโอกาสให้พูดคุยกันเลย ในเรื่องเขตแดนทางทะเล แต่กลับอยากให้ฟื้นฟูความสัมพันธ์ อยากให้พูดคุยเรื่องเขตแดนทางบกซึ่งเราคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว และเตรียมการมาสักพักว่า ใครจะเป็นผู้ประนีประนอมฝั่งไทย และในวันนี้ (3 มิ.ย.69) ตนจะคุยกับที่ปรึกษากฎหมายชาวฝรั่งเศสของไทยว่า จะต้องเตรียมการอย่างไร

Bottom-worldcup Bottom-worldcup

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ