ที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ก่อนเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ถึงความชัดเจนในการร่วมรัฐบาลว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยกันในรายละเอียด ต้องรอให้คณะกรรมการการเลือกตััง (กกต.) รับรองผลก่อน
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคพลังประชารัฐ ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไรใช่หรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า เบื้องต้นยังไม่มีอะไร ได้มีการเจรจาใน เบื้องต้น เป็นการพูดคุยกันธรรมดา ยังไม่ได้ลงรายละเอียดกัน
เมื่อถามว่า ทราบหรือยังว่า จะได้โควตากี่เก้าอี้ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ยังไม่ทราบ
ส่วนประเด็นการสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) อยู่ใช่หรือไม่ แม้มีการแข่งจัดตั้งรัฐบาล น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เราฟังเสียงพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ในเมื่อพรรคภูมิใจไทย ได้รับเสียงข้างมากจากประชาชนมากที่สุด ประชาชนไว้วางใจเป็นหลักในการจัดตั้งรัฐบาล เรายังยืนยันจุดนั้นอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่มี 5 เสียง จะสามารถพูดคุยหรือต่อรองอะไรได้หรือไม่ น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า อันนี้ต้องอยู่ที่พรรคใหญ่ แต่เบื้องต้นเรามีการพูดคุยกันไประดับหนึ่ง เมื่อถามย้ำว่า แม้จะไม่ได้เก้าอี้รัฐมนตรีเลยสักเก้าอี้หนึ่ง น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ย้ำว่าขอคุยกันในละเอียด และให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งก่อน
เมื่อถามว่า เป็นการปิดประตูไม่พูดคุยกับพรรคอื่นเลยใช่หรือไม่ นอกจากพรรคภูมิใจไทย เพราะมีกระแสข่าวว่า มีการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกัน น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ขณะนี้เราต้องให้เกียรติพรรคใหญ่ก่อน
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการไปร้อง กกต. เพื่อเอาผิดกับพรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากไม่ได้มีการดูแลผู้สมัคร สส.อย่างเท่าเทียม ไม่มีการลงไปช่วยหาเสียง น.ส.ตรีนุช กล่าวว่า ไม่มีผล ขณะนี้ยังไม่มีอะไร อย่างไรก็ตาม อาจจะมีเสียงไปเรียกร้อง แต่พรรคเรามีจุดยืนอยู่แล้ว เนื่องจากช่วงระยะเวลาจำกัดและช่วงของการเปลี่ยนผ่านหลายอย่าง ทำให้เราไม่ได้ลงพื้นที่ทั่วถึง จึงคิดว่าทุกคนที่ตกลงปลงใจทำงานกับพรรคเรา ได้มีการพูดคุยกันอย่างชัดเจน ก่อนลงสมัครรับเลือกตั้งแล้ว แต่มีบางคนที่อาจจะไม่เข้าใจ และเราก็มีอุดมการณ์ชัดเจน
น.ส.ตรีนุช ยังกล่าวถึงการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรควันนี้ว่า หลังจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ลาออกจากหัวหน้าพรรค ซึ่งครบ 60 วันแล้ว ตามกฏหมายจะต้องมีการประชุมใหญ่สามัญของพรรค จึงต้องมีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อที่จะเตรียมประชุมใหญ่ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นไปตามกรอบกฏหมายที่กำหนดไว้