จากกรณีที่นายวีระเดช ภู่พิสิฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน ( พรรคประชาชน ) ออกมาพูดแซะจังหวัดเชียงใหม่ในประเด็นไฟส่องสว่างริมทางบนถนนเลียบทางรถไฟเชียงใหม่-ลำพูน หรือ ถนนโลคอลโรด โดยโชว์ผลงานการติดตั้งไฟส่องสว่างโซลาร์เซลล์ในฝั่งจังหวัดลำพูน โดยระบุว่า ว่า "เข้าเขตเชียงใหม่แล้วมืด" ก่อนจะปรากฏความจริงว่าจุดที่กล่าวถึงนั้นที่แท้เป็นเขตของจังหวัดลำพูน ไม่ได้เป็นเขตจังหวัดเชียงใหม่
ขณะที่ต่อมานายวีระเดชได้โพสต์ขอโทษ อบจ.เชียงใหม่ บอกว่าเป็นความเข้าใจผิดส่วนตัวเกี่ยวกับจุดแบ่งเขตจังหวัด ขออภัย อบจ.เชียงใหม่ ที่โพสต์ของตนเองอาจทำให้ดูแล้วโดนดูหมิ่น และ บอกว่าได้โทรคุยกับรองนายก อบจ.เชียงใหม่ พร้อมกับขอให้พี่น้องประชาชนทั้งสองจังหวัดรักใคร่กลมเกลียวกัน ยืนยันว่าทั้งสอง อบจ. ก็อยากจะพัฒนาเส้นติดต่อกัน ที่พ่อแม่พี่น้องได้ใช้สัญจร ได้เป็นจังหวัดที่พัฒนาไปร่วมกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าแม้จะอกมาขอโทษแล้ว แต่ดูเหมือนเรื่องนี้จะยังไม่จบง่าย ๆ โดยล่าสุด อบจ.เชียงใหม่ จ่อฟ้องคดีกับนายก อบจ.ลำพูน โดยในวันนี้ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร นายก อบจ.เชียงใหม่ ( พรรคเพื่อไทย ) ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าทราบข่าวแล้วและได้มอบหมายให้สำนักช่าง อบจ.เชียงใหม่ ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง ดูว่ามีการพาดพิงให้ อบจ.เชียงใหม่ อย่างไรและข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรและได้ให้ ฝ่ายนิติกรไปรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานว่าเสียหายอย่างไรหรือไม่ หากพบว่าเกิดความเสียหายก็อาจะต้องใช้สิทธิ์ในทางกฎหมายเพื่อปกป้องชื่อเสียง
สำหรับถนนเลียบทางรถไฟเชียงใหม่-ลำพูน หรือ ถนนโลคอลโรด สร้างขึ้นโดยกรมโยธิการและผังเมือง เปิดใช้ในปี 2547 เพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมระหว่างสองจังหวัด ก่อนจะมอบให้ อบจ.เชียงใหม่ ดูแลในส่วนเขตพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เมื่อปี 2567 โดยสภาพปัจจุบันถนนในความรับผิดชอบของ อบจ.เชียงใหม่ ยังขาดอยู่สองช่วง ( วิ่งได้ทางเดียว ) คือ ช่วงระหว่าง เหมืองง่า-ยางเนิ้ง 11 กิโลเมตร และ ช่วงแยกมหิดล-สถานีรถไฟเชียงใหม่ ประมาณ 1 กม. อบจ.เชียงใหม่ จึงประสานกรมโยธาธิการและผังเมืองและการรถไฟแห่งประเทศไทย ในการสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ ซึ่งได้รับแจ้งจากการรถไฟยินยอมให้ก่อสร้างถนนช่วงที่ขาดหายไป หลังจากนี้ อบจ.เชียงใหม่จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเสนอใช้งบประมาณ 400 กว่าล้านบาทในการจัดสร้าง ซึ่งจะทำให้ประชาชนสองจังหวัดเดินทางได้สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมทั้งแก้ปัญหารถติด