"สนธิญา" บุกมหาดไทยร้องสอบ "มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้" ปมเปิดรับบริจาค

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"สนธิญา" บุกกระทรวงมหาดไทยร้องตรวจสอบ "มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้" ปมเปิดรับบริจาคผ่านโซเชียล ตั้งข้อสังเกตใช้เงินถูกวัตถุประสงค์หรือไม่ ปมซื้อเสื้อเกราะ - สร้างถนน ห้องน้ำ - บังเกอร์ชายแดน

นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง เดินทางมายังกระทรวงมหาดไทย เพื่อยื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมการปกครอง ขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของ “มูลนิธิกันจอมพลัง ช่วยสู้” กรณีการเปิดรับบริจาคผ่านโซเชียลมีเดีย ว่าเป็นไปตามพระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 หรือไม่ โดยมี นางพิมพรรณ ระงับทุกข์ หัวหน้าฝ่ายรับเรื่องราวร้องทุกข์ ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รับหนังสือ

นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง สตริงเกอร์ กทม.
นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง

นายสนธิญา เปิดเผยว่า การยื่นตรวจสอบครั้งนี้ เป็นการพิจารณาตามกฎหมายว่าด้วยการเรี่ยไร ซึ่งกำหนดให้การรับเงินหรือทรัพย์สินจากประชาชน “ถือเป็นการเรี่ยไร” ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบมูลนิธิหรือบุคคลใดก็ตาม และต้องดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมีประเด็นสำคัญที่ขอให้ตรวจสอบ มีดังนี้

ประเด็นที่ 1 กระบวนการขออนุญาต

ตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 กำหนดให้การเรี่ยไรต้องได้รับอนุญาตจาก “คณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไร” ซึ่งมีตัวแทนจากหน่วยงานรัฐ 7 ฝ่าย เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยต้องมีองค์ประชุมไม่น้อยกว่า 4 คน จึงจะสามารถอนุมัติได้ พร้อมกันนี้ ผู้ขออนุญาตต้องระบุให้ชัดเจนถึงวัตถุประสงค์การใช้เงิน จำนวนเงินหรือทรัพย์สินที่ต้องการ พื้นที่ และระยะเวลาที่ดำเนินการ

ประเด็นที่ 2 การดำเนินการเรี่ยไร

ต้องเป็นไปตามมาตรา 12 ผู้ที่ทำการเรี่ยไรต้องมีบัตรประจำตัวติดตัวตลอดเวลา

ประเด็นที่ 3 การรับเงินและความโปร่งใส

ตามมาตรา 13 ผู้รับบริจาคต้องออกใบเสร็จให้ผู้บริจาคทุกครั้ง และต้องมีต้นขั้วเก็บไว้ตรวจสอบได้ รวมถึงตั้งคำถามว่า มูลนิธิได้มีการประกาศยอดเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับให้ประชาชนรับทราบหรือไม่

ประเด็นที่ 4 การใช้จ่ายเงิน

ตามมาตรา 14 ห้ามนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการเรี่ยไร ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ที่ขออนุญาตไว้

นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง สตริงเกอร์ กทม.
นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมือง

โดยนายสนธิญา ตั้งข้อสังเกตถึงโครงการต่าง ๆ ของมูลนิธิ เช่น การจัดซื้อเสื้อเกราะ ตู้คอนเทนเนอร์ กล้อง CCTV การสร้างถนน ห้องน้ำ บังเกอร์ชายแดน ว่ามีการขออนุญาตแยกเป็นรายโครงการหรือไม่ และใช้เงินตรงตามวัตถุประสงค์หรือไม่

นอกจากนี้ ยังอ้างถึงบทบัญญัติอื่น ๆ เช่น มาตรา 5 การเรี่ยไรต้องได้รับอนุญาตก่อน มาตรา 9 ต้องกำหนดกรอบจำนวนเงิน สถานที่ และระยะเวลาอย่างชัดเจน มาตรา 7 ว่าด้วยองค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุมการเรี่ยไร

นายสนธิญา ระบุว่า ตนไม่ได้กล่าวหาว่ามีการทุจริต แต่ต้องการให้หน่วยงานรัฐตรวจสอบให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส และเป็นบรรทัดฐานในสังคม เนื่องจากเป็นการใช้เงินจากประชาชนจำนวนมาก

พร้อมย้ำว่า หากพบว่าการดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎหมาย หน่วยงานราชการจะไม่สามารถรับสิ่งของบริจาคได้ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อเกราะ ตู้คอนเทนเนอร์ หรือสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ เพราะอาจเข้าข่ายรับทรัพย์สินที่มีที่มาไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และอาจมีความผิดทั้งโทษปรับและจำคุก

นอกจากนี้ ยังเปิดเผยว่า ตนเคยยื่นเรื่องต่อ ปปง. ให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของมูลนิธิดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2568 และเตรียมจะยื่นเรื่องซ้ำอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

ขณะเดียวกัน ยังกล่าวถึงกรณีความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยระบุว่า ภายใน 3-5 วัน จะมีบุคคลสำคัญระดับผู้ใหญ่ในกองทัพ ออกมาแถลงข้อเท็จจริงผ่านสื่อ เพื่อชี้แจงข้อมูลอีกด้านหนึ่ง

ส่วนกรณีที่มีผู้แสดงความคิดเห็นกล่าวหาว่าตนรับเงินมาเคลื่อนไหว นายสนธิญา ระบุว่า ขอให้ลบข้อความภายใน 4-5 วัน มิฉะนั้นจะดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการส่งต่อให้กรมการปกครองพิจารณาตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ