นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติงานที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 9.19 น.จากนั้น เวลาประมาณ 10.00 น. นายชาง ชุน ชิง รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐสิงคโปร์ เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี เนื่องในโอกาสเยือนประเทศไทยเพื่อแนะนำตนเอง มี พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมด้วย
โดยทันทีที่มาถึง นายกรัฐมนตรีได้ลงมาให้การต้อนรับ พร้อมกับจับมือและกล่าวทักทาย ก่อนจะแนะนำ พล.ท.อดุลย์
สำหรับการพบกันในครั้งนี้ คาดว่าจะมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการส่งเสริมความสัมพันธ์และความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างไทยกับสิงคโปร์ บนพื้นฐานของความไว้เนื้อเชื่อใจ และความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน พร้อมหารือถึงแนวทางการยกระดับความร่วมมือทางทหารในหลายมิติ อาทิ การฝึกร่วม การพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ
และความมั่นคงทางไซเบอร์ ตลอดจนการเสริมสร้างบทบาทของอาเซียนผ่านกรอบ ASEAN Defence Ministers’ Meeting และ ASEAN Defence Ministers’ Meeting-Plus เป็นต้น
น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายชาง ชุน ชิง รัฐมนตรีประสานงานด้านบริการภาครัฐ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสาธารณรัฐสิงคโปร์ เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่า บรรยากาศเป็นไปอย่างเป็นกันเองอย่างมาก เพราะความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสิงคโปร์มีมาอย่างยาวนานและแน่นแฟ้น โดยเฉพาะความสัมพันธ์ของผู้นำทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งก่อนหน้านี้ นายลอว์เรนซ์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ก็ได้โทรศัพท์แสดงความยินดีกับนายอนุทิน ภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี
น.ส.รัชดา กล่าวว่า มีการหารือประเด็นสำคัญหลายประเด็น อาทิ ความร่วมมือด้านความมั่นคง ด้านการทหาร ซึ่งสิงคโปร์ได้ขอบคุณประเทศไทยที่มีบทบาทในการฝึกคอบร้าโกลด์ ประจำปี 2569 ซึ่งเรื่องนี้จะดำเนินต่อไป เพราะถือเป็นพันธกิจระหว่างประเทศไทยกับสิงคโปร์ร่วมกัน
นอกจากนี้ นายอนุทินยังเสนอเรื่องความร่วมมือในการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมทางทะเล เพราะทั้งสองประเทศมีความได้เปรียบด้านยุทธศาสตร์ และในเรื่องการบิน สิงคโปร์มีความทันสมัย เป็นที่ยอมรับ ขณะเดียวกันประเทศไทยก็ยังมีพื้นที่รองรับการพัฒนาอุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมทางทะเล ซึ่งรัฐมนตรีสิงคโปร์ก็เห็นด้วยในการร่วมผลักดันเรื่องเหล่านี้ต่อไป
น.ส.รัชดา กล่าวว่า ยังมีการหารือถึงประเด็นความมั่นคงด้านพลังงาน ซึ่งทั้ง 2 ประเทศเห็นพ้องว่า เราควรจับมือผลักดันการสร้างความพอเพียงในภูมิภาคทางด้านพลังงานฟอสซิล และพลังงานแสงอาทิตย์
น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ส่วนในเรื่องโครงการแลนด์บริดจ์ รัฐมนตรีสิงคโปร์ให้ความสนใจ เพราะเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ และหากมีความชัดเจนและสามารถผลักดันได้ ก็จะมีนักลงทุนจากสิงคโปร์ รวมถึงชาติอื่นๆ มาร่วมพัฒนาโครงการนี้
ผู้สื่อข่าวถามว่า สิงคโปร์จะมาช่วยสนับสนุนนักลงทุน หรือมาช่วยเรื่องอะไร น.ส.รัชดา กล่าวว่า ยังไม่คุยลงลึกในรายละเอียด แต่เขารับทราบความน่าสนใจของโครงการนี้ และเห็นโอกาสว่าหากทำได้จริง โครงการนี้จะสร้างโอกาสให้กับประเทศไทยและภูมิภาค
เมื่อถามว่า สิงคโปร์พร้อมร่วมมือผลักดันโครงการนี้กับไทยใช่หรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ยังไม่ได้ลงรายละเอียด แต่รัฐมนตรีของสิงคโปร์กำลังติดตามโครงการนี้อยู่ เพราะเรื่องนี้ต้องผลักดันและมีความชัดเจนจากรัฐบาลในระดับต่อๆ ไป ถึงจะค่อยมีการพูดถึงการลงทุน
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านระบุว่ายังไม่มีการแสดงตัวเลขความคุ้มทุน แต่รัฐบาลพยายามผลักดันโครงการนี้แล้ว น.ส.รัชดา กล่าวว่า เรื่องนี้มีการผลักดันมาหลายปีแล้ว และโครงการใหญ่ๆ จะต้องมีการวิเคราะห์ความคุ้มทุนทางเศรษฐกิจ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งทุกอย่างจะต้องเรียบร้อยก่อนนำเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะฉะนั้นขอบคุณฝ่ายค้านที่มีความกังวลในเรื่องนี้ แต่ขอให้มั่นใจว่า ไม่มีทางที่รัฐบาลจะอนุมัติโครงการกระดาษเปล่าได้ และไม่สามารถอยู่ๆ จะซุกแล้วทำเลย โดยที่ไม่ให้ประชาชนรู้ ดังนั้นอย่าได้กังวล ทุกอย่างโปร่งใส และย้ำว่าโครงการนี้เป็นการนำเงินจากเอกชนมาลงทุน
เมื่อถามว่า จะทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่อย่างไร เพราะเหมือนยังมีแรงต้าน น.ส.รัชดา กล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะโครงการแลนด์บริดจ์ แต่ทุกโครงการขนาดใหญ่ต้องทำความเข้าใจกับประชาชน ทุกความกังวลเราต้องรับฟัง และต้องสื่อสารอย่างต่อเนื่อง เพราะขณะนี้การสื่อสารกับประชาชนไม่ง่าย ต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่ครั้งเดียว ซึ่งนายกฯ เน้นย้ำอยู่แล้วว่า จะทำอะไรต้องเข้าใจหัวอกประชาชน และสื่อสารให้เข้าใจว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร
เมื่อถามว่า มั่นใจหรือไม่ว่าโครงการนี้จะสำเร็จและเกิดขึ้นจริง น.ส.รัชดา กล่าวว่า เป็นความตั้งใจที่ดีของรัฐบาล เพื่อประโยชน์ของประชาชน และหวังว่าประชาชนจะเห็นโอกาสทางเศรษฐกิจ
เมื่อถามว่า ดูเหมือนหลายประเทศให้ความสนใจประเทศไทย ทั้งประเทศจีนและสิงคโปร์ ยังมีประเทศอื่นอีกหรือไม่ น.ส.รัชดา กล่าวว่า ขออย่าด้อยค่าศักยภาพของประเทศไทยว่าคนโน้นก็ไม่สนใจ คนนี้ก็ไม่สนใจ ซึ่งไม่ได้เป็นความจริง เรามีความน่าเชื่อถือทางด้านการเงินการคลัง ซึ่งในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา ไทยกลับมาอยู่ในอันดับประเทศที่นักลงทุนสนใจอยากลงทุน และประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลนน้ำมัน แต่เรามีปัญหาเรื่องราคาน้ำมันซึ่งทั่วโลกเป็นเหมือนกัน มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เป็นความมั่นคงและมีความน่าสนใจที่ประเทศอื่นไม่มี แต่ทำไมยังมีคนบางกลุ่มคิดด้อยค่า ทำลายความน่าเชื่อถือ
“อย่าคิดว่าพวกคุณพูดกันเองเพื่อที่จะสร้างประเด็นทางการเมืองแค่ในประเทศ ทุกคำพูดที่คุณด้อยค่าประเทศไทย ต่างชาติก็ฟังอยู่ และยิ่งคนที่มีตำแหน่งทางการเมืองออกมาพูดในลักษณะดูว่าประเทศไทยไม่น่าเชื่อถือแบบนี้ ไม่มีใครได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นขอให้โฟกัสการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลที่ความเหมาะสม ความกังวล ขอให้วิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ ประเด็นที่คิดว่าประเทศไทยไม่มีศักยภาพ นั่นไม่ใช่ประเทศไทย” น.ส.รัชดา กล่าว