30 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช. นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องเพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิดกรรมการและอนุกรรมการพักโทษระดับกรมราชทัณฑ์และระดับกระทรวงยุติธรรมทุกชุด ที่พิจารณาอนุญาตให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการพักโทษโดยไม่ชอบด้วยคำสั่ง คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง โดยไม่มีการแจ้งความดำเนินคดีกับ นายทักษิณ ชินวัตร
ทั้งนี้ จากการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ครั้งที่ 4/2569 โดยมีนักโทษเด็ดขาดเข้ารับการพิจารณา ทั้งสิ้นจำนวน 920 ราย โดยในจำนวนนี้มีมติเห็นชอบพักการลงโทษกรณีปกติให้แก่ นายทักษิณ ชินวัตร และมีเงื่อนไขให้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) จนกว่าจะพ้นโทษ
โดยอ้างว่ามีเหตุผลให้ได้รับการพักการลงโทษ เพราะมีคุณสมบัติครบถ้วนตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 มาตรา 52 (7) กฎกระทรวง กำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ.2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2564
แต่ทว่าคณะกรรมการพักการลงโทษระดับกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีนางธารินี แสงสว่าง รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ที่ได้รับมอบหมายจากนางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม ให้ทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการฯ ประชุมหารือกับกรรมการแต่ละหน่วยงาน เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผู้ต้องขังเด็ดขาดทั่วประเทศที่มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์โครงการพักการลงโทษกรณีทั่วไป
กลับมีมติให้ นายทักษิณ ชินวัตร ผู้ต้องขังเด็ดขาดเรือนจำกลางคลองเปรม เป็นผู้มีคุณสมบัติผ่านเกณฑ์ได้รับการพักการลงโทษกรณีทั่วไป โดยไม่ต้องติดกำไล EM เนื่องด้วยเป็นผู้ต้องขังสูงวัยอายุเกินกว่า 70 ปี และมีโรคประจำตัว
โดยที่คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการฯ ดังกล่าว กลับไม่นำประเด็นที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้สั่งแล้วว่าการบังคับจองจำโทษ นายทักษิณ ชินวัตร ระหว่าง 22 สิงหาคม 2566 ต่อเนื่อง 1 ปีไม่ชอบ โดย นายทักษิณ ชินวัตร มีส่วนรับรู้และได้ผลประโยชน์
แต่ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งมีอำนาจหน้าที่บริหาร ควบคุม สั่งการกระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ มีหน้าที่ต้องดำเนินคดีต่อ นายทักษิณ ชินวัตร ข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับข้าราชการกระทรวงยุติธรรม และแพทย์โรงพยาบาลตำรวจ มากกว่าห้าคน ซึ่งร่วมกันหรือแบ่งงานกันทำเพื่อให้พ้นไปจากการบังคับโทษตามคำสั่งศาลฎีกาฯ เมื่อ 23.00 น. คืนวันที่ 22 สิงหาคม 2566 เป็นเวลากว่า 1 ปี มาพิจารณาเพื่อใช้เป็นเงื่อนไขในการยุติการพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร แต่อย่างใด
ทั้งนี้ องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เคยมีคำร้องเป็นหนังสือแจ้งเตือนผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดมาก่อนแล้วตั้งแต่ 20 มีนาคม 2569 แต่ทว่ากลับเพิกเฉย วันนี้จึงจำต้องนำความพร้อมพยานหลักฐานมาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อให้ใช้อำนาจตาม พรป.ป.ป.ช. 2561 ในการไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิดทุกคนที่เอื้อประโยชน์ให้ นายทักษิณ ตามครรลองของกฎหมายต่อไป