นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เปิดใจหลังเกิดสถานการณ์ความขัดแย้งภายในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรณีกระแสดรามาเกี่ยวกับคำสั่งโยกย้าย นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร
นายสุริยะ ยืนยันว่า การตัดสินใจดังกล่าวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับญาติพี่น้องตามที่ถูกพาดพิง ที่ผ่านมาได้มีความพยายามจากอีกฝ่ายในการสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ
โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย เช่น TikTok เพื่อชี้นำให้สังคมเข้าใจว่าการโยกย้ายครั้งนี้เกิดจากกรณีที่หลานของตน ซึ่งเป็นผู้บริหารภาคเอกชน พยายามขอเข้าพบแต่ไม่ได้รับการตอบรับ จนกลายเป็นชนวนความขัดแย้ง
พร้อมกันนี้ ยังมีการอ้างถึงข้อมูลบันทึกการติดต่อ หรือเรคอร์ด ระบุช่วงเวลาการโทรหลายครั้ง ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงกลางเดือนเมษายน ขอยืนยันว่า ไม่เคยรับรู้เรื่องนี้มาก่อน และเพิ่งทราบภายหลังจากเกิดกระแสข่าว จึงได้สอบถามหลาน ซึ่งยอมรับว่าเคยพยายามติดต่อจริง แต่ไม่เคยได้เข้าพบ ถ้าหากรู้เรื่องตั้งแต่แรก สามารถประสานให้พบได้ ไม่จำเป็นต้องเกิดปัญหาแบบนี้
นอกจากนี้ ยังโต้กลับประเด็นที่ถูกกล่าวหาว่า มีการวิ่งเต้นหรือเรียกรับผลประโยชน์ โดยตั้งข้อสังเกตว่า ในเมื่อยังไม่เคยมีการพบกัน จะสามารถสรุปได้อย่างไรว่ามีการขอผลประโยชน์ ข่าวลักษณะนี้ขัดกับข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน
นายสุริยะ ย้ำว่า เหตุผลที่แท้จริงของการโยกย้ายคือการปรับทีมงานให้เหมาะสมกับสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วงที่ภาคเกษตรกำลังเผชิญปัญหาราคาผลผลิตตกต่ำ จำเป็นต้องมีบุคลากรที่มีพลังและความพร้อมในการขับเคลื่อนนโยบายอย่างเต็มที่ พร้อมอ้างถึงกระแสวิจารณ์เรื่องข้าราชการใกล้เกษียณ ที่อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ถูกนำมาพิจารณา
ในส่วนของข้อกล่าวหาเรื่องล้างบาง หรือแรงจูงใจทางการเมือง นายสุริยะ ปฏิเสธอย่างหนักแน่น โดยยืนยันว่า ตลอดเส้นทางการทำงานทางการเมืองกว่า 20 ปี ไม่เคยมีประวัติการโยกย้ายที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความไม่เป็นธรรม นี่ไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องการบริหาร เพื่อให้กระทรวงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
อย่างไรก็ตาม นายสุริยะ ยอมรับว่า ขณะนี้ได้รับความเสียหายจากกระแสข่าว และหากยังมีการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงต่อไป อาจพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้อง
นายสุริยะ กล่าวต่ออีกว่า มีความพยายามจากบางฝ่ายในการตีความว่า การโยกย้ายเป็นเกมการเมือง ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือการบริหารงานภายใน พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า ผู้ที่ออกมาพูดพาดพิงกลับเป็นฝ่ายที่หยิบยกประเด็นหลานไม่ได้รับการนัดพบมาเชื่อมโยงเอง ถ้าจะบอกว่าเป็นเรื่องการเมือง ใครกันแน่ที่ทำให้มันเป็นการเมือง ขอยืนยันอีกครั้งว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองใด ๆ และไม่ได้มีแรงจูงใจจากความสัมพันธ์ส่วนตัว
ในอีกประเด็นหนึ่ง นายสุริยะ เปิดเผยถึงการทำงานเชิงนโยบาย โดยระบุว่า ก่อนเข้ารับตำแหน่ง ได้มีข้อเสนอจากฝ่ายเดิมเกี่ยวกับแนวทางดำเนินงานบางอย่าง แต่เมื่อเข้ามารับหน้าที่แล้ว ได้พิจารณาและเห็นว่า ยังไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง จึงยืนยันเดินหน้าตามแนวนโยบายเดิม
ขณะเดียวกัน ยังกล่าวถึงบรรยากาศการประชุมล่าสุด ที่มีเจ้าหน้าที่เข้าร่วมจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความตื่นตัวภายในหน่วยงาน พร้อมย้ำว่า หากมีข้อไม่สบายใจหรือข้อสงสัยใด ๆ สามารถเข้ามาพูดคุยได้โดยตรง เพราะเปิดโอกาสให้สื่อสารตลอดเวลา ห้องเปิดอยู่ตลอด ถ้ามีปัญหาก็มาคุยกันได้ ไม่จำเป็นต้องไปพูดผ่านที่อื่น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการปรับเปลี่ยนหรือโยกย้ายเพิ่มเติมในอนาคต นายสุริยะ ระบุว่า ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ในขณะนี้ ทุกอย่างยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณา โดยต้องรอผลการประเมินอย่างรอบด้าน ซึ่งรวมถึงคำแนะนำจากสำนักงบประมาณ