จากกรณี นายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ยื่นหนังสือลาออกที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากกรณีถูกโยกย้ายและมีการเชื่อมโยงกับบุคคลใกล้ชิด นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้น
ล่าสุด นายราเชน ศิลปะรายะ ให้สัมภาษณ์เปิดใจผ่านรายการ “เปิดโต๊ะข่าว” ทางช่อง PPTVHD36 ตอนหนึ่งว่า วันที่มีการเชิญตนไปพบที่อาคารแถววิภาวดี ในวันที่ 31 มี.ค.
โดยมีการขอดูข้อมูลการจัดทำคำของบประมาณปี 2570 ก็สามารถดูได้ ตนก็เอาไปให้ดู หลังจากนั้นก็มีการติดต่อแบบรัวๆ ตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.-24 เม.ย. เพราะในส่วนของนักการเมืองจะรู้อยู่แล้วว่า สำนักงบประมาณสามารถให้เปลี่ยนแปลงรายการคำของบประมาณได้ สามารถเพิ่มหรือลดรายการได้ แต่วงเงินภายในกำหนด ไม่เกิน 20% ซึ่งการที่ตนไม่ได้ตอบรับ ก็คิดว่าทำให้ไม่เป็นที่พอใจ และเมื่อวานนี้ที่ตนไปยื่นหนังสือลาออกจากราชการแล้ว ตนก็ได้ประชุมหารือการจัดทำงบประมาณปี 2570 ร่วมกับสำนักงานประมาณ และตนก็ยืนยันว่าในส่วนของกรมฝนหลวงฯจะไม่เพิ่มอะไร เพราะการทำงานของกรมฝนหลวงมีแผนงานที่ชัดเจน อย่างการซ่อมอากาศยานก็เป็นไปตามวงรอบอยู่แล้ว
นายราเชน ตั้งข้อสังเกตว่า ในวันที่ 31 มี.ค. ที่ตนได้ไปพบคนใกล้ชิดของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ นั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯยังไม่ได้เข้าเฝ้าเพื่อรับการโปรดเกล้าเลย แต่มีการเรียกอธิบดีเรียงแถวเข้าไปพบ เพื่อเอาคำของบประมาณไปดู ซึ่งตนมีการบันทึกไว้หมด
เมื่อถามว่าในการหารือวันนั้นมีการขอให้เปลี่ยนแปลงรายการงบประมาณอะไรหรือไม่ นายราเชน บอกว่า วันนั้นเขาขอดูรายการคำของบประมาณตนก็ส่งให้ 1 ชุด ก็ไม่ได้คุยกันมากมายอะไร แต่ตนมองออกว่ามันเป็นช่องทางหนึ่งที่กรมฯสามารถไปเพิ่มหรือลดรายการโดยอยู่ในวงเงินเดิมที่กำหนด ถ้าฝ่ายการเมืองจะสอดแทรกได้ก็คือตรงนี้แหละ สามารถทำในงบปี 70 ได้เลย อาจจะไปตัดลดหรือเพิ่มอะไรได้ ดังนั้นหลังสงกรานต์จึงมีความพยายามในการขอพบตน
เมื่อถามว่าการที่อธิบดีฯไม่ได้รับนัดกับกลุ่มคนที่ขอนัดพบในช่วงหลังสงกรานต์เพราะเล็งเห็นว่าอาจจะมีความพยายามขอให้ปรับเพิ่มหรือลดงบประมาณบางส่วนใช่หรือไม่ นายราเชน บอกว่า แน่นอน ตนเป็นระดับอธิบดี ตนรู้ว่ามีช่องว่างที่ทำได้
“ผมอ่านออกอยู่แล้ว ผมไม่ใช่คนโง่ คนโง่เขาคงมาถึงขนาดนี้ไม่ได้มั้ง แต่ผมไม่พูดเพราะว่าผมให้เกียรติ ผมให้เกียรติท่านผู้บริหาร ในเมื่อให้ผมหลังพิงฝา ผมก็ต้องออกมาเรียกร้องศักดิ์ศรีของข้าราชการ และโดยเฉพาะบอกว่าผมจะเกษียณแล้วทำงานไม่ได้ต้องเอาคนหนุ่มมาขับเคลื่อน แต่ปลัดกระทรวงก็เกษียณพร้อมผม เลขา ส.ป.ก.ก็เกษียณพร้อมผม อธิบดีกรมปศุสัตว์ก็เกษียณพร้อมผม ทำไมต้องย้ายผมคนเดียว ก็บอกดีๆ ผมพร้อมไป“นายราเชนกล่าว
เมื่อถามว่าแสดงว่าคำสั่งย้ายเป็นคำสั่งที่อธิบดีฯไม่รู้มาก่อนเลยใช่หรือไม่ นายราเชน กล่าวว่า ไม่รู้เลย เรื่องดังกล่าวเสนอเข้าที่ประชุม ครม. เป็นวาระจร หลังจากนั้นตนถึงรู้ว่าโดนย้ายสลับไปเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง ทั้งที่กรมฝนหลวงฯ เป็นกรมด้านเทคนิค ไม่ใช่ว่าใครจะมาบริหารก็ได้ เพราะก่อนที่ตนจะมาเป็นอธิบดียังต้องเรียนรู้เรื่องการทำฝนหลวง เรื่องสภาพเมฆ และต้องประชุมกับนักวิทยาศาสตร์ นักบิน ประชุมปฏิบัติงานร่วมกัน
ส่วนการซ่อมเครื่องบินของกรมฝนหลวงฯนั้น มีประมาณ 30 ลำ ซึ่งจะต้องมีการซ่อมบำรุงหรือดูแลตามวงรอบอยู่แล้ว และคำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้งาน ส่วนคนที่มาขอพบก็จะมาขอเรื่องซ่อมแซมอากาศยาน แต่ตนก็บอกว่าตนไม่ได้นัดกับพวกเขา แต่เขาก็บอกว่าเขาเป็นตัวแทนคนที่นัดกับตนไว้ แต่ตนก็ปฏิเสธไปว่าไม่ได้นัดกับพวกเขา เพราะตนก็ไม่รู้ว่าจะเป็นนายหน้า เป็นมิจฉาชีพหรือไม่ เพราะชื่อตนก็ยังไม่รู้จัก แต่ตนก็เก็บหลักฐานไว้หมดคลิปการพูดคุย ซึ่งกรมฝนหลวงเป็นกรมไฮเทค กล้องแบบ 4K เสียงภาพชัดแจ๋ว
เมื่อถามว่ามีแนวโน้มจะเปิดเผยคลิปดังกล่าวหรือไม่ นายราเชน บอกว่า วันนี้ตนหลังพิงเชือก ถ้าวันหน้าตนหลังพิงฝา เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว ส่วนหลักฐานที่มีจะเอาผิดใครได้หรือไม่ ตนไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่คงไม่ทำอะไรมากไปกว่านี้แล้ว คืออย่าให้ต้องหลังชนฝา โดยเฉพาะคนจะเกษียณอายุราชการแล้ว ไม่มีอะไรจะต้องไปกลัวความไม่ถูกต้อง ตนเป็นคนตรงเห็นอะไรก็พูดอย่างนั้น