เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธาน ได้แจ้งต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ว่า ด้วยคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบและเสนอต่อสภาให้พิจารณาอนุมัติ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569 หรือ พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ ก่อนประธานสภาผู้แทนราษฎร จะอนุญาตบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับ สส. 135 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวนสมาชิกเท่าที่มีอยู่ ยื่นคำร้องขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อวินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ฉบับนี้ ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 วรรคหนึ่งหรือไม่ ดังนั้นสภาผู้แทนราษฎรจึงต้องรอการบรรจุกฎหมายไว้ก่อน จนกว่าจะมีคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 173 ของรัฐธรรมนูญ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรัฐธรรมนูญมาตรา 173 นอกจากจะกำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา รอการพิจารณาพระราชกำหนดไว้ก่อนจนกว่าจะได้รับคำแจ้งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ยังมีสาระสำคัญ ระบุด้วยว่า ให้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่อง และในกรณีที่คำวินิจฉัยว่าพระราชกำหนดใดไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ให้พระราชกำหนดนั้นไม่มีผลใช้บังคับมาตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดเท่าที่มีอยู่